{
  "fields": [{"id":"_id","type":"int"},{"id":"ปีงบประมาณ","type":"text"},{"id":"องค์ประกอบ","type":"text"},{"id":"ตัวชี้วัด","type":"text"},{"id":"น้ำหนัก","type":"numeric"},{"id":"เป้าหมายการประเมิน","type":"text"},{"id":"เกณฑ์การประเมินผล","type":"text"},{"id":"เกณฑ์การให้คะแนน","type":"text"},{"id":"การเตรียมความพร้อม","type":"text"},{"id":"ข้อมูลประกอบ","type":"text"}],
  "records": [
    [1,"2566-2568","องค์ประกอบที่ 1 ความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์จัดตั้ง (coherence)","1.1 ความครบถ้วนการดำเนินการตามเจตนารมณ์ของวัตถุประสงค์จัดตั้งองค์การมหาชน",10,"เพื่อประเมินภารกิจที่องค์การมหาชนดำเนินการอยู่ว่าสอดคล้องและครบถ้วนตามวัตถุประสงค์การจัดตั้งหรือไม่ และยังคงสามารถตอบสนองกับสถานการณ์หรือความต้องการด้านการพัฒนาประเทศทั้งในปัจจุบันและอนาคตได้อย่างต่อเนื่อง หรือต้องยกเลิก หรือต้องเพิ่มเติมภารกิจใหม่เพื่อให้องค์การมหาชนยังคงเป็นหน่วยงานที่สามารถสนับสนุนการพัฒนาประเทศได้ในฐานะหน่วยงานของรัฐประเภทองค์การมหาชนซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีความยืดหยุ่น คล่องตัวการพิจารณาการดำเนินการตามภารกิจขององค์การมหาชนที่บรรลุตามเจตนารมณ์ของการจัดตั้งจะพิจารณาการดำเนินการตามบทบาท/ภารกิจที่กำหนดไว้ในกฎหมายจัดตั้งและกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง และการดำเนินการนั้นส่งผลให้องค์การมหาชนมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ","หากพบว่าการดำเนินงานขององค์การมหาชนไม่ครบถ้วนตามวัตถุประสงค์ของการจัดตั้ง หรือไม่ส่งผลให้บรรลุเป้าหมายของเจตนารมณ์การจัดตั้ง จะได้รับคะแนนไม่เกิน ระดับ 2","ระดับ 5 ดำเนินการครบถ้วนตามเจตนารมณ์ของวัตถุประสงค์จัดตั้ง ระดับ 4 ดำเนินการครบถ้วนตามเจตนารมณ์ของวัตถุประสงค์จัดตั้งร้อยละ 80 ระดับ 3 ดำเนินการครบถ้วนตามเจตนารมณ์ของวัตถุประสงค์จัดตั้งร้อยละ 70 ระดับ 2 ดำเนินการครบถ้วนตามเจตนารมณ์ของวัตถุประสงค์จัดตั้งร้อยละ 60 ระดับ 1 ดำเนินการครบถ้วนตามเจตนารมณ์ของวัตถุประสงค์จัดตั้งร้อยละ 50","(1) ศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้งองค์การมหาชน เช่น เอกสารประกอบคำขอการจัดตั้ง กฎหมายจัดตั้งขององค์การมหาชน หรือเอกสารการขอแก้กฎหมายจัดตั้งองค์การมหาชน เพื่อให้เข้าใจถึงเจตนารมณ์ในการจัดตั้งหน่วยงาน กรณีที่วัตถุประสงค์การจัดตั้งองค์การมหาชน มีขอบเขตการทำงานที่กว้างและไม่ชัดเจนจนไม่สามารถระบุภารกิจหรือดำเนินภารกิจได้อย่างครอบคลุม อาทิ การส่งเสริมสนับสนุนภาคอุตสาหกรรม โดยไม่ได้มีการระบุขอบเขต กลุ่มเป้าหมาย หรือกลุ่มมุ่งเน้นที่ชัดเจน การดำเนินการขององค์การมหาชนจะต้องสามารถอธิบายเชิงยุทธศาสตร์หรือกลยุทธ์การดำเนินงานที่แสดงถึงกรอบแนวทางการดำเนินการให้ชัดเจนว่าทำไมถึงทำภารกิจเหล่านั้น และต้องสะท้อนให้เห็นได้ว่าภารกิจที่ดำเนินการส่งผลให้องค์การทำหน้าที่เป็นไปตามเจตนารมณ์การจัดตั้ง (2) ศึกษาแผนปฏิบัติงานขององค์การมหาชน ยุทธศาสตร์องค์กร ยุทธศาสตร์ต่าง ๆ ของประเทศที่เกี่ยวข้อง นโยบายของคณะกรรมการและผู้บริหารเกี่ยวกับการกำหนดเป้าหมายหรือภารกิจขององค์การมหาชน ในแต่ละวัตถุประสงค์จัดตั้ง โดยเฉพาะกรณีที่วัตถุประสงค์มีการกำหนดภารกิจที่มีขอบเขตกว้าง เพื่อให้สามารถวิเคราะห์ถึงความครบถ้วนและความครอบคลุมของการดำเนินงานตามวัตถุประสงค์การจัดตั้งให้ได้อย่างชัดเจน (3) ศึกษาเอกสาร ข้อมูลการดำเนินงานหรือภารกิจต่าง ๆ เพื่อนำไปสู่การวิเคราะห์ได้ว่าแผนงาน หรือโครงการต่าง ๆ มีความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์การจัดตั้งองค์กรและส่งผลให้บรรลุเจตนารมณ์การจัดตั้งหรือไม่","(1) ยุทธศาสตร์ กลยุทธ์ แผนปฏิบัติการ/งานขององค์การมหาชนในปีที่ประเมินผล และแผนปฏิบัติการ/งาน ขององค์การมหาชนในระยะถัดไป รายงานผลการดำเนินงานประจำปี (2) ข้อมูลเพิ่มเติมจากผลการสัมภาษณ์คณะกรรมการ ผู้บริหารองค์การมหาชน ผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้รับผิดชอบในภารกิจต่าง ๆ"],
    [2,"2566-2568","องค์ประกอบที่ 1 ความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์จัดตั้ง (coherence)","1.2 ความครบถ้วนของการสนับสนุนยุทธศาสตร์และแผนต่าง ๆ ของประเทศ",10,"เพื่อประเมินบทบาทภารกิจขององค์การมหาชนว่า ภารกิจที่ดำเนินการอยู่มีส่วนสำคัญในการสนับสนุนการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาประเทศตามยุทธศาสตร์ชาติ แผนพัฒนาประเทศในระดับต่าง ๆ และนโยบายของรัฐบาลที่เกี่ยวข้องได้ครบถ้วน ทั้งนี้ แม้ในทางปฏิบัติองค์การมหาชนแต่ละแห่งจะมีภารกิจการดำเนินงานตามวัตถุประสงค์การจัดตั้งที่ชัดเจนแล้ว และภารกิจเหล่านั้นอาจไม่ได้ถูกกำหนดไว้โดยตรงในแผนระดับชาติ หรือแผนการพัฒนาประเทศ แต่หากพิจารณาถึงเจตนารมณ์การจัดตั้งองค์การมหาชน จะพบว่าทุกองค์การมหาชนมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศทั้งด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม ดังนั้น ความครบถ้วนของการดำเนินการสนับสนุนการพัฒนาประเทศตามแผนชาติระดับต่าง ๆ และการบรรลุเป้าหมาย จะเป็นปัจจัยสำคัญในการประเมินว่าการดำเนินภารกิจขององค์การมหาชนตามวัตถุประสงค์การจัดตั้ง ยังมีคุณค่า หรือความสำคัญต่อการดำรงอยู่ หรือควรพัฒนาไปเป็นอย่างไร","การประเมินผลจะพิจารณาใน 2 ประเด็น ได้แก่ ความครบถ้วนของการดำเนินการสนับสนุนประเด็นการพัฒนาประเทศตามยุทธศาสตร์แผนพัฒนาประเทศในระดับต่าง ๆ รวมถึงนโยบายของรัฐบาล ที่เกี่ยวข้องกับองค์การมหาชน และบทบาทขององค์การมหาชนในฐานะเป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลัก (หน่วยงานรับผิดชอบหลัก หมายถึง เป็นหน่วยงานเจ้าภาพ หรือมีหน้าที่โดยตรงตามความประสงค์ หรือความมุ่งหมายของยุทธศาสตร์ หรือแผนการพัฒนาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องของประเทศ) กรณีการดำเนินการที่สนับสนุนประเด็นการพัฒนาประเทศที่วิเคราะห์แล้วพบว่า องค์การมหาชนเป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลัก แล้วองค์การมหาชนไม่ได้แสดงบทบาทหรือมีการดำเนินการให้สอดรับกับการเป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลัก ระดับคะแนนที่ได้จะไม่เกิน 2 คะแนน","ระดับ 5 ดำเนินการครบถ้วนทุกประเด็นร้อยละ 100 ระดับ 4 ได้ดำเนินการร้อยละ 80 ขึ้นไป ระดับ 3 ได้ดำเนินการร้อยละ 70 ขึ้นไป ระดับ 2 ได้ดำเนินการร้อยละ 60 ขึ้นไป ระดับ 1 ได้ดำเนินการต่ำกว่าร้อยละ 60","การประเมินผลจะมีการวิเคราะห์เป้าหมายของยุทธศาสตร์ แผนพัฒนาประเทศในระดับต่าง ๆ นโยบายรัฐบาลในช่วงระยะเวลาที่ประเมินผล (ทุก 3 ปี) เพื่อพิจารณาถึงความเกี่ยวข้องกับองค์การมหาชน ซึ่งจะนำไปสู่การพิจารณาการดำเนินการขององค์การมหาชนว่า ได้ดำเนินการสนับสนุนการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศได้อย่างครอบคลุมตามภารกิจอย่างไร และครบถ้วนหรือไม่ โดยเบื้องต้นจะวิเคราะห์ผ่านแผนงานโครงการ ภารกิจการดำเนินงานต่าง ๆ ว่าเป้าหมายหรือประเด็นการพัฒนาประเทศ และนโยบายรัฐบาลเหล่านั้นองค์การมหาชนมีแผนงานโครงการรองรับอย่างไร เกิดผลสำเร็จตามเป้าหมายของยุทธศาสตร์ แผนพัฒนาประเทศในระดับต่าง ๆ และนโยบายรัฐบาลหรือไม่","ยุทธศาสตร์ประเทศที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งรายงานหรือบทวิเคราะห์ความสอดคล้องเชื่อมโยงขององค์การมหาชนกับยุทธศาสตร์ประเทศในระดับต่าง ๆ และรายงานผลการดำเนินงานตามแผนงานโครงการและภารกิจขององค์การมหาชน อาทิ (1) ยุทธศาสตร์ประเทศในระดับต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับองค์การมหาชน (2) ยุทธศาสตร์ กลยุทธ์ แผนปฏิบัติการ/งานขององค์การมหาชนในปีที่ประเมินผล และแผนปฏิบัติการ/งานขององค์การมหาชนในระยะถัดไป (3) แผนงานและแผนเงินในปีที่ประเมินผล (ครอบคลุมทั้งการใช้งบประมาณและเงินทุนสะสม) (4) รายงานผลการดำเนินงานประจำปีในปีที่ประเมินผล เช่น รายงานประจำปี รายงานสรุปผลการดำเนินงานที่นำเสนอคณะกรรมการ"],
    [3,"2566-2568","องค์ประกอบที่ 2 ผลการปฏิบัติงาน (performance)","2.1 ผลสัมฤทธิ์การดำเนินงานขององค์การมหาชน",null,null,null,null,null,null],
    [4,"2566-2568","องค์ประกอบที่ 2 ผลการปฏิบัติงาน (performance)","2.1.1 ผลการดำเนินงานตามตัวชี้วัดผลลัพธ์และผลกระทบ",25,"เพื่อสะท้อนผลสัมฤทธิ์ที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงานตามภารกิจขององค์การมหาชน โดยมุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์ที่เกิดขึ้นในเชิงผลลัพธ์และผลกระทบจากการดำเนินงาน ซึ่งจะช่วยผลักดันให้องค์การมหาชนมุ่งเน้นการทำงานที่มุ่งผลสัมฤทธิ์มากขึ้น สำหรับการประเมินผลกระทบจากการดำเนินงานขององค์การมหาชนจะพิจารณาทั้งในเชิงเศรษฐกิจและสังคมให้เหมาะสมกับภารกิจขององค์การมหาชน การประเมินผลจะประเมินตามตัวชี้วัดที่ได้วิเคราะห์ไว้ในห่วงโซ่ผลการดำเนินงาน (result chain) ที่กำหนดในบันทึกข้อตกลงการประเมินความคุ้มค่าเพื่อพัฒนาองค์การมหาชน โดยจะพิจารณาผลการดำเนินงานตามเป้าหมายของตัวชี้วัดผลลัพธ์และผลกระทบที่กำหนดไว้",null,"ระดับ 5 จำนวนตัวชี้วัดบรรลุเป้าหมายร้อยละ 100 ระดับ 4 จำนวนตัวชี้วัดบรรลุเป้าหมายร้อยละ 80 ระดับ 3 จำนวนตัวชี้วัดบรรลุเป้าหมายร้อยละ 70 ระดับ 2 จำนวนตัวชี้วัดบรรลุเป้าหมายร้อยละ 60 ระดับ 1 จำนวนตัวชี้วัดบรรลุเป้าหมายร้อยละ 50","(1) การศึกษาทำความเข้าใจกับการจัดทำห่วงโซ่ผลการดำเนินงาน (result chain) ขององค์การมหาชน การจัดทำแผนภาพห่วงโซ่ผลการดำเนินงาน (result chain) เป็นการแสดงการวิเคราะห์ให้เห็นถึง ความเชื่อมโยงและความสอดคล้องของวัตถุประสงค์การจัดตั้งองค์การมหาชนกับปัจจัยนำเข้า (input) กระบวนการ (process) ผลผลิต (output) ผลลัพธ์ (outcome) และผลกระทบ (impact) ตามลำดับ ทั้งนี้ การจัดทำห่วงโซ่ ผลการดำเนินงานดังกล่าวจะแสดงให้เห็นรายละเอียดการประเมินทรัพยากรที่เป็นปัจจัยนำเข้า วัตถุประสงค์ กระบวนการดำเนินกิจกรรมตามวัตถุประสงค์ ผลผลิต ผลลัพธ์ และผลกระทบหรือผลลัพธ์ขั้นสุดท้าย ซึ่งจะนำไปกำหนดเป็นตัวชี้วัด (KPI) และค่าเป้าหมายต่อไป (2) การศึกษาทำความเข้าใจกับการประเมินผลกระทบขององค์การมหาชน การประเมินผลกระทบจะเป็นเครื่องมือที่นำไปใช้ในการประเมินการดำเนินงานขององค์การมหาชนว่ามีประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อมในเชิงเศรษฐกิจและสังคมมากน้อยเพียงใด และจะนำผลการประเมินไปใช้กำหนดแนวทาง วิธีการ หรือกลไกใดในการเพิ่มผลประโยชน์ดังกล่าวให้สูงขึ้น การประเมินผลกระทบจะใช้หลักการห่วงโซ่ผลการดำเนินงาน (result chain) เนื่องจากเป็นวิธีการที่สามารถนำไปประเมินโครงการได้หลายประเภท แสดงผลการประเมินได้อย่างชัดเจน โดยเป็นการวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงผลไปตามปัจจัยและกระบวนการที่มีผลต่อประเด็นที่จะศึกษา โดยพิจารณาจากปัจจัยนำเข้า (input) กระบวนการ (process) และผลผลิต (output) ที่โครงการนั้นมีปฏิสัมพันธ์โดยตรง (responsible interacts) ซึ่งนำไปสู่ผลกระทบ (impact) ตามวัตถุประสงค์ของโครงการและภารกิจขององค์การมหาชน","(1) ผลการติดตามประเมินผลและการจัดเก็บข้อมูลผลการดำเนินงานตามตัวชี้วัดที่กำหนดไว้ โดยการจัดเก็บข้อมูลต้องเป็นไปตามหลักวิชาการและมีความน่าเชื่อถือ มีกระบวนการสอบทานข้อมูล (2) ข้อมูลปฐมภูมิ/เอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับผลการประเมิน"],
    [5,"2566-2568","องค์ประกอบที่ 2 ผลการปฏิบัติงาน (performance)","2.1.2 ความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้เสีย",7,"เพื่อสะท้อนความสามารถในการตอบสนองต่อความต้องการและระดับของความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสีย โดยจะต้องมีการวิเคราะห์ผู้มีส่วนได้เสียในทุกระดับของภารกิจการดำเนินงาน และสัมภาษณ์ความคิดเห็นของผู้รับบริการ/ผู้มีส่วนได้เสียดังกล่าวเพื่อนำผลการสำรวจมาใช้",null,"ระดับ 5 ความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอยู่ในระดับสูงมาก 4.21 ขึ้นไป ระดับ 4 ความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอยู่ในระดับสูง 3.41- 4.20 ระดับ 3 ความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอยู่ในระดับปานกลาง 2.61-3.40 ระดับ 2 ความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอยู่ในระดับน้อย 1.81 - 2.60 ระดับ 1 ความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอยู่ในระดับน้อยที่สุด 1.00 – 1.80","(1) การวิเคราะห์ผู้มีส่วนได้เสีย กำหนดกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในทุกระดับของภารกิจขององค์การมหาชน ซึ่งประกอบด้วย 4 กลุ่มหลัก ได้แก่ 1) หน่วยงานนโยบายหรือหน่วยงานที่องค์การมหาชนรับนโยบาย ทิศทางการขับเคลื่อนภารกิจงานมาสู่การปฏิบัติ 2) ผู้รับบริการ (ผู้รับบริการ/ได้รับผลประโยชน์ทางตรง (tier 1) และผู้รับบริการ/ได้รับผลประโยชน์ทางอ้อม (tier 2)) 3) หน่วยงานที่ทำงานร่วมกับองค์การมหาชนในระบบนิเวศ 4) หน่วยงานที่มีภารกิจเทียบเคียง ซ้ำเสริมหรือซ้ำซ้อน หรือเป็นคู่แข่ง (ในบางกรณี อาจเป็นหน่วยงานภาคเอกชนก็ได้) (2) การกำหนดประเด็นการสำรวจ เครื่องมือที่ใช้ในการสำรวจและการสัมภาษณ์ความคิดเห็นของผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้เสีย ได้แก่ แบบสอบถาม (questionnaires) ซึ่งเป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลเชิงปริมาณเพื่อวัดระดับความเชื่อมั่นของผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้เสียต่อการดำเนินงานขององค์การมหาชนในลักษณะมาตรประเมินค่า (rating scale) รวมทั้งมีข้อคำถามปลายเปิด (open-end) สำหรับให้ผู้รับบริการแสดงข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม โดยแบบสอบถามควรประกอบด้วยประเด็นหลักในการสำรวจ ดังต่อไปนี้ • ความเชื่อมั่นต่อนโยบายและวิธีการปฏิบัติงาน • ความเชื่อมั่นต่อผลสัมฤทธิ์ของการดำเนินงาน • ความเชื่อมั่นต่อบุคลากรขององค์การมหาชน • ความเชื่อมั่นต่อการดำเนินงานที่เปิดเผยโปร่งใส • ความเชื่อมั่นต่อการสื่อสารและภาพลักษณ์ • ความเชื่อมั่นในภาพรวม","รายงานสรุปผลการสำรวจความเชื่อมั่นต่อการดำเนินงานขององค์การมหาชน โดยครอบคลุมกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียที่สำคัญต่อภารกิจการดำเนินงานขององค์การมหาชน"],
    [6,"2566-2568","องค์ประกอบที่ 2 ผลการปฏิบัติงาน (performance)","2.2 ประสิทธิภาพการบริหารจัดการขององค์การมหาชน",null,null,null,null,null,null],
    [7,"2566-2568","องค์ประกอบที่ 2 ผลการปฏิบัติงาน (performance)","2.2.1 ระดับประสิทธิภาพการบริหารแผนงานและการใช้จ่ายงบประมาณ",null,null,null,null,null,null],
    [8,"2566-2568","องค์ประกอบที่ 2 ผลการปฏิบัติงาน (performance)","2.2.1.1 สัดส่วนการจัดสรรงบประมาณ/เงินทุนไปใช้ในการขับเคลื่อนแผนงานโครงการตามภารกิจ",3,"เพื่อสะท้อนประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรขององค์การมหาชน โดยประเมินจากสัดส่วนการจัดสรรงบประมาณและรายได้ขององค์การมหาชน (ถ้ามี) ไปยังยุทธศาสตร์ต่าง ๆ เพื่อวิเคราะห์ว่าในรอบการประเมินที่ผ่านมาองค์การมหาชนใช้งบประมาณหรือรายได้ในการขับเคลื่อนภารกิจงานหรือยุทธศาสตร์ด้านใด มากน้อยอย่างไร มีการวางแผนและเตรียมความพร้อมในการใช้จ่ายตามแผนหรือเป้าหมายการเบิกจ่ายงบประมาณ ตลอดจนการติดตามข้อมูลผลการดำเนินงาน และการรายงานผลให้ผู้บริหารทราบหรือไม่","(1) สูตรการคำนวณ พิจารณาจากค่าเฉลี่ยของงบประมาณที่นำมาใช้ในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ภารกิจองค์กรเทียบกับงบประมาณทั้งหมด โดยไม่รวมงบลงทุน ในช่วงระยะเวลาของการประเมินผล (งบประมาณที่ใช้ไปสำหรับการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์องค์การ x 100) / (งบประมาณประจำปี + เงินทุนสะสม + รายได้ที่นำมาใช้ในการขับเคลื่อนงานทั้งหมด) (2) นิยาม > ค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร หมายถึง ค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรที่เป็นไปตามสิทธิของบุคคล ได้แก่ 1) เงินเดือน ค่าจ้าง 2) ค่าสวัสดิการ เช่น เงินช่วยเหลือการศึกษาบุตร ค่ารักษาพยาบาล เงินสมทบจ่ายเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เงินสงเคราะห์กรณีถึงแก่กรรม 3) ค่าตอบแทนพิเศษตามผลการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ (ถ้ามี) 4) เงินเดือนและค่าตอบแทนผันแปรผู้อำนวยการ > งบประมาณค่าใช้จ่ายตามแผนการใช้จ่ายเงินที่จัดสรรไปเพื่อการขับเคลื่อนภารกิจงานหรือยุทธศาสตร์ หมายถึง วงเงินงบประมาณขององค์การมหาชนที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการองค์การมหาชนให้ใช้ เพื่อดำเนินการในปีงบประมาณนั้น ๆ ซึ่งอาจมีที่มาของเงิน ประกอบด้วย 1) เงินอุดหนุน หมายถึง งบประมาณที่องค์การมหาชนได้รับการจัดสรรตามพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ โดยไม่รวมงบประมาณสำหรับการจัดซื้อครุภัณฑ์หรือสิ่งก่อสร้าง 2) เงินทุนสะสม หมายถึง กำไรสะสมตามมาตรฐานบัญชีหรือเงินรายได้สุทธิที่เหลือสะสมมาจนถึงปีงบประมาณก่อนหน้า ซึ่งได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการให้ใช้ในปีงบประมาณปัจจุบัน รวมกับเงินเหลือจ่ายจากปีงบประมาณที่แล้วที่ขอเปลี่ยนแปลงมาใช้ในปีงบประมาณปัจจุบัน โดยจำนวนเงินของ “เงินทุนสะสม” จะไม่รวมถึงจำนวนของ \"เงินทุนสะสม\" ที่ขออนุมัติเพื่อจัดซื้อครุภัณฑ์หรือสิ่งก่อสร้าง 3) เงินรายได้ หมายถึง ประมาณการรายได้ขององค์การมหาชนในปีงบประมาณนั้น ซึ่งคณะกรรมการให้ความเห็นชอบตามแผนการใช้จ่ายเงิน โดยแบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ (1) รายได้จากการดำเนินงาน เช่น ค่าธรรมเนียมการให้บริการ และ (2) รายได้อื่น ๆ เช่น ดอกเบี้ยเงินฝาก เงินค่าปรับ และเงินบริจาคต่าง ๆ โดยจำนวนเงินของ \"เงินรายได้\" จะไม่รวม \"เงินรายได้\" ที่ขออนุมัติเพื่อจัดซื้อครุภัณฑ์หรือสิ่งก่อสร้าง","ระดับ 5 สัดส่วนการจัดสรรงบประมาณและรายได้ขององค์การมหาชน (ถ้ามี) เพื่อการขับเคลื่อนภารกิจงานหรือแผนปฏิบัติการเป้าหมายภารกิจขององค์กร ร้อยละ 60 ระดับ 4 สัดส่วนการจัดสรรงบประมาณและรายได้ขององค์การมหาชน (ถ้ามี) เพื่อการขับเคลื่อนภารกิจงานหรือแผนปฏิบัติการเป้าหมายภารกิจขององค์กร ร้อยละ 55 ระดับ 3 สัดส่วนการจัดสรรงบประมาณและรายได้ขององค์การมหาชน (ถ้ามี) เพื่อการขับเคลื่อนภารกิจงานหรือแผนปฏิบัติการเป้าหมายภารกิจขององค์กร ร้อยละ 50 ระดับ 2 สัดส่วนการจัดสรรงบประมาณและรายได้ขององค์การมหาชน (ถ้ามี) เพื่อการขับเคลื่อนภารกิจงานหรือแผนปฏิบัติการเป้าหมายภารกิจขององค์กร ร้อยละ 45 ระดับ 1 สัดส่วนการจัดสรรงบประมาณและรายได้ขององค์การมหาชน (ถ้ามี) เพื่อการขับเคลื่อนภารกิจงานหรือแผนปฏิบัติการเป้าหมายภารกิจขององค์กร ร้อยละ 40",null,"เอกสารรายงานสรุปผลการจัดสรรงบประมาณแต่ละประเภท และรายละเอียดงบประมาณที่จัดสรรในการขับเคลื่อนภารกิจตามยุทธศาสตร์แต่ละแผนงานโครงการ โดยเอกสารที่อาจนำมาประกอบการพิจารณา เช่น • แผนงานและแผนเงินในปีที่ประเมินผล (ครอบคลุมค่าใช้จ่ายตามแผนการใช้จ่ายเงิน) ที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ • ผลการใช้จ่ายงบประมาณรายไตรมาสแต่ละโครงการของปีที่ประเมินผล ที่มีการรายงานคณะกรรมการหรือผู้บริหาร • รายงานการประชุมคณะกรรมการ/อนุกรรมการที่เกี่ยวข้อง"],
    [9,"2566-2568","องค์ประกอบที่ 2 ผลการปฏิบัติงาน (performance)","2.2.1.2 ร้อยละของการเบิกจ่ายงบประมาณภาพรวม",3,"องค์การมหาชนเป็นหน่วยงานของรัฐรูปแบบหนึ่งจึงต้องขับเคลื่อนการใช้จ่ายงบประมาณให้เป็นไปตามเป้าหมายการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้จ่ายงบประมาณของหน่วยงานของรัฐในภาพรวม เพื่อสะท้อนประสิทธิภาพการใช้จ่ายงบประมาณในการขับเคลื่อนภารกิจ","สูตรการคำนวณ พิจารณาจากผลการเบิกจ่ายงบประมาณทุกประเภทที่ได้รับจัดสรร ยกเว้นงบบุคลากร เพื่อสะท้อนประสิทธิภาพการใช้จ่ายงบประมาณในการขับเคลื่อนภารกิจ (งบประมาณภาพรวมที่เบิกจ่ายสะสม ณ ไตรมาส 4 x 100) / (งบประมาณประจำปี + เงินทุนสะสม + เงินรายได้ที่นำมาใช้ขับเคลื่อนภารกิจ)","ระดับ 5 ร้อยละการเบิกจ่ายภาพรวมไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 ระดับ 4 ร้อยละการเบิกจ่ายภาพรวมไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ระดับ 3 ร้อยละการเบิกจ่ายภาพรวมไม่น้อยกว่าร้อยละ 85 ระดับ 2 ร้อยละการเบิกจ่ายภาพรวมไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ระดับ 1 ร้อยละการเบิกจ่ายภาพรวมไม่น้อยกว่าร้อยละ 75",null,"(1) แผนงานและแผนเงินในปีที่ประเมินผล (ครอบคลุมค่าใช้จ่ายตามแผนการใช้จ่ายเงิน) ที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ (2) ผลการใช้จ่ายงบประมาณรายไตรมาสแต่ละโครงการของปีที่ประเมินผล ที่มีการรายงานคณะกรรมการหรือผู้บริหาร (3) รายงานการประชุมคณะกรรมการ/อนุกรรมการที่เกี่ยวข้อง"],
    [10,"2566-2568","องค์ประกอบที่ 2 ผลการปฏิบัติงาน (performance)","2.2.2 การบริหารการใช้อุปกรณ์เครื่องมือและอาคารสถานที่",2,"เพื่อสะท้อนประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรโดยพิจารณาจากการใช้ทรัพยากร เช่น อุปกรณ์เครื่องมือ อาคารสถานที่เทียบกับประโยชน์ที่เกิดขึ้น โดยอาจตรวจสอบปริมาณทรัพยากรที่องค์การมหาชนใช้ไปในการดำเนินงานตามภารกิจ เช่น รายการสินทรัพย์/พัสดุสำคัญ ค่าเสื่อม ค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุง เปรียบเทียบกับผลลัพธ์ที่ได้เพื่อประเมินว่าองค์การมหาชนนั้นบริหารจัดการทรัพยากรอย่างคุ้มค่าหรือมีประสิทธิภาพหรือไม่","สูตรการคำนวณ (จำนวนรายการทรัพยากร/สินทรัพย์ที่มีการใช้ประโยชน์และแสดงถึงผลความคุ้มค่าได้ x 100) / (จำนวนรายการทรัพยากร/สินทรัพย์ที่อยู่ในรายการขององค์การมหาชน)","ระดับ 5 มีการใช้ประโยชน์จากทรัพยากร/สินทรัพย์อย่างคุ้มค่ากับงบประมาณ ร้อยละ 100 ระดับ 4 มีการใช้ประโยชน์จากทรัพยากร/สินทรัพย์อย่างคุ้มค่ากับงบประมาณ ร้อยละ 80 ขึ้นไป ระดับ 3 มีการใช้ประโยชน์จากทรัพยากร/สินทรัพย์อย่างคุ้มค่ากับงบประมาณ ร้อยละ 70 ขึ้นไป ระดับ 2 มีการใช้ประโยชน์จากทรัพยากร/สินทรัพย์อย่างคุ้มค่ากับงบประมาณ ร้อยละ 60 ขึ้นไป ระดับ 1 มีการใช้ประโยชน์จากทรัพยากร/สินทรัพย์อย่างคุ้มค่ากับงบประมาณต่ำกว่าร้อยละ 60","(1) พิจารณางานบริการ/ภารกิจหลักขององค์การมหาชน พร้อมกับจำแนกรายการทรัพยากร/สินทรัพย์ในแต่ละงานบริการ/ภารกิจหลักนั้น ๆ (2) จำนวนรายการทรัพยากร/สินทรัพย์ที่อยู่ในรายการขององค์การมหาชน จะพิจารณาจากรายการสำคัญ เช่น มีการใช้งบลงทุนสูง มีค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาและค่าเสื่อมสูง โดยองค์การมหาชนจำเป็นต้องแสดงรายการค่าใช้จ่ายดังกล่าวเพื่อเป็นข้อมูลประกอบการประเมินผล (3) ในการประเมินประสิทธิภาพและความคุ้มค่าจะพิจารณาจากระดับการใช้ทรัพยากรขององค์การมหาชน ซึ่งหลักการนี้มุ่งเน้นการตรวจสอบปริมาณทรัพยากรที่องค์การมหาชนใช้ไปในการดำเนินงานตามภารกิจหลักเปรียบเทียบกับผลลัพธ์ที่ได้ เพื่อประเมินว่าองค์การมหาชนนั้นบริหารจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่ โดยมีหลักการพิจารณาที่หลากหลาย เช่น • เปรียบเทียบเงินทุนที่ใช้ไปกับผลลัพธ์ที่ได้ โดยผลลัพธ์ที่นำมาเปรียบเทียบจะเป็นตัวเลขทางการเงิน เช่น รายได้ กำไร หรือตัวชี้วัดอื่น ๆ เช่น ผลผลิต บริการ ซึ่งการประเมินเป็นตัวเงินต้องสามารถอ้างอิงข้อมูลที่สามารถนำมาใช้ได้ เช่น การวิจัยหรือข้อมูลที่มีอยู่เกี่ยวกับโครงการหรือสถานที่ที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน • เปรียบเทียบทรัพยากรที่ใช้ไปกับทรัพยากรที่มีอยู่ เป็นการวัดว่าองค์การมหาชนใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างเต็มประสิทธิภาพหรือไม่ • เปรียบเทียบความคุ้มค่าของตัวเลือกที่เป็นไปได้ เช่น การใช้วัสดุหรือเทคโนโลยีที่แตกต่างกัน หรือการออกแบบสถานที่ให้บริการต่อสาธารณะในแบบต่าง ๆ","(1) ผลจากการสังเกตการณ์ทรัพยากร ทรัพย์สิน อาคารสถานที่สำคัญขององค์การมหาชน (2) รายการการใช้ประโยชน์ เช่น เอกสารใบลงทะเบียนผู้ใช้งาน ผู้รับบริการ (3) งบการเงินและรายการค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการและการบำรุงดูแลรักษา (4) แผนการใช้ประโยชน์ แผนการจำหน่ายทรัพย์สิน (5) ผลการวิเคราะห์มูลค่าหรือความคุ้มค่าจากการใช้ประโยชน์ เช่น การประหยัดได้กับกรณีที่ต้องจัดจ้างหรือเช่าซื้อจากภายนอก จำนวนผู้รับบริการที่สามารถขยายฐานไปได้เพิ่มขึ้นจากการมีอุปกรณ์เครื่องมือในการบริการ"],
    [11,"2566-2568","องค์ประกอบที่ 3 กลไกสำคัญในระบบนิเวศ (ecosystem)","3.1 ระดับความสำเร็จของการสร้างคุณค่าขององค์การมหาชนในระบบนิเวศ",20,"เพื่อสะท้อนการพัฒนาตนเอง การขับเคลื่อนภารกิจและสร้างผลกระทบที่สำคัญขององค์การมหาชน และเพื่อให้องค์กรที่มีความจำเป็นต่อระบบนิเวศของการพัฒนาประเทศต่อยอดและสร้างคุณค่าจากงาน",null,"ระดับ 5 1) เป็นไปตามวัตถุประสงค์การจัดตั้งองค์การมหาชนทั้งหมด 2) มีความสำคัญจำเป็นในระบบนิเวศของการพัฒนา 3) ไม่มีความซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่น ระดับ 4 1) เป็นไปตามวัตถุประสงค์การจัดตั้งองค์การมหาชนทั้งหมด 2) มีความสำคัญจำเป็นในระบบนิเวศของการพัฒนา 3) มีความซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่นแต่ผลงานและได้รับความเชื่อมั่นจากกลุ่มเป้าหมายที่สูงกว่าเมื่อเทียบกับหน่วยงานอื่นที่มีการซ้ำซ้อนกัน ระดับ 3 กรณีที่ 1 1) มีการดำเนินการในบางด้านที่นอกเหนือจากวัตถุประสงค์การจัดตั้งองค์การมหาชน 2) มีความสำคัญจำเป็นในระบบนิเวศของการพัฒนา 3) มีความซ้ำซ้อนแต่มีผลงานและได้รับความเชื่อมั่นของกลุ่มเป้าหมายที่สูงกว่าเมื่อเทียบกับหน่วยงานอื่นที่มีการดำเนินการซ้ำซ้อนกัน กรณีที่ 2 1) มีการดำเนินการในบางด้านที่นอกเหนือจากวัตถุประสงค์การจัดตั้งองค์การมหาชน 2) มีความสำคัญจำเป็นในระบบนิเวศของการพัฒนา 3) ไม่มีความซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่น ระดับ 2 1) เป็นไปตามวัตถุประสงค์การจัดตั้งองค์การมหาชน 2) มีความสำคัญจำเป็นในระบบนิเวศของการพัฒนา 3) มีความซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่นและมีผลงานได้รับความเชื่อมั่นของกลุ่มเป้าหมายที่ต่ำกว่าเมื่อเทียบกับหน่วยงานอื่นที่มีการดำเนินการซ้ำซ้อนกัน ระดับ 1 กรณีที่ 1 1) มีการดำเนินการไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์การจัดตั้งองค์การมหาชน 2) มีความจำเป็นในระบบนิเวศของการพัฒนา 3) มีความซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่นและมีผลงานและได้รับความเชื่อมั่นของกลุ่มเป้าหมายที่ต่ำกว่าเมื่อเทียบกับหน่วยงานอื่นที่มีการดำเนินการซ้ำซ้อนกัน กรณีที่ 2 1) มีการดำเนินการไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์การจัดตั้งองค์การมหาชน 2) ไม่มีความจำเป็นในระบบนิเวศของการพัฒนา 3) ไม่มีความซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่น","(1) วิเคราะห์เป้าหมายการมีอยู่ขององค์การมหาชน ว่าหน่วยงานจัดตั้งขึ้นเพื่ออะไร มีเป้าหมายที่จะส่งผลต่อประเทศในเชิงผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญกับการพัฒนาประเทศอย่างไร เช่น การเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศในด้านต่าง ๆ การสร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจ การบริการประชาชน การสร้างความยั่งยืนในการพัฒนาด้านต่าง ๆ (2) วิเคราะห์ว่าจากเป้าหมายการมีอยู่ขององค์การมหาชนมีกลไกที่เกี่ยวข้องอย่างไร โดยกลไกระบบนิเวศอาจเป็นองค์ประกอบ เป็น supply chain ที่จะเป็นแกนในการนำบริบทที่เกี่ยวข้องไปสู่เป้าหมาย อาทิ เป้าหมายการยกระดับขีดความสามารถของ SME คือการสร้างระบบนิเวศของการดำเนินธุรกิจของ SME ตั้งแต่ต้นน้ำ (วัตถุดิบ ความรู้ กำลังแรงงาน เงินทุน) กลางน้ำ (การผลิต การค้า และการบริการ) จนไปถึงระดับปลายน้ำ (ด้านการตลาดและโลจิสติกส์) (3) วิเคราะห์บทบาท (intervention) ขององค์การมหาชนในระบบนิเวศ เป็นการวิเคราะห์ว่าแต่ละองค์ประกอบภายใต้กลไกระบบนิเวศองค์การมหาชน และหน่วยงานใด มีบทบาทหน้าที่เป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินการ โดยการวิเคราะห์ต้องอยู่บนภารกิจตามกฎหมายและยุทธศาสตร์ของหน่วยงาน และเมื่อประเมินผลจะสะท้อนได้ว่าแผนงานโครงการที่จัดสรรงบประมาณไปนั้น หน่วยงานที่ร่วมดำเนินการมีรูปแบบ/กลุ่มเป้าหมายเดียวกันและซ้ำซ้อนกันมากที่ห่วงโซ่กลไกใดหรือไม่ ผลของการวิเคราะห์จะสะท้อนได้ว่าหน่วยงานใดควรเป็นผู้ดำเนินการ งบประมาณควรลำดับความสำคัญ (priority) ไปที่หน่วยงานใด หรือบางหน่วยงานควรมุ่งเน้นในกลุ่มเฉพาะแทนการส่งเสริมครอบคลุมทุกกลุ่มหรือไม่ และหากการประเมินพบว่า บางเรื่องที่เป็นกลไกสำคัญที่รัฐบาลหรือเป้าหมายประเทศต้องการผลักดัน องค์การมหาชนยังมีหน้าที่หลักดังกล่าวหรือไม่ อย่างไร ทั้งนี้ การดำเนินการในบางเรื่องรัฐไม่ได้มีบทบาทเป็นผู้ดำเนินการ แต่เป็นผู้สนับสนุนหรือสร้างปัจจัยแวดล้อมเพื่อเอื้ออำนวย เช่น มาตรการกระตุ้นทางภาษีหรืออื่น ๆ เท่านั้น ดังนั้น เมื่อเข้าใจกระบวนการดังกล่าว ก็จะสามารถประเมินต่อได้ว่า การบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ มาตรการดังกล่าวส่งผลมากพอหรือไม่ ถ้าไม่พอควรผลักดันให้มีโครงการของหน่วยงานใดเข้าไปเสริมในการผลักดันต่อให้เกิดผล","(1) ผลการดำเนินงานตามองค์ประกอบที่ 1 องค์ประกอบที่ 2 และการศึกษาบทบาทขององค์การมหาชนในบริบทปัจจัยแวดล้อมการพัฒนาประเทศ (2) ผลการสัมภาษณ์สำรวจความคิดเห็นต่อบทบาทคุณค่าขององค์การมหาชน และความคิดเห็นต่อคุณค่าขององค์การมหาชน ความซ้ำซ้อนเมื่อเทียบเคียงกับหน่วยงานอื่น ๆ (3) ผลการศึกษาการดำเนินงานของหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องในปัจจัยแวดล้อมและบทบาทภารกิจ ผลการดำเนินงาน (ถ้ามี) ของหน่วยงานอื่น ๆ (4) ผลการสำรวจความเชื่อมั่นต่อการดำเนินงานขององค์การมหาชนที่สำรวจผู้มีส่วนได้เสีย"],
    [12,"2566-2568","องค์ประกอบที่ 4 ความสามารถในการปรับตัวเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต (resilience & agility)","4.1 ด้านวิสัยทัศน์และภาวะผู้นำ (vision & leadership)",5,"เป็นการพิจารณาบทบาทของคณะกรรมการองค์การมหาชนและผู้บริหารต่อการรองรับการเปลี่ยนแปลงการเข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทาง กลยุทธ์ รองรับเหตุการณ์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นที่อาจส่งผลต่อองค์การมหาชนทั้งเชิงบวกและเชิงลบ และสามารถนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติได้สำเร็จ จนองค์กรมีความพร้อมหรือมีความสามารถในการปรับตัวสูง พร้อมใช้โอกาสให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาและเพิ่มขีดความสามารถ และมีความพร้อมในการบริหารความเสี่ยงจากสถานการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินภารกิจ",null,"ระดับ 5 1) คณะกรรมการองค์การมหาชนมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทาง กลยุทธ์ โดยมีการให้ข้อสังเกตและข้อเสนอแนะที่นำไปสู่การริเริ่มกลยุทธ์หรือแผนงานโครงการใหม่ ๆ รองรับโอกาส หรือสถานการณ์ฉุกเฉินหรือเหตุการณ์ที่ทำให้องค์กรหยุดชะงัก หรือปัจจัยที่ทำให้กระทบภารกิจ (disruption) 2) ผู้บริหารได้ผลักดันนำนโยบายทั้งหมดไปสู่การปฏิบัติสำเร็จ 3) องค์กรมีความพร้อมหรือมีความสามารถในการปรับตัวสูง จนเกิดผลต่อองค์กรอย่างมีนัยสำคัญ ระดับ 4 1) คณะกรรมการองค์การมหาชนมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทาง กลยุทธ์ โดยมีการให้ข้อสังเกตและข้อเสนอแนะที่นำไปสู่การริเริ่มกลยุทธ์หรือแผนงานโครงการใหม่ ๆ รองรับโอกาส หรือสถานการณ์ฉุกเฉินหรือเหตุการณ์ที่ทำให้องค์กรหยุดชะงัก หรือปัจจัยที่ทำให้กระทบภารกิจ (disruption) 2) ผู้บริหารได้ผลักดันนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติ 3) มีแผนและนำไปปฏิบัติสำเร็จร้อยละ 80ขึ้นไป ระดับ 3 1) คณะกรรมการองค์การมหาชนมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทาง กลยุทธ์ โดยมีการให้ข้อสังเกตและข้อเสนอแนะที่นำไปสู่การริเริ่มกลยุทธ์หรือแผนงานโครงการใหม่ ๆ รองรับโอกาส หรือสถานการณ์ฉุกเฉินหรือเหตุการณ์ที่ทำให้องค์กรหยุดชะงัก หรือปัจจัยที่ทำให้กระทบภารกิจ (disruption) 2) ผู้บริหารได้ผลักดันนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติ 3) มีแผนและนำไปปฏิบัติสำเร็จร้อยละ 60 ขึ้นไป ระดับ 2 1) คณะกรรมการองค์การมหาชนมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทาง กลยุทธ์ โดยมีการให้ข้อสังเกตและข้อเสนอแนะ รองรับโอกาส หรือสถานการณ์ฉุกเฉินหรือเหตการณ์ที่ทำให้องค์กรหยุดชะงัก หรือปัจจัยที่ทำให้กระทบภารกิจ (disruption) 2) ผู้บริหารได้ผลักดันนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติ 3) มีแผนงานแต่นำไปปฏิบัติสำเร็จน้อยกว่าร้อยละ 60 ระดับ 1  มีแผนงานแต่ไม่ได้ผลักดันนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติ","การศึกษาทำความเข้าใจเกี่ยวกับสถานการณ์ที่อาจส่งผลต่อการปรับตัวขององค์การมหาชน เช่น 1) สถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจส่งผลต่อการดำเนินภารกิจ เช่น สถานการณ์ทางการเมือง การปิดล้อมสถานที่ราชการ ภัยพิบัติ โรคระบาด 2) แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงในอนาคต (disruption) ที่ส่งผลการเปลี่ยนแปลงภารกิจหรือการดำเนินการตามภารกิจ เช่น การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี การเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมหรือสังคมที่ส่งผลต่อการดำเนินภารกิจ รูปแบบแผนงาน/โครงการ หรือการให้บริการ การเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมหรือระบบนิเวศทั้งที่เกิดจากปัจจัยภายในและภายนอกส่งผลให้องค์การมหาชนจะต้องปรับตัวให้มีความคล่องตัวมากขึ้น (organizational agility) ดังนั้น องค์การมหาชนจะต้องวางแผนยุทธศาสตร์ กำหนดทิศทางกลยุทธ์ หรือวางแผนงานโครงการขององค์กรโดยคำนึงถึงปัจจัยหรือสถานการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อองค์การมหาชน องค์การมหาชนจะต้องมีขีดความสามารถในการปรับบทบาทภารกิจ (business model) ที่เหมาะสมทั้งในปัจจุบันและอนาคตและให้ความสำคัญกับการปรับการดำเนินงานขององค์กรให้มีความคล่องตัว รวมถึงการระบุโอกาสทางกลยุทธ์ (key strategic opportunities) และโอกาสที่ผ่านการคำนวณความเสี่ยงแล้ว (intelligent risk) ตามกรอบทิศทางการดำเนินงานขององค์กร เช่น องค์การมหาชนสามารถระบุโอกาสในการสร้างนวัตกรรมทั้งในด้านผลิตภัณฑ์บริการ หรือรูปแบบการดำเนินภารกิจขององค์การมหาชน เพื่อให้องค์กรสามารถสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันของประเทศ สร้างโอกาสหรือความได้เปรียบให้กับกลุ่มเป้าหมายหรือลูกค้าหรือสามารถสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน","(1) แผนปฏิบัติการ/งานขององค์การมหาชน กลยุทธ์ แผนงาน และความเชื่อมโยงกับการทบทวนปัจจัยตัวแปรที่องค์การมหาชนได้วิเคราะห์ไว้ (2) รายงานการประชุมหรือหลักฐานที่แสดงถึงบทบาทการมีส่วนร่วมของคณะกรรมการและผู้บริหารในการให้นโยบายกำหนดทิศทาง กลยุทธ์ เพื่อเพิ่มความสามารถในการปรับตัวรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต ตลอดจนการแสดงถึงการผลักดันวิสัยทัศน์หรือนโยบายไปสู่การปฏิบัติจนสำเร็จ/เกิดผลต่อองค์กรอย่างมีนัยสำคัญ"],
    [13,"2566-2568","องค์ประกอบที่ 4 ความสามารถในการปรับตัวเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต (resilience & agility)","4.2 ด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม และธรรมาภิบาลข้อมูล (technology innovation & data governance)",null,null,null,null,null,null],
    [14,"2566-2568","องค์ประกอบที่ 4 ความสามารถในการปรับตัวเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต (resilience & agility)","4.2.1 การนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ในการยกระดับขีดความสามารถองค์กรและการบริการภาครัฐ",2.5,"เป็นการประเมินผลขีดความสามารถขององค์การมหาชนในการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ในองค์กร และภารกิจหลักขององค์กร ทั้งในส่วนของกระบวนการทำงาน การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และการบริการ เพื่อสร้างคุณค่าให้กับองค์กร เช่น การเกิดผลิตภัณฑ์/งานบริการใหม่ ๆ การเพิ่มประสิทธิภาพงานบริการ การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารโครงการ/การบริหารจัดการภายใน การประหยัดได้ของทรัพยากร การบริหารจัดการทรัพยากรบุคลากรอย่างมีประสิทธิภาพ",null,"ระดับ 5 กระบวนงานที่เป็นภารกิจหลักสำคัญ (core business) ทั้งหมด เปลี่ยนเป็นดิจิทัล หรือนำเทคโนโลยีมาใช้หรือพัฒนานวัตกรรมแล้วส่งผลต่อประสิทธิภาพ หรือความสำเร็จการทำงานหรือการให้บริการมากขึ้นอย่างคุ้มค่า ระดับ 4 กระบวนงานที่เป็นภารกิจหลักสำคัญ (core business) ร้อยละ 70 ขึ้นไป เปลี่ยนเป็นดิจิทัล หรือนำเทคโนโลยีมาใช้หรือพัฒนานวัตกรรมแล้วส่งผลต่อประสิทธิภาพ หรือความสำเร็จการทำงานหรือการให้บริการมากขึ้นอย่างคุ้มค่า ระดับ 3 กระบวนงานที่เป็นภารกิจหลักสำคัญ (core business) ร้อยละ 50 ขึ้นไป เปลี่ยนเป็นดิจิทัล หรือนำเทคโนโลยีมาใช้หรือพัฒนานวัตกรรมแล้วส่งผลต่อประสิทธิภาพ หรือความสำเร็จการทำงานหรือการให้บริการมากขึ้นอย่างคุ้มค่า ระดับ 2 กระบวนงานที่เป็นภารกิจหลัก (core business) ร้อยละ 30 ขึ้นไป เปลี่ยนเป็นดิจิทัล หรือนำเทคโนโลยีมาใช้หรือพัฒนานวัตกรรมแล้วส่งผลต่อประสิทธิภาพ หรือความสำเร็จการทำงานหรือการให้บริการมากขึ้นอย่างคุ้มค่า ระดับ 1 มีการดำเนินการบางกระบวนงาน แต่พบว่ายังไม่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานหรือความสำเร็จในการทำงานใด ๆ","(1) การพิจารณากระบวนงานที่เป็นภารกิจหลักสำคัญ (core business) กระบวนงานตามภารกิจหลักสำคัญ จะต้องสอดรับกับเป้าหมาย ภารกิจ วัตถุประสงค์การจัดตั้ง และทิศทางขององค์การมหาชนที่ตั้งไว้ สำหรับกระบวนการสำคัญที่สร้างประโยชน์ให้แก่ผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียก็ถือว่าครอบคลุมอยู่ในกระบวนงานที่เป็นภารกิจหลักสำคัญ (core business) ด้วย (2) การนำเทคโนโลยีดิจิทัลที่เหมาะสมมาใช้ การนำเทคโนโลยีดิจิทัลที่เหมาะสมมาใช้หรือมีการพัฒนานวัตกรรมในกระบวนงานตามภารกิจหลักขององค์การมหาชนโดยมีเป้าหมายเพื่อส่งมอบคุณค่าต่อองค์กร ลูกค้า หรือผู้มีส่วนได้เสีย เช่น การใช้ประโยชน์จากปัญญาประดิษฐ์ (AI : Artificial Intelligence) ในการวิเคราะห์ผล การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อลดข้อผิดพลาดในการให้บริการ/ลดการใช้ทรัพยากร/ลดขั้นตอนการทำงาน รวมถึงการพัฒนาบริการภาครัฐใหม่ ๆ ให้มีคุณภาพมากขึ้น สามารถรองรับการบริการได้หลากหลาย สร้างโอกาสในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น (3) การพิจารณาความคุ้มค่า การพิจารณาความคุ้มค่าการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้หรือพัฒนานวัตกรรมจะเป็นการพิจารณาในภาพรวมการลงทุน/การใช้จ่ายงบประมาณ เทียบกับผลสัมฤทธิ์หรือความสำเร็จหลังการปรับปรุง/พัฒนา","(1) แผนปฏิบัติงานขององค์การมหาชนหรือแผนต่าง ๆ ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการปรับเปลี่ยนการพัฒนากระบวนงานตามภารกิจหลักโดยใช้ดิจิทัลเทคโนโลยี หรือการพัฒนานวัตกรรมหรือแผนอื่น ๆ (2) เอกสาร/หลักฐานการแสดงถึงความสำเร็จการทำงานหรือการให้บริการที่มากขึ้นตามเป้าหมายของการพัฒนาปรับเปลี่ยนที่กำหนดไว้อย่างเป็นรูปธรรม ตลอดจนการชี้แจงหรือแสดงหลักฐานผลการวิเคราะห์ความคุ้มค่า"],
    [15,"2566-2568","องค์ประกอบที่ 4 ความสามารถในการปรับตัวเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต (resilience & agility)","4.2.2 การจัดการข้อมูลเพื่อยกระดับขีดความสามารถองค์กรและการบริการภาครัฐ",2.5,"เป็นการวัดผลการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำแผนปฏิบัติการหรือแผนงานสำหรับธรรมาภิบาลข้อมูลภาครัฐ (data governance) การเปิดเผยข้อมูล (open data) และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (personal data protection act) รวมถึงการวัดผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการด้านข้อมูล เช่น ธรรมาภิบาลข้อมูลภาครัฐ การนำข้อมูลมาใช้ประโยชน์ภายในองค์กร (internal use)","พิจารณาจากผลสำรวจระดับความพร้อมรัฐบาลดิจิทัลหน่วยงานภาครัฐของประเทศไทย โดยสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) ประจำปีงบประมาณที่ประเมินผล โดยมุ่งเน้นเฉพาะผลการประเมินระดับความพร้อมการพัฒนาด้านดิจิทัล (maturity model) ในหัวข้อ data policies และ data governance",null,null,"สำนักงาน ก.พ.ร. จะพิจารณจากผลการสำรวจระดับความพร้อมรัฐบาลดิจิทัลหน่วยงานภาครัฐของประเทศไทย โดยสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน)"],
    [16,"2566-2568","องค์ประกอบที่ 4 ความสามารถในการปรับตัวเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต (resilience & agility)","4.3 ด้านการบริหารความพร้อมต่อสภาวะวิกฤต (business continuity management) ",3,"เป็นการประเมินความพร้อมขององค์การมหาชนต่อความพร้อมในการรับมือกับสภาวะวิกฤต และลดผลกระทบจากการหยุดชะงักในการดำเนินงานหรือการให้บริการ เพื่อบรรเทาความเสียหายให้อยู่ระดับที่ยอมรับได้ เพื่อให้ประชาชน เจ้าหน้าที่ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (stakeholders) มีความเชื่อมั่นในศักยภาพของหน่วยงาน",null,"ระดับ 5 1) มีแผนบริหารความพร้อมต่อสภาวะวิกฤต (BCP : Business Continuity Plan) โดยครอบคลุมทุกสภาวะวิกฤตที่มีโอกาสเกิดขึ้นกับองค์กร 2) มีการทบทวนและทดสอบการปฏิบัติตามแผนครบทุกสภาวะวิกฤตในรอบ 3 ปี ระดับ 4 1) มีแผนบริหารความพร้อมต่อสภาวะวิกฤต (BCP) โดยครอบคลุมทุกสภาวะวิกฤตที่มีโอกาสเกิดขึ้นกับองค์กร 2) มีการทบทวนและทดสอบการปฏิบัติตามแผนทุกปีแต่ไม่ครอบคลุมทุกสภาวะวิกฤต ระดับ 3 1) มีแผนบริหารความพร้อมต่อสภาวะวิกฤต (BCP) โดยครอบคลุมทุกสภาวะวิกฤตที่มีโอกาสเกิดขึ้นกับองค์กร 2) มีการทบทวนและทดสอบการปฏิบัติตามแผนในรอบ 3 ปีแต่ไม่ครอบคลุมทุกสภาวะวิกฤต ระดับ 2 1) มีแผนบริหารความพร้อมต่อสภาวะวิกฤต (BCP) แต่ไม่ครอบคลุมทุกสภาวะวิกฤต 2) มีการทบทวนและทดสอบการปฏิบัติตามแผนทุกปี ระดับ 1 1) มีแผนบริหารความพร้อมต่อสภาวะวิกฤต (BCP) 2) ไม่มีการทบทวนและทดสอบการปฏิบัติตามแผน","(1) แผนดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง (BCP) แผน BCP คือ แผนที่กำหนดแนวทางการดำเนินการของหน่วยงานเมื่อเกิดสภาวะวิกฤตหรือภัยต่าง ๆ ที่จะส่งผลให้กระบวนการทำงานของหน่วยงานหยุดชะงัก ให้สามารถกลับมาดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะงานบริการภาครัฐที่สำคัญต่อประชาชน องค์การมหาชนจะต้องวิเคราะห์บริการ/กระบวนการหลักที่มีความสำคัญซึ่งหากเกิดการหยุดชะงักจากเหตุการณ์จะเกิดผลกระทบและความเสียหายต่อการดำเนินงานขององค์กร ตลอดจนการวางแผนทรัพยากรหลักที่จำเป็นต้องใช้ในภาวะวิกฤต(2) สภาวะวิกฤตที่มีโอกาสเกิดขึ้น อาทิ ภัยธรรมชาติ (เช่น แผ่นดินไหว อุทกภัย ดินถล่ม) ภัยจากอุบัติเหตุ/อัคคีภัย ภัยจากความมั่นคง/ความไม่สงบ (เช่น การชุมนุมประท้วง/จลาจล) ภัยด้านสาธารณสุข (เช่น โรคระบาด การเจ็บป่วยของพนักงานจำนวนมากพร้อมกัน) ภัยด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (เช่น ระบบคอมพิวเตอร์ล่ม การถูกโจมตีทางไซเบอร์ ข้อมูลรั่วไหล) โดยผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อองค์กร ได้แก่ • ผลกระทบด้านอาคาร/สถานที่ปฏิบัติงานหลัก หมายถึง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้สถานที่ปฏิบัติงานหลักได้รับความเสียหายหรือไม่สามารถใช้สถานที่ปฏิบัติงานหลักได้ และส่งผลให้บุคลากรไม่สามารถเข้าไปปฏิบัติงานได้ชั่วคราวหรือระยะยาว ซึ่งรวมทั้งการที่ผู้รับบริการไม่สามารถเข้าถึงสถานที่ให้บริการของหน่วยงานด้วย • ผลกระทบด้านวัสดุอุปกรณ์ที่สำคัญ/การจัดหาจัดส่งวัสดุอุปกรณ์ที่สำคัญ หมายถึง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ไม่สามารถใช้งานวัสดุอุปกรณ์ที่สำคัญ หรือไม่สามารถจัดหา/จัดส่งวัสดุอุปกรณ์ที่สำคัญได้ • ผลกระทบด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและข้อมูลที่สำคัญ หมายถึง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ระบบงานเทคโนโลยีหรือระบบสารสนเทศ หรือข้อมูลที่สำคัญไม่สามารถนำมาใช้ในการปฏิบัติงานได้ตามปกติ • ผลกระทบด้านบุคลากรหลัก หมายถึง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้บุคลากรหลักไม่สามารถมาปฏิบัติงานได้ตามปกติ • ผลกระทบด้านคู่ค้า/ผู้ให้บริการ/ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่สำคัญ หมายถึง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้คู่ค้า/ผู้ให้บริการ/ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ไม่สามารถติดต่อหรือให้บริการหรือส่งมอบงานได้ (3) การทดสอบการปฏิบัติตามแผน เพื่อให้มั่นใจว่าระบบการจัดการความพร้อมต่อสภาวะวิกฤตที่จัดเตรียมไว้ สามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิผลตามที่ต้องการ เพื่อประเมินความถูกต้องและครบถ้วนของข้อมูลในแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจ และเพื่อให้มั่นใจว่าหน่วยงานสามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ตลอดจนกอบกู้ทรัพยากรและกระบวนการทำงานต่าง ๆ และกลับสู่ภาวะการดำเนินธุรกิจตามปกติได้ภายในระยะเวลาและเงื่อนไขที่กำหนด รวมทั้งทดสอบและยืนยันสิ่งที่ได้มีการเตรียมการไว้สามารถทำให้ธุรกิจสามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อนำผลลัพธ์ที่ได้จากการทดสอบไปปรับปรุงแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น (4) ระยะเวลาเป้าหมายในการฟื้นคืนสภาพ ระยะเวลาภายหลังจากเกิดอุบัติการณ์ขึ้นที่ทำให้ผลิตภัณฑ์หรือบริการต้องกลับคืนสภาพเดิม กิจกรรมต้องกลับมาดำเนินการได้ และทรัพยากรต้องได้รับการฟื้นฟู โดยองค์การมหาชนต้องมีการกำหนดช่วงของระยะเวลาเป้าหมายในการฟื้นคืนสภาพตามความเหมาะสม","(1) แผนดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่องสำหรับการบริหารความพร้อมต่อสภาวะวิกฤต (Business Continuity Plan : BCP) ขององค์การมหาชน (2) เอกสารหลักฐานที่แสดงถึงผลการสอบทานแผนฯ (3) เอกสารหลักฐานที่แสดงถึงผลการทดสอบสถานการณ์วิกฤต และการดำเนินการเพื่อฟื้นคืนสภาพได้ตามเป้าหมาย"],
    [17,"2566-2568","องค์ประกอบที่ 4 ความสามารถในการปรับตัวเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต (resilience & agility)","4.4 ด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล (human resource management) ",7,"เพื่อสะท้อนความสำเร็จของการบริหารทรัพยากรบุคคลที่เหมาะสมกับบริบทที่เปลี่ยนแปลงไป โดยมีระบบการบริหารจัดการและพัฒนาทรัพยากรบุคคลที่มีความพร้อมในการขับเคลื่อนภารกิจในอนาคต เช่น โครงสร้างที่ยืดหยุ่น สมรรถนะบุคลากรสอดคล้องกับ strategic foresight มีการวิเคราะห์และทบทวนการจ้างงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ส่งเสริมและพัฒนาคนเก่ง talent management วางแผนการบริหารทรัพยากรบุคคล โดยคำนึงถึงความสมดุลระหว่าง productivity และความสุขของบุคลากรในองค์กร ความผูกพันของบุคลากรต่อองค์กร เป็นต้น","ระดับดีมาก 1) ดำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์การบริหารทรัพยากรบุคคลที่รองรับการเปลี่ยนแปลงครบถ้วน ร้อยละ 100 2) ประเด็นความเห็นคนในองค์กรสอดคล้องร้อยละ 90 ขึ้นไป 3) ผลสำรวจความเชื่อมั่นลูกค้าและผู้มีส่วนได้เสียจากองค์ประกอบ 2 ร้อยละ 80 ขึ้นไป 4) ความผูกพันต่อองค์กรดี 4.21 ขึ้นไป (คะแนนเต็ม 5) ระดับที่ดี 1) ดำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์การบริหารทรัพยากรบุคคลที่รองรับการเปลี่ยนแปลงครบถ้วน ร้อยละ 70 ขึ้นไป 2) ประเด็นความเห็นคนในองค์กรสอดคล้องร้อยละ 80 ขึ้นไป 3) ผลสำรวจความเชื่อมั่นลูกค้าและผู้มีส่วนได้เสียจากองค์ประกอบ 2 ร้อยละ 75 ขึ้นไป 4) ความผูกพันต่อองค์กรดี 3.41-4.20 (คะแนนเต็ม 5) ระดับปานกลาง 1) ดำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์การบริหารทรัพยากรบุคคลที่รองรับการเปลี่ยนแปลงครบถ้วน ร้อยละ 60 ขึ้นไป 2) ประเด็นความเห็นคนในองค์กรสอดคล้องร้อยละ 70 ขึ้นไป 3) ผลสำรวจความเชื่อมั่นลูกค้าและผู้มีส่วนได้เสียจากองค์ประกอบ 2 ร้อยละ 70 ขึ้นไป 4) ความผูกพันต่อองค์กรดี 2.61-3.40 (คะแนนเต็ม 5) ระดับน้อย 1) ดำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์การบริหารทรัพยากรบุคคลที่รองรับการเปลี่ยนแปลงครบถ้วน ร้อยละ 50 ขึ้นไป 2) ประเด็นความเห็นคนในองค์กรสอดคล้องร้อยละ 60 ขึ้นไป 3) ผลสำรวจความเชื่อมั่นลูกค้าและผู้มีส่วนได้เสียจากองค์ประกอบ 2 ร้อยละ 60 ขึ้นไป 4) ความผูกพันต่อองค์กรดี 1.81-2.60 (คะแนนเต็ม 5) ระดับน้อยมาก  1) ไม่มีแผนยุทธศาสตร์การบริหารทรัพยากรบุคคลที่รองรับการเปลี่ยนแปลง 2) ประเด็นความเห็นคนในองค์กรสอดคล้องต่ำกว่าร้อยละ 60 3) ผลสำรวจความเชื่อมั่นลูกค้าและผู้มีส่วนได้เสียจากองค์ประกอบ 2 ต่ำกว่าร้อยละ 60 4) ความผูกพันต่อองค์กรดี 1.80 ลงไป (คะแนนเต็ม 5)","ระดับ 5 มีระบบการบริหารจัดการและพัฒนาทรัพยากรบุคคลให้มีความพร้อมในการขับเคลื่อนภารกิจในอนาคตอยู่ในระดับที่ดีมาก ระดับ 4 มีระบบการบริหารจัดการและพัฒนาทรัพยากรบุคคลให้มีความพร้อมในการขับเคลื่อนภารกิจในอนาคตอยู่ในระดับที่ดี ระดับ 3 มีระบบการบริหารจัดการและพัฒนาทรัพยากรบุคคลให้มีความพร้อมในการขับเคลื่อนภารกิจในอนาคตอยู่ในระดับปานกลาง ระดับ 2 มีระบบการบริหารจัดการและพัฒนาทรัพยากรบุคคลให้มีความพร้อมในการขับเคลื่อนภารกิจในอนาคตอยู่ในระดับน้อย ระดับ 1 มีระบบการบริหารจัดการและพัฒนาทรัพยากรบุคคลให้มีความพร้อมในการขับเคลื่อนภารกิจในอนาคตอยู่ในระดับน้อยมาก","(1) การบริหารทรัพยากรบุคคลในยุคใหม่ จำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนบทบาทของผู้เกี่ยวข้องทั้งพนักงาน หัวหน้างาน ผู้บริหาร และนักทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งต้องมีภารกิจร่วมกันมากขึ้นแทนการแบ่งแยกหน้าที่ชัดเจน และการบริหารจะให้ความสำคัญต่อบุคลากรที่มีศักยภาพมากขึ้น ซึ่งทำให้การจัดการด้านบริหารทรัพยากรมนุษย์ถูกออกแบบเพื่อให้มีความยืดหยุ่นและปรับเปลี่ยนได้ง่าย องค์การมหาชนเป็นองค์กรภาครัฐที่ถูกตั้งขึ้นด้วยการออกแบบระบบการทำงาน ตลอดจนการสร้างกลไกรองรับการสรรหาบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถสูงมาบริหารและขับเคลื่อนภารกิจที่มีความท้าทาย การบริหารทรัพยากรบุคคลในยุคใหม่ จะสามารถรองรับภารกิจที่มีการปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็วและไม่ยึดติดกับการบริหารแบบมุ่งเน้นวิธีการหรือกระบวนการ มากกว่าการมุ่งเน้นผลลัพธ์ ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายการจัดตั้งองค์การมหาชน (2) ลักษณะองค์กรและกำลังคนที่มีความสามารถในการรับการเปลี่ยนแปลง เช่น • มีการแสวงหาความคิดใหม่ ๆ จากสิ่งแวดล้อม เน้นการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นวัฒนธรรมองค์กร โดยไม่จำเป็นต้องใช้วิธีการเปลี่ยนแปลงอย่างสุดโต่ง • ระบบบุคลากรซึ่งต้องมีการกำหนดหน้าที่งานให้กว้าง (broad job definition) สร้างสมดุลระหว่างความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน (Specialization) และการมีทักษะที่หลากหลาย (diversification) มีการโยกย้ายสับเปลี่ยนหมุนเวียนคน เพื่อเผยแพร่วิธีการทำงานที่เป็นเลิศไปยังทุกส่วนขององค์กรคู่มือการประเมินความคุ้มค่าเพื่อพัฒนาองค์การมหาชน • มีการลงทุนในทักษะและสมรรถนะหลักที่สำคัญขององค์กร และแสวงหาโอกาสใหม่ ๆ ที่จะนำทักษะและสมรรถนะดังกล่าวไปใช้ประโยชน์ • ส่งเสริมให้เกิดความรู้สึกเป็นผู้ประกอบการภายใน (intrapreneurship : พนักงานที่มีทัศนคติแบบเจ้าของกิจการ ทุ่มเท กระตือรือร้น คิดอย่างสร้างสรรค์ เพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมและการเติบโตของบริษัท)","(1) แผนยุทธศาสตร์การบริหารทรัพยากรบุคคล (2) ผลการวิเคราะห์การเชื่อมโยงปัญหาอุปสรรคการดำเนินงานที่ผ่านมากับการจัดโครงสร้างและอัตรากำลังขององค์กร (3) ผลการสำรวจความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย/ความผูกพันของบุคลากร"]
]}
