Overview

Dataset statistics

Number of variables9
Number of observations17
Missing cells34
Missing cells (%)22.2%
Total size in memory1.3 KiB
Average record size in memory79.5 B

Variable types

Categorical8
Numeric1

Alerts

ปีงบประมาณ has constant value "2566-2568" Constant
น้ำหนัก has 4 (23.5%) missing values Missing
เป้าหมายการประเมิน has 4 (23.5%) missing values Missing
เกณฑ์การประเมินผล has 10 (58.8%) missing values Missing
เกณฑ์การให้คะแนน has 5 (29.4%) missing values Missing
การเตรียมความพร้อม has 7 (41.2%) missing values Missing
ข้อมูลประกอบ has 4 (23.5%) missing values Missing
ตัวชี้วัด is uniformly distributed Uniform
เป้าหมายการประเมิน is uniformly distributed Uniform
เกณฑ์การประเมินผล is uniformly distributed Uniform
เกณฑ์การให้คะแนน is uniformly distributed Uniform
การเตรียมความพร้อม is uniformly distributed Uniform
ข้อมูลประกอบ is uniformly distributed Uniform
ตัวชี้วัด has unique values Unique

Reproduction

Analysis started2026-09-09 04:18:46.500256
Analysis finished2026-09-09 04:18:46.710444
Duration0.21 seconds
Software versionpandas-profiling v3.1.0
Download configurationconfig.json

Variables

ปีงบประมาณ
Categorical

CONSTANT
REJECTED

Distinct1
Distinct (%)5.9%
Missing0
Missing (%)0.0%
Memory size264.0 B
2566-2568
17 

Length

Max length9
Median length9
Mean length9
Min length9

Characters and Unicode

Total characters0
Distinct characters0
Distinct categories0 ?
Distinct scripts0 ?
Distinct blocks0 ?
The Unicode Standard assigns character properties to each code point, which can be used to analyse textual variables.

Unique

Unique0 ?
Unique (%)0.0%

Sample

1st row2566-2568
2nd row2566-2568
3rd row2566-2568
4th row2566-2568
5th row2566-2568

Common Values

ValueCountFrequency (%)
2566-256817
100.0%

Length

2026-09-09T11:18:46.787210image/svg+xmlMatplotlib v3.3.4, https://matplotlib.org/
Histogram of lengths of the category

Pie chart

2026-09-09T11:18:46.878186image/svg+xmlMatplotlib v3.3.4, https://matplotlib.org/
ValueCountFrequency (%)
2566-256817
100.0%

Most occurring characters

ValueCountFrequency (%)
No values found.

Most occurring categories

ValueCountFrequency (%)
No values found.

Most frequent character per category

Most occurring scripts

ValueCountFrequency (%)
No values found.

Most frequent character per script

Most occurring blocks

ValueCountFrequency (%)
No values found.

Most frequent character per block

Distinct4
Distinct (%)23.5%
Missing0
Missing (%)0.0%
Memory size264.0 B
องค์ประกอบที่ 2 ผลการปฏิบัติงาน (performance)
8 
องค์ประกอบที่ 4 ความสามารถในการปรับตัวเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต (resilience & agility)
6 
องค์ประกอบที่ 1 ความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์จัดตั้ง (coherence)
2 
องค์ประกอบที่ 3 กลไกสำคัญในระบบนิเวศ (ecosystem)
1 

Length

Max length93
Median length48
Mean length64.11764706
Min length45

Characters and Unicode

Total characters0
Distinct characters0
Distinct categories0 ?
Distinct scripts0 ?
Distinct blocks0 ?
The Unicode Standard assigns character properties to each code point, which can be used to analyse textual variables.

Unique

Unique1 ?
Unique (%)5.9%

Sample

1st rowองค์ประกอบที่ 1 ความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์จัดตั้ง (coherence)
2nd rowองค์ประกอบที่ 1 ความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์จัดตั้ง (coherence)
3rd rowองค์ประกอบที่ 2 ผลการปฏิบัติงาน (performance)
4th rowองค์ประกอบที่ 2 ผลการปฏิบัติงาน (performance)
5th rowองค์ประกอบที่ 2 ผลการปฏิบัติงาน (performance)

Common Values

ValueCountFrequency (%)
องค์ประกอบที่ 2 ผลการปฏิบัติงาน (performance)8
47.1%
องค์ประกอบที่ 4 ความสามารถในการปรับตัวเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต (resilience & agility)6
35.3%
องค์ประกอบที่ 1 ความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์จัดตั้ง (coherence)2
 
11.8%
องค์ประกอบที่ 3 กลไกสำคัญในระบบนิเวศ (ecosystem)1
 
5.9%

Length

2026-09-09T11:18:46.960944image/svg+xmlMatplotlib v3.3.4, https://matplotlib.org/
Histogram of lengths of the category

Pie chart

2026-09-09T11:18:47.049440image/svg+xmlMatplotlib v3.3.4, https://matplotlib.org/
ValueCountFrequency (%)
องค์ประกอบที่17
21.2%
performance8
10.0%
ผลการปฏิบัติงาน8
10.0%
28
10.0%
agility6
 
7.5%
6
 
7.5%
resilience6
 
7.5%
ความสามารถในการปรับตัวเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต6
 
7.5%
46
 
7.5%
coherence2
 
2.5%
Other values (5)7
8.8%

Most occurring characters

ValueCountFrequency (%)
No values found.

Most occurring categories

ValueCountFrequency (%)
No values found.

Most frequent character per category

Most occurring scripts

ValueCountFrequency (%)
No values found.

Most frequent character per script

Most occurring blocks

ValueCountFrequency (%)
No values found.

Most frequent character per block

ตัวชี้วัด
Categorical

UNIFORM
UNIQUE

Distinct17
Distinct (%)100.0%
Missing0
Missing (%)0.0%
Memory size264.0 B
4.3 ด้านการบริหารความพร้อมต่อสภาวะวิกฤต (business continuity management)
 
1
4.4 ด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล (human resource management)
 
1
2.1.1 ผลการดำเนินงานตามตัวชี้วัดผลลัพธ์และผลกระทบ
 
1
2.2.1 ระดับประสิทธิภาพการบริหารแผนงานและการใช้จ่ายงบประมาณ
 
1
2.2.1.1 สัดส่วนการจัดสรรงบประมาณ/เงินทุนไปใช้ในการขับเคลื่อนแผนงานโครงการตามภารกิจ
 
1
Other values (12)
12 

Length

Max length88
Median length59
Mean length60.64705882
Min length38

Characters and Unicode

Total characters0
Distinct characters0
Distinct categories0 ?
Distinct scripts0 ?
Distinct blocks0 ?
The Unicode Standard assigns character properties to each code point, which can be used to analyse textual variables.

Unique

Unique17 ?
Unique (%)100.0%

Sample

1st row1.1 ความครบถ้วนการดำเนินการตามเจตนารมณ์ของวัตถุประสงค์จัดตั้งองค์การมหาชน
2nd row1.2 ความครบถ้วนของการสนับสนุนยุทธศาสตร์และแผนต่าง ๆ ของประเทศ
3rd row2.1 ผลสัมฤทธิ์การดำเนินงานขององค์การมหาชน
4th row2.1.1 ผลการดำเนินงานตามตัวชี้วัดผลลัพธ์และผลกระทบ
5th row2.1.2 ความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้เสีย

Common Values

ValueCountFrequency (%)
4.3 ด้านการบริหารความพร้อมต่อสภาวะวิกฤต (business continuity management) 1
 
5.9%
4.4 ด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล (human resource management) 1
 
5.9%
2.1.1 ผลการดำเนินงานตามตัวชี้วัดผลลัพธ์และผลกระทบ1
 
5.9%
2.2.1 ระดับประสิทธิภาพการบริหารแผนงานและการใช้จ่ายงบประมาณ1
 
5.9%
2.2.1.1 สัดส่วนการจัดสรรงบประมาณ/เงินทุนไปใช้ในการขับเคลื่อนแผนงานโครงการตามภารกิจ1
 
5.9%
2.1 ผลสัมฤทธิ์การดำเนินงานขององค์การมหาชน1
 
5.9%
4.2.1 การนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ในการยกระดับขีดความสามารถองค์กรและการบริการภาครัฐ1
 
5.9%
2.2.1.2 ร้อยละของการเบิกจ่ายงบประมาณภาพรวม1
 
5.9%
3.1 ระดับความสำเร็จของการสร้างคุณค่าขององค์การมหาชนในระบบนิเวศ1
 
5.9%
2.1.2 ความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้เสีย1
 
5.9%
Other values (7)7
41.2%

Length

2026-09-09T11:18:47.204088image/svg+xmlMatplotlib v3.3.4, https://matplotlib.org/
Histogram of lengths of the category
ValueCountFrequency (%)
management2
 
3.8%
2
 
3.8%
ของประเทศ1
 
1.9%
ระดับประสิทธิภาพการบริหารแผนงานและการใช้จ่ายงบประมาณ1
 
1.9%
3.11
 
1.9%
ร้อยละของการเบิกจ่ายงบประมาณภาพรวม1
 
1.9%
2.2.1.21
 
1.9%
การนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ในการยกระดับขีดความสามารถองค์กรและการบริการภาครัฐ1
 
1.9%
4.2.11
 
1.9%
ผลสัมฤทธิ์การดำเนินงานขององค์การมหาชน1
 
1.9%
Other values (40)40
76.9%

Most occurring characters

ValueCountFrequency (%)
No values found.

Most occurring categories

ValueCountFrequency (%)
No values found.

Most frequent character per category

Most occurring scripts

ValueCountFrequency (%)
No values found.

Most frequent character per script

Most occurring blocks

ValueCountFrequency (%)
No values found.

Most frequent character per block

น้ำหนัก
Real number (ℝ≥0)

MISSING

Distinct8
Distinct (%)61.5%
Missing4
Missing (%)23.5%
Infinite0
Infinite (%)0.0%
Mean7.692307692
Minimum2
Maximum25
Zeros0
Zeros (%)0.0%
Negative0
Negative (%)0.0%
Memory size264.0 B
2026-09-09T11:18:47.334680image/svg+xmlMatplotlib v3.3.4, https://matplotlib.org/

Quantile statistics

Minimum2
5-th percentile2.3
Q13
median5
Q310
95-th percentile22
Maximum25
Range23
Interquartile range (IQR)7

Descriptive statistics

Standard deviation7.201095002
Coefficient of variation (CV)0.9361423503
Kurtosis2.058926113
Mean7.692307692
Median Absolute Deviation (MAD)2.5
Skewness1.656023256
Sum100
Variance51.85576923
MonotonicityNot monotonic
2026-09-09T11:18:47.455887image/svg+xmlMatplotlib v3.3.4, https://matplotlib.org/
Histogram with fixed size bins (bins=8)
ValueCountFrequency (%)
33
17.6%
2.52
11.8%
72
11.8%
102
11.8%
51
 
5.9%
201
 
5.9%
21
 
5.9%
251
 
5.9%
(Missing)4
23.5%
ValueCountFrequency (%)
21
 
5.9%
2.52
11.8%
33
17.6%
51
 
5.9%
72
11.8%
102
11.8%
201
 
5.9%
251
 
5.9%
ValueCountFrequency (%)
251
 
5.9%
201
 
5.9%
102
11.8%
72
11.8%
51
 
5.9%
33
17.6%
2.52
11.8%
21
 
5.9%
Distinct13
Distinct (%)100.0%
Missing4
Missing (%)23.5%
Memory size264.0 B
เพื่อสะท้อนการพัฒนาตนเอง การขับเคลื่อนภารกิจและสร้างผลกระทบที่สำคัญขององค์การมหาชน และเพื่อให้องค์กรที่มีความจำเป็นต่อระบบนิเวศของการพัฒนาประเทศต่อยอดและสร้างคุณค่าจากงาน
1 
เป็นการประเมินผลขีดความสามารถขององค์การมหาชนในการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ในองค์กร และภารกิจหลักขององค์กร ทั้งในส่วนของกระบวนการทำงาน การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และการบริการ เพื่อสร้างคุณค่าให้กับองค์กร เช่น การเกิดผลิตภัณฑ์/งานบริการใหม่ ๆ การเพิ่มประสิทธิภาพงานบริการ การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารโครงการ/การบริหารจัดการภายใน การประหยัดได้ของทรัพยากร การบริหารจัดการทรัพยากรบุคลากรอย่างมีประสิทธิภาพ
1 
เพื่อประเมินภารกิจที่องค์การมหาชนดำเนินการอยู่ว่าสอดคล้องและครบถ้วนตามวัตถุประสงค์การจัดตั้งหรือไม่ และยังคงสามารถตอบสนองกับสถานการณ์หรือความต้องการด้านการพัฒนาประเทศทั้งในปัจจุบันและอนาคตได้อย่างต่อเนื่อง หรือต้องยกเลิก หรือต้องเพิ่มเติมภารกิจใหม่เพื่อให้องค์การมหาชนยังคงเป็นหน่วยงานที่สามารถสนับสนุนการพัฒนาประเทศได้ในฐานะหน่วยงานของรัฐประเภทองค์การมหาชนซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีความยืดหยุ่น คล่องตัวการพิจารณาการดำเนินการตามภารกิจขององค์การมหาชนที่บรรลุตามเจตนารมณ์ของการจัดตั้งจะพิจารณาการดำเนินการตามบทบาท/ภารกิจที่กำหนดไว้ในกฎหมายจัดตั้งและกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง และการดำเนินการนั้นส่งผลให้องค์การมหาชนมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ
1 
เพื่อสะท้อนประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรขององค์การมหาชน โดยประเมินจากสัดส่วนการจัดสรรงบประมาณและรายได้ขององค์การมหาชน (ถ้ามี) ไปยังยุทธศาสตร์ต่าง ๆ เพื่อวิเคราะห์ว่าในรอบการประเมินที่ผ่านมาองค์การมหาชนใช้งบประมาณหรือรายได้ในการขับเคลื่อนภารกิจงานหรือยุทธศาสตร์ด้านใด มากน้อยอย่างไร มีการวางแผนและเตรียมความพร้อมในการใช้จ่ายตามแผนหรือเป้าหมายการเบิกจ่ายงบประมาณ ตลอดจนการติดตามข้อมูลผลการดำเนินงาน และการรายงานผลให้ผู้บริหารทราบหรือไม่
1 
เป็นการประเมินความพร้อมขององค์การมหาชนต่อความพร้อมในการรับมือกับสภาวะวิกฤต และลดผลกระทบจากการหยุดชะงักในการดำเนินงานหรือการให้บริการ เพื่อบรรเทาความเสียหายให้อยู่ระดับที่ยอมรับได้ เพื่อให้ประชาชน เจ้าหน้าที่ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (stakeholders) มีความเชื่อมั่นในศักยภาพของหน่วยงาน
1 
Other values (8)
8 

Length

Max length840
Median length397
Mean length418.7692308
Min length170

Characters and Unicode

Total characters0
Distinct characters0
Distinct categories0 ?
Distinct scripts0 ?
Distinct blocks0 ?
The Unicode Standard assigns character properties to each code point, which can be used to analyse textual variables.

Unique

Unique13 ?
Unique (%)100.0%

Sample

1st rowเพื่อประเมินภารกิจที่องค์การมหาชนดำเนินการอยู่ว่าสอดคล้องและครบถ้วนตามวัตถุประสงค์การจัดตั้งหรือไม่ และยังคงสามารถตอบสนองกับสถานการณ์หรือความต้องการด้านการพัฒนาประเทศทั้งในปัจจุบันและอนาคตได้อย่างต่อเนื่อง หรือต้องยกเลิก หรือต้องเพิ่มเติมภารกิจใหม่เพื่อให้องค์การมหาชนยังคงเป็นหน่วยงานที่สามารถสนับสนุนการพัฒนาประเทศได้ในฐานะหน่วยงานของรัฐประเภทองค์การมหาชนซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีความยืดหยุ่น คล่องตัวการพิจารณาการดำเนินการตามภารกิจขององค์การมหาชนที่บรรลุตามเจตนารมณ์ของการจัดตั้งจะพิจารณาการดำเนินการตามบทบาท/ภารกิจที่กำหนดไว้ในกฎหมายจัดตั้งและกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง และการดำเนินการนั้นส่งผลให้องค์การมหาชนมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ
2nd rowเพื่อประเมินบทบาทภารกิจขององค์การมหาชนว่า ภารกิจที่ดำเนินการอยู่มีส่วนสำคัญในการสนับสนุนการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาประเทศตามยุทธศาสตร์ชาติ แผนพัฒนาประเทศในระดับต่าง ๆ และนโยบายของรัฐบาลที่เกี่ยวข้องได้ครบถ้วน ทั้งนี้ แม้ในทางปฏิบัติองค์การมหาชนแต่ละแห่งจะมีภารกิจการดำเนินงานตามวัตถุประสงค์การจัดตั้งที่ชัดเจนแล้ว และภารกิจเหล่านั้นอาจไม่ได้ถูกกำหนดไว้โดยตรงในแผนระดับชาติ หรือแผนการพัฒนาประเทศ แต่หากพิจารณาถึงเจตนารมณ์การจัดตั้งองค์การมหาชน จะพบว่าทุกองค์การมหาชนมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศทั้งด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม ดังนั้น ความครบถ้วนของการดำเนินการสนับสนุนการพัฒนาประเทศตามแผนชาติระดับต่าง ๆ และการบรรลุเป้าหมาย จะเป็นปัจจัยสำคัญในการประเมินว่าการดำเนินภารกิจขององค์การมหาชนตามวัตถุประสงค์การจัดตั้ง ยังมีคุณค่า หรือความสำคัญต่อการดำรงอยู่ หรือควรพัฒนาไปเป็นอย่างไร
3rd rowเพื่อสะท้อนผลสัมฤทธิ์ที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงานตามภารกิจขององค์การมหาชน โดยมุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์ที่เกิดขึ้นในเชิงผลลัพธ์และผลกระทบจากการดำเนินงาน ซึ่งจะช่วยผลักดันให้องค์การมหาชนมุ่งเน้นการทำงานที่มุ่งผลสัมฤทธิ์มากขึ้น สำหรับการประเมินผลกระทบจากการดำเนินงานขององค์การมหาชนจะพิจารณาทั้งในเชิงเศรษฐกิจและสังคมให้เหมาะสมกับภารกิจขององค์การมหาชน การประเมินผลจะประเมินตามตัวชี้วัดที่ได้วิเคราะห์ไว้ในห่วงโซ่ผลการดำเนินงาน (result chain) ที่กำหนดในบันทึกข้อตกลงการประเมินความคุ้มค่าเพื่อพัฒนาองค์การมหาชน โดยจะพิจารณาผลการดำเนินงานตามเป้าหมายของตัวชี้วัดผลลัพธ์และผลกระทบที่กำหนดไว้
4th rowเพื่อสะท้อนความสามารถในการตอบสนองต่อความต้องการและระดับของความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสีย โดยจะต้องมีการวิเคราะห์ผู้มีส่วนได้เสียในทุกระดับของภารกิจการดำเนินงาน และสัมภาษณ์ความคิดเห็นของผู้รับบริการ/ผู้มีส่วนได้เสียดังกล่าวเพื่อนำผลการสำรวจมาใช้
5th rowเพื่อสะท้อนประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรขององค์การมหาชน โดยประเมินจากสัดส่วนการจัดสรรงบประมาณและรายได้ขององค์การมหาชน (ถ้ามี) ไปยังยุทธศาสตร์ต่าง ๆ เพื่อวิเคราะห์ว่าในรอบการประเมินที่ผ่านมาองค์การมหาชนใช้งบประมาณหรือรายได้ในการขับเคลื่อนภารกิจงานหรือยุทธศาสตร์ด้านใด มากน้อยอย่างไร มีการวางแผนและเตรียมความพร้อมในการใช้จ่ายตามแผนหรือเป้าหมายการเบิกจ่ายงบประมาณ ตลอดจนการติดตามข้อมูลผลการดำเนินงาน และการรายงานผลให้ผู้บริหารทราบหรือไม่

Common Values

ValueCountFrequency (%)
เพื่อสะท้อนการพัฒนาตนเอง การขับเคลื่อนภารกิจและสร้างผลกระทบที่สำคัญขององค์การมหาชน และเพื่อให้องค์กรที่มีความจำเป็นต่อระบบนิเวศของการพัฒนาประเทศต่อยอดและสร้างคุณค่าจากงาน1
 
5.9%
เป็นการประเมินผลขีดความสามารถขององค์การมหาชนในการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ในองค์กร และภารกิจหลักขององค์กร ทั้งในส่วนของกระบวนการทำงาน การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และการบริการ เพื่อสร้างคุณค่าให้กับองค์กร เช่น การเกิดผลิตภัณฑ์/งานบริการใหม่ ๆ การเพิ่มประสิทธิภาพงานบริการ การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารโครงการ/การบริหารจัดการภายใน การประหยัดได้ของทรัพยากร การบริหารจัดการทรัพยากรบุคลากรอย่างมีประสิทธิภาพ1
 
5.9%
เพื่อประเมินภารกิจที่องค์การมหาชนดำเนินการอยู่ว่าสอดคล้องและครบถ้วนตามวัตถุประสงค์การจัดตั้งหรือไม่ และยังคงสามารถตอบสนองกับสถานการณ์หรือความต้องการด้านการพัฒนาประเทศทั้งในปัจจุบันและอนาคตได้อย่างต่อเนื่อง หรือต้องยกเลิก หรือต้องเพิ่มเติมภารกิจใหม่เพื่อให้องค์การมหาชนยังคงเป็นหน่วยงานที่สามารถสนับสนุนการพัฒนาประเทศได้ในฐานะหน่วยงานของรัฐประเภทองค์การมหาชนซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีความยืดหยุ่น คล่องตัวการพิจารณาการดำเนินการตามภารกิจขององค์การมหาชนที่บรรลุตามเจตนารมณ์ของการจัดตั้งจะพิจารณาการดำเนินการตามบทบาท/ภารกิจที่กำหนดไว้ในกฎหมายจัดตั้งและกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง และการดำเนินการนั้นส่งผลให้องค์การมหาชนมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ1
 
5.9%
เพื่อสะท้อนประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรขององค์การมหาชน โดยประเมินจากสัดส่วนการจัดสรรงบประมาณและรายได้ขององค์การมหาชน (ถ้ามี) ไปยังยุทธศาสตร์ต่าง ๆ เพื่อวิเคราะห์ว่าในรอบการประเมินที่ผ่านมาองค์การมหาชนใช้งบประมาณหรือรายได้ในการขับเคลื่อนภารกิจงานหรือยุทธศาสตร์ด้านใด มากน้อยอย่างไร มีการวางแผนและเตรียมความพร้อมในการใช้จ่ายตามแผนหรือเป้าหมายการเบิกจ่ายงบประมาณ ตลอดจนการติดตามข้อมูลผลการดำเนินงาน และการรายงานผลให้ผู้บริหารทราบหรือไม่1
 
5.9%
เป็นการประเมินความพร้อมขององค์การมหาชนต่อความพร้อมในการรับมือกับสภาวะวิกฤต และลดผลกระทบจากการหยุดชะงักในการดำเนินงานหรือการให้บริการ เพื่อบรรเทาความเสียหายให้อยู่ระดับที่ยอมรับได้ เพื่อให้ประชาชน เจ้าหน้าที่ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (stakeholders) มีความเชื่อมั่นในศักยภาพของหน่วยงาน1
 
5.9%
เพื่อสะท้อนความสามารถในการตอบสนองต่อความต้องการและระดับของความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสีย โดยจะต้องมีการวิเคราะห์ผู้มีส่วนได้เสียในทุกระดับของภารกิจการดำเนินงาน และสัมภาษณ์ความคิดเห็นของผู้รับบริการ/ผู้มีส่วนได้เสียดังกล่าวเพื่อนำผลการสำรวจมาใช้1
 
5.9%
เพื่อสะท้อนประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรโดยพิจารณาจากการใช้ทรัพยากร เช่น อุปกรณ์เครื่องมือ อาคารสถานที่เทียบกับประโยชน์ที่เกิดขึ้น โดยอาจตรวจสอบปริมาณทรัพยากรที่องค์การมหาชนใช้ไปในการดำเนินงานตามภารกิจ เช่น รายการสินทรัพย์/พัสดุสำคัญ ค่าเสื่อม ค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุง เปรียบเทียบกับผลลัพธ์ที่ได้เพื่อประเมินว่าองค์การมหาชนนั้นบริหารจัดการทรัพยากรอย่างคุ้มค่าหรือมีประสิทธิภาพหรือไม่1
 
5.9%
เพื่อประเมินบทบาทภารกิจขององค์การมหาชนว่า ภารกิจที่ดำเนินการอยู่มีส่วนสำคัญในการสนับสนุนการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาประเทศตามยุทธศาสตร์ชาติ แผนพัฒนาประเทศในระดับต่าง ๆ และนโยบายของรัฐบาลที่เกี่ยวข้องได้ครบถ้วน ทั้งนี้ แม้ในทางปฏิบัติองค์การมหาชนแต่ละแห่งจะมีภารกิจการดำเนินงานตามวัตถุประสงค์การจัดตั้งที่ชัดเจนแล้ว และภารกิจเหล่านั้นอาจไม่ได้ถูกกำหนดไว้โดยตรงในแผนระดับชาติ หรือแผนการพัฒนาประเทศ แต่หากพิจารณาถึงเจตนารมณ์การจัดตั้งองค์การมหาชน จะพบว่าทุกองค์การมหาชนมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศทั้งด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม ดังนั้น ความครบถ้วนของการดำเนินการสนับสนุนการพัฒนาประเทศตามแผนชาติระดับต่าง ๆ และการบรรลุเป้าหมาย จะเป็นปัจจัยสำคัญในการประเมินว่าการดำเนินภารกิจขององค์การมหาชนตามวัตถุประสงค์การจัดตั้ง ยังมีคุณค่า หรือความสำคัญต่อการดำรงอยู่ หรือควรพัฒนาไปเป็นอย่างไร1
 
5.9%
เป็นการวัดผลการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำแผนปฏิบัติการหรือแผนงานสำหรับธรรมาภิบาลข้อมูลภาครัฐ (data governance) การเปิดเผยข้อมูล (open data) และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (personal data protection act) รวมถึงการวัดผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการด้านข้อมูล เช่น ธรรมาภิบาลข้อมูลภาครัฐ การนำข้อมูลมาใช้ประโยชน์ภายในองค์กร (internal use)1
 
5.9%
เพื่อสะท้อนผลสัมฤทธิ์ที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงานตามภารกิจขององค์การมหาชน โดยมุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์ที่เกิดขึ้นในเชิงผลลัพธ์และผลกระทบจากการดำเนินงาน ซึ่งจะช่วยผลักดันให้องค์การมหาชนมุ่งเน้นการทำงานที่มุ่งผลสัมฤทธิ์มากขึ้น สำหรับการประเมินผลกระทบจากการดำเนินงานขององค์การมหาชนจะพิจารณาทั้งในเชิงเศรษฐกิจและสังคมให้เหมาะสมกับภารกิจขององค์การมหาชน การประเมินผลจะประเมินตามตัวชี้วัดที่ได้วิเคราะห์ไว้ในห่วงโซ่ผลการดำเนินงาน (result chain) ที่กำหนดในบันทึกข้อตกลงการประเมินความคุ้มค่าเพื่อพัฒนาองค์การมหาชน โดยจะพิจารณาผลการดำเนินงานตามเป้าหมายของตัวชี้วัดผลลัพธ์และผลกระทบที่กำหนดไว้1
 
5.9%
Other values (3)3
17.6%
(Missing)4
23.5%

Length

2026-09-09T11:18:47.603790image/svg+xmlMatplotlib v3.3.4, https://matplotlib.org/
Histogram of lengths of the category
ValueCountFrequency (%)
เช่น5
 
3.9%
ๆ5
 
3.9%
data3
 
2.3%
อาคารสถานที่เทียบกับประโยชน์ที่เกิดขึ้น1
 
0.8%
และลดผลกระทบจากการหยุดชะงักในการดำเนินงานหรือการให้บริการ1
 
0.8%
เพื่อบรรเทาความเสียหายให้อยู่ระดับที่ยอมรับได้1
 
0.8%
เพื่อให้ประชาชน1
 
0.8%
เจ้าหน้าที่1
 
0.8%
ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย1
 
0.8%
stakeholders1
 
0.8%
Other values (108)108
84.4%

Most occurring characters

ValueCountFrequency (%)
No values found.

Most occurring categories

ValueCountFrequency (%)
No values found.

Most frequent character per category

Most occurring scripts

ValueCountFrequency (%)
No values found.

Most frequent character per script

Most occurring blocks

ValueCountFrequency (%)
No values found.

Most frequent character per block

Distinct7
Distinct (%)100.0%
Missing10
Missing (%)58.8%
Memory size264.0 B
(1) สูตรการคำนวณ พิจารณาจากค่าเฉลี่ยของงบประมาณที่นำมาใช้ในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ภารกิจองค์กรเทียบกับงบประมาณทั้งหมด โดยไม่รวมงบลงทุน ในช่วงระยะเวลาของการประเมินผล (งบประมาณที่ใช้ไปสำหรับการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์องค์การ x 100) / (งบประมาณประจำปี + เงินทุนสะสม + รายได้ที่นำมาใช้ในการขับเคลื่อนงานทั้งหมด) (2) นิยาม > ค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร หมายถึง ค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรที่เป็นไปตามสิทธิของบุคคล ได้แก่ 1) เงินเดือน ค่าจ้าง 2) ค่าสวัสดิการ เช่น เงินช่วยเหลือการศึกษาบุตร ค่ารักษาพยาบาล เงินสมทบจ่ายเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เงินสงเคราะห์กรณีถึงแก่กรรม 3) ค่าตอบแทนพิเศษตามผลการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ (ถ้ามี) 4) เงินเดือนและค่าตอบแทนผันแปรผู้อำนวยการ > งบประมาณค่าใช้จ่ายตามแผนการใช้จ่ายเงินที่จัดสรรไปเพื่อการขับเคลื่อนภารกิจงานหรือยุทธศาสตร์ หมายถึง วงเงินงบประมาณขององค์การมหาชนที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการองค์การมหาชนให้ใช้ เพื่อดำเนินการในปีงบประมาณนั้น ๆ ซึ่งอาจมีที่มาของเงิน ประกอบด้วย 1) เงินอุดหนุน หมายถึง งบประมาณที่องค์การมหาชนได้รับการจัดสรรตามพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ โดยไม่รวมงบประมาณสำหรับการจัดซื้อครุภัณฑ์หรือสิ่งก่อสร้าง 2) เงินทุนสะสม หมายถึง กำไรสะสมตามมาตรฐานบัญชีหรือเงินรายได้สุทธิที่เหลือสะสมมาจนถึงปีงบประมาณก่อนหน้า ซึ่งได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการให้ใช้ในปีงบประมาณปัจจุบัน รวมกับเงินเหลือจ่ายจากปีงบประมาณที่แล้วที่ขอเปลี่ยนแปลงมาใช้ในปีงบประมาณปัจจุบัน โดยจำนวนเงินของ “เงินทุนสะสม” จะไม่รวมถึงจำนวนของ "เงินทุนสะสม" ที่ขออนุมัติเพื่อจัดซื้อครุภัณฑ์หรือสิ่งก่อสร้าง 3) เงินรายได้ หมายถึง ประมาณการรายได้ขององค์การมหาชนในปีงบประมาณนั้น ซึ่งคณะกรรมการให้ความเห็นชอบตามแผนการใช้จ่ายเงิน โดยแบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ (1) รายได้จากการดำเนินงาน เช่น ค่าธรรมเนียมการให้บริการ และ (2) รายได้อื่น ๆ เช่น ดอกเบี้ยเงินฝาก เงินค่าปรับ และเงินบริจาคต่าง ๆ โดยจำนวนเงินของ "เงินรายได้" จะไม่รวม "เงินรายได้" ที่ขออนุมัติเพื่อจัดซื้อครุภัณฑ์หรือสิ่งก่อสร้าง
1 
สูตรการคำนวณ พิจารณาจากผลการเบิกจ่ายงบประมาณทุกประเภทที่ได้รับจัดสรร ยกเว้นงบบุคลากร เพื่อสะท้อนประสิทธิภาพการใช้จ่ายงบประมาณในการขับเคลื่อนภารกิจ (งบประมาณภาพรวมที่เบิกจ่ายสะสม ณ ไตรมาส 4 x 100) / (งบประมาณประจำปี + เงินทุนสะสม + เงินรายได้ที่นำมาใช้ขับเคลื่อนภารกิจ)
1 
หากพบว่าการดำเนินงานขององค์การมหาชนไม่ครบถ้วนตามวัตถุประสงค์ของการจัดตั้ง หรือไม่ส่งผลให้บรรลุเป้าหมายของเจตนารมณ์การจัดตั้ง จะได้รับคะแนนไม่เกิน ระดับ 2
1 
สูตรการคำนวณ (จำนวนรายการทรัพยากร/สินทรัพย์ที่มีการใช้ประโยชน์และแสดงถึงผลความคุ้มค่าได้ x 100) / (จำนวนรายการทรัพยากร/สินทรัพย์ที่อยู่ในรายการขององค์การมหาชน)
1 
ระดับดีมาก 1) ดำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์การบริหารทรัพยากรบุคคลที่รองรับการเปลี่ยนแปลงครบถ้วน ร้อยละ 100 2) ประเด็นความเห็นคนในองค์กรสอดคล้องร้อยละ 90 ขึ้นไป 3) ผลสำรวจความเชื่อมั่นลูกค้าและผู้มีส่วนได้เสียจากองค์ประกอบ 2 ร้อยละ 80 ขึ้นไป 4) ความผูกพันต่อองค์กรดี 4.21 ขึ้นไป (คะแนนเต็ม 5) ระดับที่ดี 1) ดำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์การบริหารทรัพยากรบุคคลที่รองรับการเปลี่ยนแปลงครบถ้วน ร้อยละ 70 ขึ้นไป 2) ประเด็นความเห็นคนในองค์กรสอดคล้องร้อยละ 80 ขึ้นไป 3) ผลสำรวจความเชื่อมั่นลูกค้าและผู้มีส่วนได้เสียจากองค์ประกอบ 2 ร้อยละ 75 ขึ้นไป 4) ความผูกพันต่อองค์กรดี 3.41-4.20 (คะแนนเต็ม 5) ระดับปานกลาง 1) ดำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์การบริหารทรัพยากรบุคคลที่รองรับการเปลี่ยนแปลงครบถ้วน ร้อยละ 60 ขึ้นไป 2) ประเด็นความเห็นคนในองค์กรสอดคล้องร้อยละ 70 ขึ้นไป 3) ผลสำรวจความเชื่อมั่นลูกค้าและผู้มีส่วนได้เสียจากองค์ประกอบ 2 ร้อยละ 70 ขึ้นไป 4) ความผูกพันต่อองค์กรดี 2.61-3.40 (คะแนนเต็ม 5) ระดับน้อย 1) ดำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์การบริหารทรัพยากรบุคคลที่รองรับการเปลี่ยนแปลงครบถ้วน ร้อยละ 50 ขึ้นไป 2) ประเด็นความเห็นคนในองค์กรสอดคล้องร้อยละ 60 ขึ้นไป 3) ผลสำรวจความเชื่อมั่นลูกค้าและผู้มีส่วนได้เสียจากองค์ประกอบ 2 ร้อยละ 60 ขึ้นไป 4) ความผูกพันต่อองค์กรดี 1.81-2.60 (คะแนนเต็ม 5) ระดับน้อยมาก 1) ไม่มีแผนยุทธศาสตร์การบริหารทรัพยากรบุคคลที่รองรับการเปลี่ยนแปลง 2) ประเด็นความเห็นคนในองค์กรสอดคล้องต่ำกว่าร้อยละ 60 3) ผลสำรวจความเชื่อมั่นลูกค้าและผู้มีส่วนได้เสียจากองค์ประกอบ 2 ต่ำกว่าร้อยละ 60 4) ความผูกพันต่อองค์กรดี 1.80 ลงไป (คะแนนเต็ม 5)
1 
Other values (2)
2 

Length

Max length1788
Median length268
Mean length670.8571429
Min length153

Characters and Unicode

Total characters0
Distinct characters0
Distinct categories0 ?
Distinct scripts0 ?
Distinct blocks0 ?
The Unicode Standard assigns character properties to each code point, which can be used to analyse textual variables.

Unique

Unique7 ?
Unique (%)100.0%

Sample

1st rowหากพบว่าการดำเนินงานขององค์การมหาชนไม่ครบถ้วนตามวัตถุประสงค์ของการจัดตั้ง หรือไม่ส่งผลให้บรรลุเป้าหมายของเจตนารมณ์การจัดตั้ง จะได้รับคะแนนไม่เกิน ระดับ 2
2nd rowการประเมินผลจะพิจารณาใน 2 ประเด็น ได้แก่ ความครบถ้วนของการดำเนินการสนับสนุนประเด็นการพัฒนาประเทศตามยุทธศาสตร์แผนพัฒนาประเทศในระดับต่าง ๆ รวมถึงนโยบายของรัฐบาล ที่เกี่ยวข้องกับองค์การมหาชน และบทบาทขององค์การมหาชนในฐานะเป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลัก (หน่วยงานรับผิดชอบหลัก หมายถึง เป็นหน่วยงานเจ้าภาพ หรือมีหน้าที่โดยตรงตามความประสงค์ หรือความมุ่งหมายของยุทธศาสตร์ หรือแผนการพัฒนาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องของประเทศ) กรณีการดำเนินการที่สนับสนุนประเด็นการพัฒนาประเทศที่วิเคราะห์แล้วพบว่า องค์การมหาชนเป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลัก แล้วองค์การมหาชนไม่ได้แสดงบทบาทหรือมีการดำเนินการให้สอดรับกับการเป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลัก ระดับคะแนนที่ได้จะไม่เกิน 2 คะแนน
3rd row(1) สูตรการคำนวณ พิจารณาจากค่าเฉลี่ยของงบประมาณที่นำมาใช้ในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ภารกิจองค์กรเทียบกับงบประมาณทั้งหมด โดยไม่รวมงบลงทุน ในช่วงระยะเวลาของการประเมินผล (งบประมาณที่ใช้ไปสำหรับการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์องค์การ x 100) / (งบประมาณประจำปี + เงินทุนสะสม + รายได้ที่นำมาใช้ในการขับเคลื่อนงานทั้งหมด) (2) นิยาม > ค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร หมายถึง ค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรที่เป็นไปตามสิทธิของบุคคล ได้แก่ 1) เงินเดือน ค่าจ้าง 2) ค่าสวัสดิการ เช่น เงินช่วยเหลือการศึกษาบุตร ค่ารักษาพยาบาล เงินสมทบจ่ายเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เงินสงเคราะห์กรณีถึงแก่กรรม 3) ค่าตอบแทนพิเศษตามผลการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ (ถ้ามี) 4) เงินเดือนและค่าตอบแทนผันแปรผู้อำนวยการ > งบประมาณค่าใช้จ่ายตามแผนการใช้จ่ายเงินที่จัดสรรไปเพื่อการขับเคลื่อนภารกิจงานหรือยุทธศาสตร์ หมายถึง วงเงินงบประมาณขององค์การมหาชนที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการองค์การมหาชนให้ใช้ เพื่อดำเนินการในปีงบประมาณนั้น ๆ ซึ่งอาจมีที่มาของเงิน ประกอบด้วย 1) เงินอุดหนุน หมายถึง งบประมาณที่องค์การมหาชนได้รับการจัดสรรตามพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ โดยไม่รวมงบประมาณสำหรับการจัดซื้อครุภัณฑ์หรือสิ่งก่อสร้าง 2) เงินทุนสะสม หมายถึง กำไรสะสมตามมาตรฐานบัญชีหรือเงินรายได้สุทธิที่เหลือสะสมมาจนถึงปีงบประมาณก่อนหน้า ซึ่งได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการให้ใช้ในปีงบประมาณปัจจุบัน รวมกับเงินเหลือจ่ายจากปีงบประมาณที่แล้วที่ขอเปลี่ยนแปลงมาใช้ในปีงบประมาณปัจจุบัน โดยจำนวนเงินของ “เงินทุนสะสม” จะไม่รวมถึงจำนวนของ "เงินทุนสะสม" ที่ขออนุมัติเพื่อจัดซื้อครุภัณฑ์หรือสิ่งก่อสร้าง 3) เงินรายได้ หมายถึง ประมาณการรายได้ขององค์การมหาชนในปีงบประมาณนั้น ซึ่งคณะกรรมการให้ความเห็นชอบตามแผนการใช้จ่ายเงิน โดยแบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ (1) รายได้จากการดำเนินงาน เช่น ค่าธรรมเนียมการให้บริการ และ (2) รายได้อื่น ๆ เช่น ดอกเบี้ยเงินฝาก เงินค่าปรับ และเงินบริจาคต่าง ๆ โดยจำนวนเงินของ "เงินรายได้" จะไม่รวม "เงินรายได้" ที่ขออนุมัติเพื่อจัดซื้อครุภัณฑ์หรือสิ่งก่อสร้าง
4th rowสูตรการคำนวณ พิจารณาจากผลการเบิกจ่ายงบประมาณทุกประเภทที่ได้รับจัดสรร ยกเว้นงบบุคลากร เพื่อสะท้อนประสิทธิภาพการใช้จ่ายงบประมาณในการขับเคลื่อนภารกิจ (งบประมาณภาพรวมที่เบิกจ่ายสะสม ณ ไตรมาส 4 x 100) / (งบประมาณประจำปี + เงินทุนสะสม + เงินรายได้ที่นำมาใช้ขับเคลื่อนภารกิจ)
5th rowสูตรการคำนวณ (จำนวนรายการทรัพยากร/สินทรัพย์ที่มีการใช้ประโยชน์และแสดงถึงผลความคุ้มค่าได้ x 100) / (จำนวนรายการทรัพยากร/สินทรัพย์ที่อยู่ในรายการขององค์การมหาชน)

Common Values

ValueCountFrequency (%)
(1) สูตรการคำนวณ พิจารณาจากค่าเฉลี่ยของงบประมาณที่นำมาใช้ในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ภารกิจองค์กรเทียบกับงบประมาณทั้งหมด โดยไม่รวมงบลงทุน ในช่วงระยะเวลาของการประเมินผล (งบประมาณที่ใช้ไปสำหรับการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์องค์การ x 100) / (งบประมาณประจำปี + เงินทุนสะสม + รายได้ที่นำมาใช้ในการขับเคลื่อนงานทั้งหมด) (2) นิยาม > ค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร หมายถึง ค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรที่เป็นไปตามสิทธิของบุคคล ได้แก่ 1) เงินเดือน ค่าจ้าง 2) ค่าสวัสดิการ เช่น เงินช่วยเหลือการศึกษาบุตร ค่ารักษาพยาบาล เงินสมทบจ่ายเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เงินสงเคราะห์กรณีถึงแก่กรรม 3) ค่าตอบแทนพิเศษตามผลการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ (ถ้ามี) 4) เงินเดือนและค่าตอบแทนผันแปรผู้อำนวยการ > งบประมาณค่าใช้จ่ายตามแผนการใช้จ่ายเงินที่จัดสรรไปเพื่อการขับเคลื่อนภารกิจงานหรือยุทธศาสตร์ หมายถึง วงเงินงบประมาณขององค์การมหาชนที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการองค์การมหาชนให้ใช้ เพื่อดำเนินการในปีงบประมาณนั้น ๆ ซึ่งอาจมีที่มาของเงิน ประกอบด้วย 1) เงินอุดหนุน หมายถึง งบประมาณที่องค์การมหาชนได้รับการจัดสรรตามพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ โดยไม่รวมงบประมาณสำหรับการจัดซื้อครุภัณฑ์หรือสิ่งก่อสร้าง 2) เงินทุนสะสม หมายถึง กำไรสะสมตามมาตรฐานบัญชีหรือเงินรายได้สุทธิที่เหลือสะสมมาจนถึงปีงบประมาณก่อนหน้า ซึ่งได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการให้ใช้ในปีงบประมาณปัจจุบัน รวมกับเงินเหลือจ่ายจากปีงบประมาณที่แล้วที่ขอเปลี่ยนแปลงมาใช้ในปีงบประมาณปัจจุบัน โดยจำนวนเงินของ “เงินทุนสะสม” จะไม่รวมถึงจำนวนของ "เงินทุนสะสม" ที่ขออนุมัติเพื่อจัดซื้อครุภัณฑ์หรือสิ่งก่อสร้าง 3) เงินรายได้ หมายถึง ประมาณการรายได้ขององค์การมหาชนในปีงบประมาณนั้น ซึ่งคณะกรรมการให้ความเห็นชอบตามแผนการใช้จ่ายเงิน โดยแบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ (1) รายได้จากการดำเนินงาน เช่น ค่าธรรมเนียมการให้บริการ และ (2) รายได้อื่น ๆ เช่น ดอกเบี้ยเงินฝาก เงินค่าปรับ และเงินบริจาคต่าง ๆ โดยจำนวนเงินของ "เงินรายได้" จะไม่รวม "เงินรายได้" ที่ขออนุมัติเพื่อจัดซื้อครุภัณฑ์หรือสิ่งก่อสร้าง1
 
5.9%
สูตรการคำนวณ พิจารณาจากผลการเบิกจ่ายงบประมาณทุกประเภทที่ได้รับจัดสรร ยกเว้นงบบุคลากร เพื่อสะท้อนประสิทธิภาพการใช้จ่ายงบประมาณในการขับเคลื่อนภารกิจ (งบประมาณภาพรวมที่เบิกจ่ายสะสม ณ ไตรมาส 4 x 100) / (งบประมาณประจำปี + เงินทุนสะสม + เงินรายได้ที่นำมาใช้ขับเคลื่อนภารกิจ)1
 
5.9%
หากพบว่าการดำเนินงานขององค์การมหาชนไม่ครบถ้วนตามวัตถุประสงค์ของการจัดตั้ง หรือไม่ส่งผลให้บรรลุเป้าหมายของเจตนารมณ์การจัดตั้ง จะได้รับคะแนนไม่เกิน ระดับ 21
 
5.9%
สูตรการคำนวณ (จำนวนรายการทรัพยากร/สินทรัพย์ที่มีการใช้ประโยชน์และแสดงถึงผลความคุ้มค่าได้ x 100) / (จำนวนรายการทรัพยากร/สินทรัพย์ที่อยู่ในรายการขององค์การมหาชน)1
 
5.9%
ระดับดีมาก 1) ดำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์การบริหารทรัพยากรบุคคลที่รองรับการเปลี่ยนแปลงครบถ้วน ร้อยละ 100 2) ประเด็นความเห็นคนในองค์กรสอดคล้องร้อยละ 90 ขึ้นไป 3) ผลสำรวจความเชื่อมั่นลูกค้าและผู้มีส่วนได้เสียจากองค์ประกอบ 2 ร้อยละ 80 ขึ้นไป 4) ความผูกพันต่อองค์กรดี 4.21 ขึ้นไป (คะแนนเต็ม 5) ระดับที่ดี 1) ดำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์การบริหารทรัพยากรบุคคลที่รองรับการเปลี่ยนแปลงครบถ้วน ร้อยละ 70 ขึ้นไป 2) ประเด็นความเห็นคนในองค์กรสอดคล้องร้อยละ 80 ขึ้นไป 3) ผลสำรวจความเชื่อมั่นลูกค้าและผู้มีส่วนได้เสียจากองค์ประกอบ 2 ร้อยละ 75 ขึ้นไป 4) ความผูกพันต่อองค์กรดี 3.41-4.20 (คะแนนเต็ม 5) ระดับปานกลาง 1) ดำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์การบริหารทรัพยากรบุคคลที่รองรับการเปลี่ยนแปลงครบถ้วน ร้อยละ 60 ขึ้นไป 2) ประเด็นความเห็นคนในองค์กรสอดคล้องร้อยละ 70 ขึ้นไป 3) ผลสำรวจความเชื่อมั่นลูกค้าและผู้มีส่วนได้เสียจากองค์ประกอบ 2 ร้อยละ 70 ขึ้นไป 4) ความผูกพันต่อองค์กรดี 2.61-3.40 (คะแนนเต็ม 5) ระดับน้อย 1) ดำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์การบริหารทรัพยากรบุคคลที่รองรับการเปลี่ยนแปลงครบถ้วน ร้อยละ 50 ขึ้นไป 2) ประเด็นความเห็นคนในองค์กรสอดคล้องร้อยละ 60 ขึ้นไป 3) ผลสำรวจความเชื่อมั่นลูกค้าและผู้มีส่วนได้เสียจากองค์ประกอบ 2 ร้อยละ 60 ขึ้นไป 4) ความผูกพันต่อองค์กรดี 1.81-2.60 (คะแนนเต็ม 5) ระดับน้อยมาก 1) ไม่มีแผนยุทธศาสตร์การบริหารทรัพยากรบุคคลที่รองรับการเปลี่ยนแปลง 2) ประเด็นความเห็นคนในองค์กรสอดคล้องต่ำกว่าร้อยละ 60 3) ผลสำรวจความเชื่อมั่นลูกค้าและผู้มีส่วนได้เสียจากองค์ประกอบ 2 ต่ำกว่าร้อยละ 60 4) ความผูกพันต่อองค์กรดี 1.80 ลงไป (คะแนนเต็ม 5)1
 
5.9%
พิจารณาจากผลสำรวจระดับความพร้อมรัฐบาลดิจิทัลหน่วยงานภาครัฐของประเทศไทย โดยสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) ประจำปีงบประมาณที่ประเมินผล โดยมุ่งเน้นเฉพาะผลการประเมินระดับความพร้อมการพัฒนาด้านดิจิทัล (maturity model) ในหัวข้อ data policies และ data governance1
 
5.9%
การประเมินผลจะพิจารณาใน 2 ประเด็น ได้แก่ ความครบถ้วนของการดำเนินการสนับสนุนประเด็นการพัฒนาประเทศตามยุทธศาสตร์แผนพัฒนาประเทศในระดับต่าง ๆ รวมถึงนโยบายของรัฐบาล ที่เกี่ยวข้องกับองค์การมหาชน และบทบาทขององค์การมหาชนในฐานะเป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลัก (หน่วยงานรับผิดชอบหลัก หมายถึง เป็นหน่วยงานเจ้าภาพ หรือมีหน้าที่โดยตรงตามความประสงค์ หรือความมุ่งหมายของยุทธศาสตร์ หรือแผนการพัฒนาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องของประเทศ) กรณีการดำเนินการที่สนับสนุนประเด็นการพัฒนาประเทศที่วิเคราะห์แล้วพบว่า องค์การมหาชนเป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลัก แล้วองค์การมหาชนไม่ได้แสดงบทบาทหรือมีการดำเนินการให้สอดรับกับการเป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลัก ระดับคะแนนที่ได้จะไม่เกิน 2 คะแนน1
 
5.9%
(Missing)10
58.8%

Length

2026-09-09T11:18:47.770889image/svg+xmlMatplotlib v3.3.4, https://matplotlib.org/
Histogram of lengths of the category

Pie chart

2026-09-09T11:18:47.890160image/svg+xmlMatplotlib v3.3.4, https://matplotlib.org/
ValueCountFrequency (%)
218
 
7.1%
ขึ้นไป12
 
4.8%
19
 
3.6%
9
 
3.6%
ร้อยละ8
 
3.2%
37
 
2.8%
47
 
2.8%
หมายถึง6
 
2.4%
55
 
2.0%
ผลสำรวจความเชื่อมั่นลูกค้าและผู้มีส่วนได้เสียจากองค์ประกอบ5
 
2.0%
Other values (120)166
65.9%

Most occurring characters

ValueCountFrequency (%)
No values found.

Most occurring categories

ValueCountFrequency (%)
No values found.

Most frequent character per category

Most occurring scripts

ValueCountFrequency (%)
No values found.

Most frequent character per script

Most occurring blocks

ValueCountFrequency (%)
No values found.

Most frequent character per block

Distinct12
Distinct (%)100.0%
Missing5
Missing (%)29.4%
Memory size264.0 B
ระดับ 5 จำนวนตัวชี้วัดบรรลุเป้าหมายร้อยละ 100 ระดับ 4 จำนวนตัวชี้วัดบรรลุเป้าหมายร้อยละ 80 ระดับ 3 จำนวนตัวชี้วัดบรรลุเป้าหมายร้อยละ 70 ระดับ 2 จำนวนตัวชี้วัดบรรลุเป้าหมายร้อยละ 60 ระดับ 1 จำนวนตัวชี้วัดบรรลุเป้าหมายร้อยละ 50
1 
ระดับ 5 1) คณะกรรมการองค์การมหาชนมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทาง กลยุทธ์ โดยมีการให้ข้อสังเกตและข้อเสนอแนะที่นำไปสู่การริเริ่มกลยุทธ์หรือแผนงานโครงการใหม่ ๆ รองรับโอกาส หรือสถานการณ์ฉุกเฉินหรือเหตุการณ์ที่ทำให้องค์กรหยุดชะงัก หรือปัจจัยที่ทำให้กระทบภารกิจ (disruption) 2) ผู้บริหารได้ผลักดันนำนโยบายทั้งหมดไปสู่การปฏิบัติสำเร็จ 3) องค์กรมีความพร้อมหรือมีความสามารถในการปรับตัวสูง จนเกิดผลต่อองค์กรอย่างมีนัยสำคัญ ระดับ 4 1) คณะกรรมการองค์การมหาชนมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทาง กลยุทธ์ โดยมีการให้ข้อสังเกตและข้อเสนอแนะที่นำไปสู่การริเริ่มกลยุทธ์หรือแผนงานโครงการใหม่ ๆ รองรับโอกาส หรือสถานการณ์ฉุกเฉินหรือเหตุการณ์ที่ทำให้องค์กรหยุดชะงัก หรือปัจจัยที่ทำให้กระทบภารกิจ (disruption) 2) ผู้บริหารได้ผลักดันนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติ 3) มีแผนและนำไปปฏิบัติสำเร็จร้อยละ 80ขึ้นไป ระดับ 3 1) คณะกรรมการองค์การมหาชนมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทาง กลยุทธ์ โดยมีการให้ข้อสังเกตและข้อเสนอแนะที่นำไปสู่การริเริ่มกลยุทธ์หรือแผนงานโครงการใหม่ ๆ รองรับโอกาส หรือสถานการณ์ฉุกเฉินหรือเหตุการณ์ที่ทำให้องค์กรหยุดชะงัก หรือปัจจัยที่ทำให้กระทบภารกิจ (disruption) 2) ผู้บริหารได้ผลักดันนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติ 3) มีแผนและนำไปปฏิบัติสำเร็จร้อยละ 60 ขึ้นไป ระดับ 2 1) คณะกรรมการองค์การมหาชนมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทาง กลยุทธ์ โดยมีการให้ข้อสังเกตและข้อเสนอแนะ รองรับโอกาส หรือสถานการณ์ฉุกเฉินหรือเหตการณ์ที่ทำให้องค์กรหยุดชะงัก หรือปัจจัยที่ทำให้กระทบภารกิจ (disruption) 2) ผู้บริหารได้ผลักดันนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติ 3) มีแผนงานแต่นำไปปฏิบัติสำเร็จน้อยกว่าร้อยละ 60 ระดับ 1 มีแผนงานแต่ไม่ได้ผลักดันนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติ
1 
ระดับ 5 ร้อยละการเบิกจ่ายภาพรวมไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 ระดับ 4 ร้อยละการเบิกจ่ายภาพรวมไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ระดับ 3 ร้อยละการเบิกจ่ายภาพรวมไม่น้อยกว่าร้อยละ 85 ระดับ 2 ร้อยละการเบิกจ่ายภาพรวมไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ระดับ 1 ร้อยละการเบิกจ่ายภาพรวมไม่น้อยกว่าร้อยละ 75
1 
ระดับ 5 ดำเนินการครบถ้วนทุกประเด็นร้อยละ 100 ระดับ 4 ได้ดำเนินการร้อยละ 80 ขึ้นไป ระดับ 3 ได้ดำเนินการร้อยละ 70 ขึ้นไป ระดับ 2 ได้ดำเนินการร้อยละ 60 ขึ้นไป ระดับ 1 ได้ดำเนินการต่ำกว่าร้อยละ 60
1 
ระดับ 5 1) เป็นไปตามวัตถุประสงค์การจัดตั้งองค์การมหาชนทั้งหมด 2) มีความสำคัญจำเป็นในระบบนิเวศของการพัฒนา 3) ไม่มีความซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่น ระดับ 4 1) เป็นไปตามวัตถุประสงค์การจัดตั้งองค์การมหาชนทั้งหมด 2) มีความสำคัญจำเป็นในระบบนิเวศของการพัฒนา 3) มีความซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่นแต่ผลงานและได้รับความเชื่อมั่นจากกลุ่มเป้าหมายที่สูงกว่าเมื่อเทียบกับหน่วยงานอื่นที่มีการซ้ำซ้อนกัน ระดับ 3 กรณีที่ 1 1) มีการดำเนินการในบางด้านที่นอกเหนือจากวัตถุประสงค์การจัดตั้งองค์การมหาชน 2) มีความสำคัญจำเป็นในระบบนิเวศของการพัฒนา 3) มีความซ้ำซ้อนแต่มีผลงานและได้รับความเชื่อมั่นของกลุ่มเป้าหมายที่สูงกว่าเมื่อเทียบกับหน่วยงานอื่นที่มีการดำเนินการซ้ำซ้อนกัน กรณีที่ 2 1) มีการดำเนินการในบางด้านที่นอกเหนือจากวัตถุประสงค์การจัดตั้งองค์การมหาชน 2) มีความสำคัญจำเป็นในระบบนิเวศของการพัฒนา 3) ไม่มีความซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่น ระดับ 2 1) เป็นไปตามวัตถุประสงค์การจัดตั้งองค์การมหาชน 2) มีความสำคัญจำเป็นในระบบนิเวศของการพัฒนา 3) มีความซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่นและมีผลงานได้รับความเชื่อมั่นของกลุ่มเป้าหมายที่ต่ำกว่าเมื่อเทียบกับหน่วยงานอื่นที่มีการดำเนินการซ้ำซ้อนกัน ระดับ 1 กรณีที่ 1 1) มีการดำเนินการไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์การจัดตั้งองค์การมหาชน 2) มีความจำเป็นในระบบนิเวศของการพัฒนา 3) มีความซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่นและมีผลงานและได้รับความเชื่อมั่นของกลุ่มเป้าหมายที่ต่ำกว่าเมื่อเทียบกับหน่วยงานอื่นที่มีการดำเนินการซ้ำซ้อนกัน กรณีที่ 2 1) มีการดำเนินการไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์การจัดตั้งองค์การมหาชน 2) ไม่มีความจำเป็นในระบบนิเวศของการพัฒนา 3) ไม่มีความซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่น
1 
Other values (7)
7 

Length

Max length1481
Median length486
Mean length640.0833333
Min length192

Characters and Unicode

Total characters0
Distinct characters0
Distinct categories0 ?
Distinct scripts0 ?
Distinct blocks0 ?
The Unicode Standard assigns character properties to each code point, which can be used to analyse textual variables.

Unique

Unique12 ?
Unique (%)100.0%

Sample

1st rowระดับ 5 ดำเนินการครบถ้วนตามเจตนารมณ์ของวัตถุประสงค์จัดตั้ง ระดับ 4 ดำเนินการครบถ้วนตามเจตนารมณ์ของวัตถุประสงค์จัดตั้งร้อยละ 80 ระดับ 3 ดำเนินการครบถ้วนตามเจตนารมณ์ของวัตถุประสงค์จัดตั้งร้อยละ 70 ระดับ 2 ดำเนินการครบถ้วนตามเจตนารมณ์ของวัตถุประสงค์จัดตั้งร้อยละ 60 ระดับ 1 ดำเนินการครบถ้วนตามเจตนารมณ์ของวัตถุประสงค์จัดตั้งร้อยละ 50
2nd rowระดับ 5 ดำเนินการครบถ้วนทุกประเด็นร้อยละ 100 ระดับ 4 ได้ดำเนินการร้อยละ 80 ขึ้นไป ระดับ 3 ได้ดำเนินการร้อยละ 70 ขึ้นไป ระดับ 2 ได้ดำเนินการร้อยละ 60 ขึ้นไป ระดับ 1 ได้ดำเนินการต่ำกว่าร้อยละ 60
3rd rowระดับ 5 จำนวนตัวชี้วัดบรรลุเป้าหมายร้อยละ 100 ระดับ 4 จำนวนตัวชี้วัดบรรลุเป้าหมายร้อยละ 80 ระดับ 3 จำนวนตัวชี้วัดบรรลุเป้าหมายร้อยละ 70 ระดับ 2 จำนวนตัวชี้วัดบรรลุเป้าหมายร้อยละ 60 ระดับ 1 จำนวนตัวชี้วัดบรรลุเป้าหมายร้อยละ 50
4th rowระดับ 5 ความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอยู่ในระดับสูงมาก 4.21 ขึ้นไป ระดับ 4 ความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอยู่ในระดับสูง 3.41- 4.20 ระดับ 3 ความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอยู่ในระดับปานกลาง 2.61-3.40 ระดับ 2 ความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอยู่ในระดับน้อย 1.81 - 2.60 ระดับ 1 ความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอยู่ในระดับน้อยที่สุด 1.00 – 1.80
5th rowระดับ 5 สัดส่วนการจัดสรรงบประมาณและรายได้ขององค์การมหาชน (ถ้ามี) เพื่อการขับเคลื่อนภารกิจงานหรือแผนปฏิบัติการเป้าหมายภารกิจขององค์กร ร้อยละ 60 ระดับ 4 สัดส่วนการจัดสรรงบประมาณและรายได้ขององค์การมหาชน (ถ้ามี) เพื่อการขับเคลื่อนภารกิจงานหรือแผนปฏิบัติการเป้าหมายภารกิจขององค์กร ร้อยละ 55 ระดับ 3 สัดส่วนการจัดสรรงบประมาณและรายได้ขององค์การมหาชน (ถ้ามี) เพื่อการขับเคลื่อนภารกิจงานหรือแผนปฏิบัติการเป้าหมายภารกิจขององค์กร ร้อยละ 50 ระดับ 2 สัดส่วนการจัดสรรงบประมาณและรายได้ขององค์การมหาชน (ถ้ามี) เพื่อการขับเคลื่อนภารกิจงานหรือแผนปฏิบัติการเป้าหมายภารกิจขององค์กร ร้อยละ 45 ระดับ 1 สัดส่วนการจัดสรรงบประมาณและรายได้ขององค์การมหาชน (ถ้ามี) เพื่อการขับเคลื่อนภารกิจงานหรือแผนปฏิบัติการเป้าหมายภารกิจขององค์กร ร้อยละ 40

Common Values

ValueCountFrequency (%)
ระดับ 5 จำนวนตัวชี้วัดบรรลุเป้าหมายร้อยละ 100 ระดับ 4 จำนวนตัวชี้วัดบรรลุเป้าหมายร้อยละ 80 ระดับ 3 จำนวนตัวชี้วัดบรรลุเป้าหมายร้อยละ 70 ระดับ 2 จำนวนตัวชี้วัดบรรลุเป้าหมายร้อยละ 60 ระดับ 1 จำนวนตัวชี้วัดบรรลุเป้าหมายร้อยละ 501
 
5.9%
ระดับ 5 1) คณะกรรมการองค์การมหาชนมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทาง กลยุทธ์ โดยมีการให้ข้อสังเกตและข้อเสนอแนะที่นำไปสู่การริเริ่มกลยุทธ์หรือแผนงานโครงการใหม่ ๆ รองรับโอกาส หรือสถานการณ์ฉุกเฉินหรือเหตุการณ์ที่ทำให้องค์กรหยุดชะงัก หรือปัจจัยที่ทำให้กระทบภารกิจ (disruption) 2) ผู้บริหารได้ผลักดันนำนโยบายทั้งหมดไปสู่การปฏิบัติสำเร็จ 3) องค์กรมีความพร้อมหรือมีความสามารถในการปรับตัวสูง จนเกิดผลต่อองค์กรอย่างมีนัยสำคัญ ระดับ 4 1) คณะกรรมการองค์การมหาชนมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทาง กลยุทธ์ โดยมีการให้ข้อสังเกตและข้อเสนอแนะที่นำไปสู่การริเริ่มกลยุทธ์หรือแผนงานโครงการใหม่ ๆ รองรับโอกาส หรือสถานการณ์ฉุกเฉินหรือเหตุการณ์ที่ทำให้องค์กรหยุดชะงัก หรือปัจจัยที่ทำให้กระทบภารกิจ (disruption) 2) ผู้บริหารได้ผลักดันนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติ 3) มีแผนและนำไปปฏิบัติสำเร็จร้อยละ 80ขึ้นไป ระดับ 3 1) คณะกรรมการองค์การมหาชนมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทาง กลยุทธ์ โดยมีการให้ข้อสังเกตและข้อเสนอแนะที่นำไปสู่การริเริ่มกลยุทธ์หรือแผนงานโครงการใหม่ ๆ รองรับโอกาส หรือสถานการณ์ฉุกเฉินหรือเหตุการณ์ที่ทำให้องค์กรหยุดชะงัก หรือปัจจัยที่ทำให้กระทบภารกิจ (disruption) 2) ผู้บริหารได้ผลักดันนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติ 3) มีแผนและนำไปปฏิบัติสำเร็จร้อยละ 60 ขึ้นไป ระดับ 2 1) คณะกรรมการองค์การมหาชนมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทาง กลยุทธ์ โดยมีการให้ข้อสังเกตและข้อเสนอแนะ รองรับโอกาส หรือสถานการณ์ฉุกเฉินหรือเหตการณ์ที่ทำให้องค์กรหยุดชะงัก หรือปัจจัยที่ทำให้กระทบภารกิจ (disruption) 2) ผู้บริหารได้ผลักดันนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติ 3) มีแผนงานแต่นำไปปฏิบัติสำเร็จน้อยกว่าร้อยละ 60 ระดับ 1 มีแผนงานแต่ไม่ได้ผลักดันนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติ1
 
5.9%
ระดับ 5 ร้อยละการเบิกจ่ายภาพรวมไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 ระดับ 4 ร้อยละการเบิกจ่ายภาพรวมไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ระดับ 3 ร้อยละการเบิกจ่ายภาพรวมไม่น้อยกว่าร้อยละ 85 ระดับ 2 ร้อยละการเบิกจ่ายภาพรวมไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ระดับ 1 ร้อยละการเบิกจ่ายภาพรวมไม่น้อยกว่าร้อยละ 751
 
5.9%
ระดับ 5 ดำเนินการครบถ้วนทุกประเด็นร้อยละ 100 ระดับ 4 ได้ดำเนินการร้อยละ 80 ขึ้นไป ระดับ 3 ได้ดำเนินการร้อยละ 70 ขึ้นไป ระดับ 2 ได้ดำเนินการร้อยละ 60 ขึ้นไป ระดับ 1 ได้ดำเนินการต่ำกว่าร้อยละ 601
 
5.9%
ระดับ 5 1) เป็นไปตามวัตถุประสงค์การจัดตั้งองค์การมหาชนทั้งหมด 2) มีความสำคัญจำเป็นในระบบนิเวศของการพัฒนา 3) ไม่มีความซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่น ระดับ 4 1) เป็นไปตามวัตถุประสงค์การจัดตั้งองค์การมหาชนทั้งหมด 2) มีความสำคัญจำเป็นในระบบนิเวศของการพัฒนา 3) มีความซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่นแต่ผลงานและได้รับความเชื่อมั่นจากกลุ่มเป้าหมายที่สูงกว่าเมื่อเทียบกับหน่วยงานอื่นที่มีการซ้ำซ้อนกัน ระดับ 3 กรณีที่ 1 1) มีการดำเนินการในบางด้านที่นอกเหนือจากวัตถุประสงค์การจัดตั้งองค์การมหาชน 2) มีความสำคัญจำเป็นในระบบนิเวศของการพัฒนา 3) มีความซ้ำซ้อนแต่มีผลงานและได้รับความเชื่อมั่นของกลุ่มเป้าหมายที่สูงกว่าเมื่อเทียบกับหน่วยงานอื่นที่มีการดำเนินการซ้ำซ้อนกัน กรณีที่ 2 1) มีการดำเนินการในบางด้านที่นอกเหนือจากวัตถุประสงค์การจัดตั้งองค์การมหาชน 2) มีความสำคัญจำเป็นในระบบนิเวศของการพัฒนา 3) ไม่มีความซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่น ระดับ 2 1) เป็นไปตามวัตถุประสงค์การจัดตั้งองค์การมหาชน 2) มีความสำคัญจำเป็นในระบบนิเวศของการพัฒนา 3) มีความซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่นและมีผลงานได้รับความเชื่อมั่นของกลุ่มเป้าหมายที่ต่ำกว่าเมื่อเทียบกับหน่วยงานอื่นที่มีการดำเนินการซ้ำซ้อนกัน ระดับ 1 กรณีที่ 1 1) มีการดำเนินการไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์การจัดตั้งองค์การมหาชน 2) มีความจำเป็นในระบบนิเวศของการพัฒนา 3) มีความซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่นและมีผลงานและได้รับความเชื่อมั่นของกลุ่มเป้าหมายที่ต่ำกว่าเมื่อเทียบกับหน่วยงานอื่นที่มีการดำเนินการซ้ำซ้อนกัน กรณีที่ 2 1) มีการดำเนินการไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์การจัดตั้งองค์การมหาชน 2) ไม่มีความจำเป็นในระบบนิเวศของการพัฒนา 3) ไม่มีความซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่น1
 
5.9%
ระดับ 5 มีระบบการบริหารจัดการและพัฒนาทรัพยากรบุคคลให้มีความพร้อมในการขับเคลื่อนภารกิจในอนาคตอยู่ในระดับที่ดีมาก ระดับ 4 มีระบบการบริหารจัดการและพัฒนาทรัพยากรบุคคลให้มีความพร้อมในการขับเคลื่อนภารกิจในอนาคตอยู่ในระดับที่ดี ระดับ 3 มีระบบการบริหารจัดการและพัฒนาทรัพยากรบุคคลให้มีความพร้อมในการขับเคลื่อนภารกิจในอนาคตอยู่ในระดับปานกลาง ระดับ 2 มีระบบการบริหารจัดการและพัฒนาทรัพยากรบุคคลให้มีความพร้อมในการขับเคลื่อนภารกิจในอนาคตอยู่ในระดับน้อย ระดับ 1 มีระบบการบริหารจัดการและพัฒนาทรัพยากรบุคคลให้มีความพร้อมในการขับเคลื่อนภารกิจในอนาคตอยู่ในระดับน้อยมาก1
 
5.9%
ระดับ 5 สัดส่วนการจัดสรรงบประมาณและรายได้ขององค์การมหาชน (ถ้ามี) เพื่อการขับเคลื่อนภารกิจงานหรือแผนปฏิบัติการเป้าหมายภารกิจขององค์กร ร้อยละ 60 ระดับ 4 สัดส่วนการจัดสรรงบประมาณและรายได้ขององค์การมหาชน (ถ้ามี) เพื่อการขับเคลื่อนภารกิจงานหรือแผนปฏิบัติการเป้าหมายภารกิจขององค์กร ร้อยละ 55 ระดับ 3 สัดส่วนการจัดสรรงบประมาณและรายได้ขององค์การมหาชน (ถ้ามี) เพื่อการขับเคลื่อนภารกิจงานหรือแผนปฏิบัติการเป้าหมายภารกิจขององค์กร ร้อยละ 50 ระดับ 2 สัดส่วนการจัดสรรงบประมาณและรายได้ขององค์การมหาชน (ถ้ามี) เพื่อการขับเคลื่อนภารกิจงานหรือแผนปฏิบัติการเป้าหมายภารกิจขององค์กร ร้อยละ 45 ระดับ 1 สัดส่วนการจัดสรรงบประมาณและรายได้ขององค์การมหาชน (ถ้ามี) เพื่อการขับเคลื่อนภารกิจงานหรือแผนปฏิบัติการเป้าหมายภารกิจขององค์กร ร้อยละ 401
 
5.9%
ระดับ 5 ดำเนินการครบถ้วนตามเจตนารมณ์ของวัตถุประสงค์จัดตั้ง ระดับ 4 ดำเนินการครบถ้วนตามเจตนารมณ์ของวัตถุประสงค์จัดตั้งร้อยละ 80 ระดับ 3 ดำเนินการครบถ้วนตามเจตนารมณ์ของวัตถุประสงค์จัดตั้งร้อยละ 70 ระดับ 2 ดำเนินการครบถ้วนตามเจตนารมณ์ของวัตถุประสงค์จัดตั้งร้อยละ 60 ระดับ 1 ดำเนินการครบถ้วนตามเจตนารมณ์ของวัตถุประสงค์จัดตั้งร้อยละ 501
 
5.9%
ระดับ 5 กระบวนงานที่เป็นภารกิจหลักสำคัญ (core business) ทั้งหมด เปลี่ยนเป็นดิจิทัล หรือนำเทคโนโลยีมาใช้หรือพัฒนานวัตกรรมแล้วส่งผลต่อประสิทธิภาพ หรือความสำเร็จการทำงานหรือการให้บริการมากขึ้นอย่างคุ้มค่า ระดับ 4 กระบวนงานที่เป็นภารกิจหลักสำคัญ (core business) ร้อยละ 70 ขึ้นไป เปลี่ยนเป็นดิจิทัล หรือนำเทคโนโลยีมาใช้หรือพัฒนานวัตกรรมแล้วส่งผลต่อประสิทธิภาพ หรือความสำเร็จการทำงานหรือการให้บริการมากขึ้นอย่างคุ้มค่า ระดับ 3 กระบวนงานที่เป็นภารกิจหลักสำคัญ (core business) ร้อยละ 50 ขึ้นไป เปลี่ยนเป็นดิจิทัล หรือนำเทคโนโลยีมาใช้หรือพัฒนานวัตกรรมแล้วส่งผลต่อประสิทธิภาพ หรือความสำเร็จการทำงานหรือการให้บริการมากขึ้นอย่างคุ้มค่า ระดับ 2 กระบวนงานที่เป็นภารกิจหลัก (core business) ร้อยละ 30 ขึ้นไป เปลี่ยนเป็นดิจิทัล หรือนำเทคโนโลยีมาใช้หรือพัฒนานวัตกรรมแล้วส่งผลต่อประสิทธิภาพ หรือความสำเร็จการทำงานหรือการให้บริการมากขึ้นอย่างคุ้มค่า ระดับ 1 มีการดำเนินการบางกระบวนงาน แต่พบว่ายังไม่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานหรือความสำเร็จในการทำงานใด ๆ1
 
5.9%
ระดับ 5 ความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอยู่ในระดับสูงมาก 4.21 ขึ้นไป ระดับ 4 ความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอยู่ในระดับสูง 3.41- 4.20 ระดับ 3 ความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอยู่ในระดับปานกลาง 2.61-3.40 ระดับ 2 ความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอยู่ในระดับน้อย 1.81 - 2.60 ระดับ 1 ความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอยู่ในระดับน้อยที่สุด 1.00 – 1.801
 
5.9%
Other values (2)2
 
11.8%
(Missing)5
29.4%

Length

2026-09-09T11:18:48.438753image/svg+xmlMatplotlib v3.3.4, https://matplotlib.org/
Histogram of lengths of the category
ValueCountFrequency (%)
ระดับ60
 
14.8%
130
 
7.4%
230
 
7.4%
325
 
6.2%
512
 
3.0%
412
 
3.0%
ร้อยละ12
 
3.0%
ขึ้นไป11
 
2.7%
609
 
2.2%
business5
 
1.2%
Other values (97)200
49.3%

Most occurring characters

ValueCountFrequency (%)
No values found.

Most occurring categories

ValueCountFrequency (%)
No values found.

Most frequent character per category

Most occurring scripts

ValueCountFrequency (%)
No values found.

Most frequent character per script

Most occurring blocks

ValueCountFrequency (%)
No values found.

Most frequent character per block

Distinct10
Distinct (%)100.0%
Missing7
Missing (%)41.2%
Memory size264.0 B
(1) ศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้งองค์การมหาชน เช่น เอกสารประกอบคำขอการจัดตั้ง กฎหมายจัดตั้งขององค์การมหาชน หรือเอกสารการขอแก้กฎหมายจัดตั้งองค์การมหาชน เพื่อให้เข้าใจถึงเจตนารมณ์ในการจัดตั้งหน่วยงาน กรณีที่วัตถุประสงค์การจัดตั้งองค์การมหาชน มีขอบเขตการทำงานที่กว้างและไม่ชัดเจนจนไม่สามารถระบุภารกิจหรือดำเนินภารกิจได้อย่างครอบคลุม อาทิ การส่งเสริมสนับสนุนภาคอุตสาหกรรม โดยไม่ได้มีการระบุขอบเขต กลุ่มเป้าหมาย หรือกลุ่มมุ่งเน้นที่ชัดเจน การดำเนินการขององค์การมหาชนจะต้องสามารถอธิบายเชิงยุทธศาสตร์หรือกลยุทธ์การดำเนินงานที่แสดงถึงกรอบแนวทางการดำเนินการให้ชัดเจนว่าทำไมถึงทำภารกิจเหล่านั้น และต้องสะท้อนให้เห็นได้ว่าภารกิจที่ดำเนินการส่งผลให้องค์การทำหน้าที่เป็นไปตามเจตนารมณ์การจัดตั้ง (2) ศึกษาแผนปฏิบัติงานขององค์การมหาชน ยุทธศาสตร์องค์กร ยุทธศาสตร์ต่าง ๆ ของประเทศที่เกี่ยวข้อง นโยบายของคณะกรรมการและผู้บริหารเกี่ยวกับการกำหนดเป้าหมายหรือภารกิจขององค์การมหาชน ในแต่ละวัตถุประสงค์จัดตั้ง โดยเฉพาะกรณีที่วัตถุประสงค์มีการกำหนดภารกิจที่มีขอบเขตกว้าง เพื่อให้สามารถวิเคราะห์ถึงความครบถ้วนและความครอบคลุมของการดำเนินงานตามวัตถุประสงค์การจัดตั้งให้ได้อย่างชัดเจน (3) ศึกษาเอกสาร ข้อมูลการดำเนินงานหรือภารกิจต่าง ๆ เพื่อนำไปสู่การวิเคราะห์ได้ว่าแผนงาน หรือโครงการต่าง ๆ มีความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์การจัดตั้งองค์กรและส่งผลให้บรรลุเจตนารมณ์การจัดตั้งหรือไม่
1 
(1) การบริหารทรัพยากรบุคคลในยุคใหม่ จำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนบทบาทของผู้เกี่ยวข้องทั้งพนักงาน หัวหน้างาน ผู้บริหาร และนักทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งต้องมีภารกิจร่วมกันมากขึ้นแทนการแบ่งแยกหน้าที่ชัดเจน และการบริหารจะให้ความสำคัญต่อบุคลากรที่มีศักยภาพมากขึ้น ซึ่งทำให้การจัดการด้านบริหารทรัพยากรมนุษย์ถูกออกแบบเพื่อให้มีความยืดหยุ่นและปรับเปลี่ยนได้ง่าย องค์การมหาชนเป็นองค์กรภาครัฐที่ถูกตั้งขึ้นด้วยการออกแบบระบบการทำงาน ตลอดจนการสร้างกลไกรองรับการสรรหาบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถสูงมาบริหารและขับเคลื่อนภารกิจที่มีความท้าทาย การบริหารทรัพยากรบุคคลในยุคใหม่ จะสามารถรองรับภารกิจที่มีการปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็วและไม่ยึดติดกับการบริหารแบบมุ่งเน้นวิธีการหรือกระบวนการ มากกว่าการมุ่งเน้นผลลัพธ์ ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายการจัดตั้งองค์การมหาชน (2) ลักษณะองค์กรและกำลังคนที่มีความสามารถในการรับการเปลี่ยนแปลง เช่น • มีการแสวงหาความคิดใหม่ ๆ จากสิ่งแวดล้อม เน้นการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นวัฒนธรรมองค์กร โดยไม่จำเป็นต้องใช้วิธีการเปลี่ยนแปลงอย่างสุดโต่ง • ระบบบุคลากรซึ่งต้องมีการกำหนดหน้าที่งานให้กว้าง (broad job definition) สร้างสมดุลระหว่างความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน (Specialization) และการมีทักษะที่หลากหลาย (diversification) มีการโยกย้ายสับเปลี่ยนหมุนเวียนคน เพื่อเผยแพร่วิธีการทำงานที่เป็นเลิศไปยังทุกส่วนขององค์กรคู่มือการประเมินความคุ้มค่าเพื่อพัฒนาองค์การมหาชน • มีการลงทุนในทักษะและสมรรถนะหลักที่สำคัญขององค์กร และแสวงหาโอกาสใหม่ ๆ ที่จะนำทักษะและสมรรถนะดังกล่าวไปใช้ประโยชน์ • ส่งเสริมให้เกิดความรู้สึกเป็นผู้ประกอบการภายใน (intrapreneurship : พนักงานที่มีทัศนคติแบบเจ้าของกิจการ ทุ่มเท กระตือรือร้น คิดอย่างสร้างสรรค์ เพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมและการเติบโตของบริษัท)
1 
(1) การวิเคราะห์ผู้มีส่วนได้เสีย กำหนดกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในทุกระดับของภารกิจขององค์การมหาชน ซึ่งประกอบด้วย 4 กลุ่มหลัก ได้แก่ 1) หน่วยงานนโยบายหรือหน่วยงานที่องค์การมหาชนรับนโยบาย ทิศทางการขับเคลื่อนภารกิจงานมาสู่การปฏิบัติ 2) ผู้รับบริการ (ผู้รับบริการ/ได้รับผลประโยชน์ทางตรง (tier 1) และผู้รับบริการ/ได้รับผลประโยชน์ทางอ้อม (tier 2)) 3) หน่วยงานที่ทำงานร่วมกับองค์การมหาชนในระบบนิเวศ 4) หน่วยงานที่มีภารกิจเทียบเคียง ซ้ำเสริมหรือซ้ำซ้อน หรือเป็นคู่แข่ง (ในบางกรณี อาจเป็นหน่วยงานภาคเอกชนก็ได้) (2) การกำหนดประเด็นการสำรวจ เครื่องมือที่ใช้ในการสำรวจและการสัมภาษณ์ความคิดเห็นของผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้เสีย ได้แก่ แบบสอบถาม (questionnaires) ซึ่งเป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลเชิงปริมาณเพื่อวัดระดับความเชื่อมั่นของผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้เสียต่อการดำเนินงานขององค์การมหาชนในลักษณะมาตรประเมินค่า (rating scale) รวมทั้งมีข้อคำถามปลายเปิด (open-end) สำหรับให้ผู้รับบริการแสดงข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม โดยแบบสอบถามควรประกอบด้วยประเด็นหลักในการสำรวจ ดังต่อไปนี้ • ความเชื่อมั่นต่อนโยบายและวิธีการปฏิบัติงาน • ความเชื่อมั่นต่อผลสัมฤทธิ์ของการดำเนินงาน • ความเชื่อมั่นต่อบุคลากรขององค์การมหาชน • ความเชื่อมั่นต่อการดำเนินงานที่เปิดเผยโปร่งใส • ความเชื่อมั่นต่อการสื่อสารและภาพลักษณ์ • ความเชื่อมั่นในภาพรวม
1 
การประเมินผลจะมีการวิเคราะห์เป้าหมายของยุทธศาสตร์ แผนพัฒนาประเทศในระดับต่าง ๆ นโยบายรัฐบาลในช่วงระยะเวลาที่ประเมินผล (ทุก 3 ปี) เพื่อพิจารณาถึงความเกี่ยวข้องกับองค์การมหาชน ซึ่งจะนำไปสู่การพิจารณาการดำเนินการขององค์การมหาชนว่า ได้ดำเนินการสนับสนุนการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศได้อย่างครอบคลุมตามภารกิจอย่างไร และครบถ้วนหรือไม่ โดยเบื้องต้นจะวิเคราะห์ผ่านแผนงานโครงการ ภารกิจการดำเนินงานต่าง ๆ ว่าเป้าหมายหรือประเด็นการพัฒนาประเทศ และนโยบายรัฐบาลเหล่านั้นองค์การมหาชนมีแผนงานโครงการรองรับอย่างไร เกิดผลสำเร็จตามเป้าหมายของยุทธศาสตร์ แผนพัฒนาประเทศในระดับต่าง ๆ และนโยบายรัฐบาลหรือไม่
1 
(1) วิเคราะห์เป้าหมายการมีอยู่ขององค์การมหาชน ว่าหน่วยงานจัดตั้งขึ้นเพื่ออะไร มีเป้าหมายที่จะส่งผลต่อประเทศในเชิงผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญกับการพัฒนาประเทศอย่างไร เช่น การเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศในด้านต่าง ๆ การสร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจ การบริการประชาชน การสร้างความยั่งยืนในการพัฒนาด้านต่าง ๆ (2) วิเคราะห์ว่าจากเป้าหมายการมีอยู่ขององค์การมหาชนมีกลไกที่เกี่ยวข้องอย่างไร โดยกลไกระบบนิเวศอาจเป็นองค์ประกอบ เป็น supply chain ที่จะเป็นแกนในการนำบริบทที่เกี่ยวข้องไปสู่เป้าหมาย อาทิ เป้าหมายการยกระดับขีดความสามารถของ SME คือการสร้างระบบนิเวศของการดำเนินธุรกิจของ SME ตั้งแต่ต้นน้ำ (วัตถุดิบ ความรู้ กำลังแรงงาน เงินทุน) กลางน้ำ (การผลิต การค้า และการบริการ) จนไปถึงระดับปลายน้ำ (ด้านการตลาดและโลจิสติกส์) (3) วิเคราะห์บทบาท (intervention) ขององค์การมหาชนในระบบนิเวศ เป็นการวิเคราะห์ว่าแต่ละองค์ประกอบภายใต้กลไกระบบนิเวศองค์การมหาชน และหน่วยงานใด มีบทบาทหน้าที่เป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินการ โดยการวิเคราะห์ต้องอยู่บนภารกิจตามกฎหมายและยุทธศาสตร์ของหน่วยงาน และเมื่อประเมินผลจะสะท้อนได้ว่าแผนงานโครงการที่จัดสรรงบประมาณไปนั้น หน่วยงานที่ร่วมดำเนินการมีรูปแบบ/กลุ่มเป้าหมายเดียวกันและซ้ำซ้อนกันมากที่ห่วงโซ่กลไกใดหรือไม่ ผลของการวิเคราะห์จะสะท้อนได้ว่าหน่วยงานใดควรเป็นผู้ดำเนินการ งบประมาณควรลำดับความสำคัญ (priority) ไปที่หน่วยงานใด หรือบางหน่วยงานควรมุ่งเน้นในกลุ่มเฉพาะแทนการส่งเสริมครอบคลุมทุกกลุ่มหรือไม่ และหากการประเมินพบว่า บางเรื่องที่เป็นกลไกสำคัญที่รัฐบาลหรือเป้าหมายประเทศต้องการผลักดัน องค์การมหาชนยังมีหน้าที่หลักดังกล่าวหรือไม่ อย่างไร ทั้งนี้ การดำเนินการในบางเรื่องรัฐไม่ได้มีบทบาทเป็นผู้ดำเนินการ แต่เป็นผู้สนับสนุนหรือสร้างปัจจัยแวดล้อมเพื่อเอื้ออำนวย เช่น มาตรการกระตุ้นทางภาษีหรืออื่น ๆ เท่านั้น ดังนั้น เมื่อเข้าใจกระบวนการดังกล่าว ก็จะสามารถประเมินต่อได้ว่า การบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ มาตรการดังกล่าวส่งผลมากพอหรือไม่ ถ้าไม่พอควรผลักดันให้มีโครงการของหน่วยงานใดเข้าไปเสริมในการผลักดันต่อให้เกิดผล
1 
Other values (5)
5 

Length

Max length2620
Median length1291.5
Mean length1404.7
Min length580

Characters and Unicode

Total characters0
Distinct characters0
Distinct categories0 ?
Distinct scripts0 ?
Distinct blocks0 ?
The Unicode Standard assigns character properties to each code point, which can be used to analyse textual variables.

Unique

Unique10 ?
Unique (%)100.0%

Sample

1st row(1) ศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้งองค์การมหาชน เช่น เอกสารประกอบคำขอการจัดตั้ง กฎหมายจัดตั้งขององค์การมหาชน หรือเอกสารการขอแก้กฎหมายจัดตั้งองค์การมหาชน เพื่อให้เข้าใจถึงเจตนารมณ์ในการจัดตั้งหน่วยงาน กรณีที่วัตถุประสงค์การจัดตั้งองค์การมหาชน มีขอบเขตการทำงานที่กว้างและไม่ชัดเจนจนไม่สามารถระบุภารกิจหรือดำเนินภารกิจได้อย่างครอบคลุม อาทิ การส่งเสริมสนับสนุนภาคอุตสาหกรรม โดยไม่ได้มีการระบุขอบเขต กลุ่มเป้าหมาย หรือกลุ่มมุ่งเน้นที่ชัดเจน การดำเนินการขององค์การมหาชนจะต้องสามารถอธิบายเชิงยุทธศาสตร์หรือกลยุทธ์การดำเนินงานที่แสดงถึงกรอบแนวทางการดำเนินการให้ชัดเจนว่าทำไมถึงทำภารกิจเหล่านั้น และต้องสะท้อนให้เห็นได้ว่าภารกิจที่ดำเนินการส่งผลให้องค์การทำหน้าที่เป็นไปตามเจตนารมณ์การจัดตั้ง (2) ศึกษาแผนปฏิบัติงานขององค์การมหาชน ยุทธศาสตร์องค์กร ยุทธศาสตร์ต่าง ๆ ของประเทศที่เกี่ยวข้อง นโยบายของคณะกรรมการและผู้บริหารเกี่ยวกับการกำหนดเป้าหมายหรือภารกิจขององค์การมหาชน ในแต่ละวัตถุประสงค์จัดตั้ง โดยเฉพาะกรณีที่วัตถุประสงค์มีการกำหนดภารกิจที่มีขอบเขตกว้าง เพื่อให้สามารถวิเคราะห์ถึงความครบถ้วนและความครอบคลุมของการดำเนินงานตามวัตถุประสงค์การจัดตั้งให้ได้อย่างชัดเจน (3) ศึกษาเอกสาร ข้อมูลการดำเนินงานหรือภารกิจต่าง ๆ เพื่อนำไปสู่การวิเคราะห์ได้ว่าแผนงาน หรือโครงการต่าง ๆ มีความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์การจัดตั้งองค์กรและส่งผลให้บรรลุเจตนารมณ์การจัดตั้งหรือไม่
2nd rowการประเมินผลจะมีการวิเคราะห์เป้าหมายของยุทธศาสตร์ แผนพัฒนาประเทศในระดับต่าง ๆ นโยบายรัฐบาลในช่วงระยะเวลาที่ประเมินผล (ทุก 3 ปี) เพื่อพิจารณาถึงความเกี่ยวข้องกับองค์การมหาชน ซึ่งจะนำไปสู่การพิจารณาการดำเนินการขององค์การมหาชนว่า ได้ดำเนินการสนับสนุนการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศได้อย่างครอบคลุมตามภารกิจอย่างไร และครบถ้วนหรือไม่ โดยเบื้องต้นจะวิเคราะห์ผ่านแผนงานโครงการ ภารกิจการดำเนินงานต่าง ๆ ว่าเป้าหมายหรือประเด็นการพัฒนาประเทศ และนโยบายรัฐบาลเหล่านั้นองค์การมหาชนมีแผนงานโครงการรองรับอย่างไร เกิดผลสำเร็จตามเป้าหมายของยุทธศาสตร์ แผนพัฒนาประเทศในระดับต่าง ๆ และนโยบายรัฐบาลหรือไม่
3rd row(1) การศึกษาทำความเข้าใจกับการจัดทำห่วงโซ่ผลการดำเนินงาน (result chain) ขององค์การมหาชน การจัดทำแผนภาพห่วงโซ่ผลการดำเนินงาน (result chain) เป็นการแสดงการวิเคราะห์ให้เห็นถึง ความเชื่อมโยงและความสอดคล้องของวัตถุประสงค์การจัดตั้งองค์การมหาชนกับปัจจัยนำเข้า (input) กระบวนการ (process) ผลผลิต (output) ผลลัพธ์ (outcome) และผลกระทบ (impact) ตามลำดับ ทั้งนี้ การจัดทำห่วงโซ่ ผลการดำเนินงานดังกล่าวจะแสดงให้เห็นรายละเอียดการประเมินทรัพยากรที่เป็นปัจจัยนำเข้า วัตถุประสงค์ กระบวนการดำเนินกิจกรรมตามวัตถุประสงค์ ผลผลิต ผลลัพธ์ และผลกระทบหรือผลลัพธ์ขั้นสุดท้าย ซึ่งจะนำไปกำหนดเป็นตัวชี้วัด (KPI) และค่าเป้าหมายต่อไป (2) การศึกษาทำความเข้าใจกับการประเมินผลกระทบขององค์การมหาชน การประเมินผลกระทบจะเป็นเครื่องมือที่นำไปใช้ในการประเมินการดำเนินงานขององค์การมหาชนว่ามีประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อมในเชิงเศรษฐกิจและสังคมมากน้อยเพียงใด และจะนำผลการประเมินไปใช้กำหนดแนวทาง วิธีการ หรือกลไกใดในการเพิ่มผลประโยชน์ดังกล่าวให้สูงขึ้น การประเมินผลกระทบจะใช้หลักการห่วงโซ่ผลการดำเนินงาน (result chain) เนื่องจากเป็นวิธีการที่สามารถนำไปประเมินโครงการได้หลายประเภท แสดงผลการประเมินได้อย่างชัดเจน โดยเป็นการวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงผลไปตามปัจจัยและกระบวนการที่มีผลต่อประเด็นที่จะศึกษา โดยพิจารณาจากปัจจัยนำเข้า (input) กระบวนการ (process) และผลผลิต (output) ที่โครงการนั้นมีปฏิสัมพันธ์โดยตรง (responsible interacts) ซึ่งนำไปสู่ผลกระทบ (impact) ตามวัตถุประสงค์ของโครงการและภารกิจขององค์การมหาชน
4th row(1) การวิเคราะห์ผู้มีส่วนได้เสีย กำหนดกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในทุกระดับของภารกิจขององค์การมหาชน ซึ่งประกอบด้วย 4 กลุ่มหลัก ได้แก่ 1) หน่วยงานนโยบายหรือหน่วยงานที่องค์การมหาชนรับนโยบาย ทิศทางการขับเคลื่อนภารกิจงานมาสู่การปฏิบัติ 2) ผู้รับบริการ (ผู้รับบริการ/ได้รับผลประโยชน์ทางตรง (tier 1) และผู้รับบริการ/ได้รับผลประโยชน์ทางอ้อม (tier 2)) 3) หน่วยงานที่ทำงานร่วมกับองค์การมหาชนในระบบนิเวศ 4) หน่วยงานที่มีภารกิจเทียบเคียง ซ้ำเสริมหรือซ้ำซ้อน หรือเป็นคู่แข่ง (ในบางกรณี อาจเป็นหน่วยงานภาคเอกชนก็ได้) (2) การกำหนดประเด็นการสำรวจ เครื่องมือที่ใช้ในการสำรวจและการสัมภาษณ์ความคิดเห็นของผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้เสีย ได้แก่ แบบสอบถาม (questionnaires) ซึ่งเป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลเชิงปริมาณเพื่อวัดระดับความเชื่อมั่นของผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้เสียต่อการดำเนินงานขององค์การมหาชนในลักษณะมาตรประเมินค่า (rating scale) รวมทั้งมีข้อคำถามปลายเปิด (open-end) สำหรับให้ผู้รับบริการแสดงข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม โดยแบบสอบถามควรประกอบด้วยประเด็นหลักในการสำรวจ ดังต่อไปนี้ • ความเชื่อมั่นต่อนโยบายและวิธีการปฏิบัติงาน • ความเชื่อมั่นต่อผลสัมฤทธิ์ของการดำเนินงาน • ความเชื่อมั่นต่อบุคลากรขององค์การมหาชน • ความเชื่อมั่นต่อการดำเนินงานที่เปิดเผยโปร่งใส • ความเชื่อมั่นต่อการสื่อสารและภาพลักษณ์ • ความเชื่อมั่นในภาพรวม
5th row(1) พิจารณางานบริการ/ภารกิจหลักขององค์การมหาชน พร้อมกับจำแนกรายการทรัพยากร/สินทรัพย์ในแต่ละงานบริการ/ภารกิจหลักนั้น ๆ (2) จำนวนรายการทรัพยากร/สินทรัพย์ที่อยู่ในรายการขององค์การมหาชน จะพิจารณาจากรายการสำคัญ เช่น มีการใช้งบลงทุนสูง มีค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาและค่าเสื่อมสูง โดยองค์การมหาชนจำเป็นต้องแสดงรายการค่าใช้จ่ายดังกล่าวเพื่อเป็นข้อมูลประกอบการประเมินผล (3) ในการประเมินประสิทธิภาพและความคุ้มค่าจะพิจารณาจากระดับการใช้ทรัพยากรขององค์การมหาชน ซึ่งหลักการนี้มุ่งเน้นการตรวจสอบปริมาณทรัพยากรที่องค์การมหาชนใช้ไปในการดำเนินงานตามภารกิจหลักเปรียบเทียบกับผลลัพธ์ที่ได้ เพื่อประเมินว่าองค์การมหาชนนั้นบริหารจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่ โดยมีหลักการพิจารณาที่หลากหลาย เช่น • เปรียบเทียบเงินทุนที่ใช้ไปกับผลลัพธ์ที่ได้ โดยผลลัพธ์ที่นำมาเปรียบเทียบจะเป็นตัวเลขทางการเงิน เช่น รายได้ กำไร หรือตัวชี้วัดอื่น ๆ เช่น ผลผลิต บริการ ซึ่งการประเมินเป็นตัวเงินต้องสามารถอ้างอิงข้อมูลที่สามารถนำมาใช้ได้ เช่น การวิจัยหรือข้อมูลที่มีอยู่เกี่ยวกับโครงการหรือสถานที่ที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน • เปรียบเทียบทรัพยากรที่ใช้ไปกับทรัพยากรที่มีอยู่ เป็นการวัดว่าองค์การมหาชนใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างเต็มประสิทธิภาพหรือไม่ • เปรียบเทียบความคุ้มค่าของตัวเลือกที่เป็นไปได้ เช่น การใช้วัสดุหรือเทคโนโลยีที่แตกต่างกัน หรือการออกแบบสถานที่ให้บริการต่อสาธารณะในแบบต่าง ๆ

Common Values

ValueCountFrequency (%)
(1) ศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้งองค์การมหาชน เช่น เอกสารประกอบคำขอการจัดตั้ง กฎหมายจัดตั้งขององค์การมหาชน หรือเอกสารการขอแก้กฎหมายจัดตั้งองค์การมหาชน เพื่อให้เข้าใจถึงเจตนารมณ์ในการจัดตั้งหน่วยงาน กรณีที่วัตถุประสงค์การจัดตั้งองค์การมหาชน มีขอบเขตการทำงานที่กว้างและไม่ชัดเจนจนไม่สามารถระบุภารกิจหรือดำเนินภารกิจได้อย่างครอบคลุม อาทิ การส่งเสริมสนับสนุนภาคอุตสาหกรรม โดยไม่ได้มีการระบุขอบเขต กลุ่มเป้าหมาย หรือกลุ่มมุ่งเน้นที่ชัดเจน การดำเนินการขององค์การมหาชนจะต้องสามารถอธิบายเชิงยุทธศาสตร์หรือกลยุทธ์การดำเนินงานที่แสดงถึงกรอบแนวทางการดำเนินการให้ชัดเจนว่าทำไมถึงทำภารกิจเหล่านั้น และต้องสะท้อนให้เห็นได้ว่าภารกิจที่ดำเนินการส่งผลให้องค์การทำหน้าที่เป็นไปตามเจตนารมณ์การจัดตั้ง (2) ศึกษาแผนปฏิบัติงานขององค์การมหาชน ยุทธศาสตร์องค์กร ยุทธศาสตร์ต่าง ๆ ของประเทศที่เกี่ยวข้อง นโยบายของคณะกรรมการและผู้บริหารเกี่ยวกับการกำหนดเป้าหมายหรือภารกิจขององค์การมหาชน ในแต่ละวัตถุประสงค์จัดตั้ง โดยเฉพาะกรณีที่วัตถุประสงค์มีการกำหนดภารกิจที่มีขอบเขตกว้าง เพื่อให้สามารถวิเคราะห์ถึงความครบถ้วนและความครอบคลุมของการดำเนินงานตามวัตถุประสงค์การจัดตั้งให้ได้อย่างชัดเจน (3) ศึกษาเอกสาร ข้อมูลการดำเนินงานหรือภารกิจต่าง ๆ เพื่อนำไปสู่การวิเคราะห์ได้ว่าแผนงาน หรือโครงการต่าง ๆ มีความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์การจัดตั้งองค์กรและส่งผลให้บรรลุเจตนารมณ์การจัดตั้งหรือไม่1
 
5.9%
(1) การบริหารทรัพยากรบุคคลในยุคใหม่ จำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนบทบาทของผู้เกี่ยวข้องทั้งพนักงาน หัวหน้างาน ผู้บริหาร และนักทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งต้องมีภารกิจร่วมกันมากขึ้นแทนการแบ่งแยกหน้าที่ชัดเจน และการบริหารจะให้ความสำคัญต่อบุคลากรที่มีศักยภาพมากขึ้น ซึ่งทำให้การจัดการด้านบริหารทรัพยากรมนุษย์ถูกออกแบบเพื่อให้มีความยืดหยุ่นและปรับเปลี่ยนได้ง่าย องค์การมหาชนเป็นองค์กรภาครัฐที่ถูกตั้งขึ้นด้วยการออกแบบระบบการทำงาน ตลอดจนการสร้างกลไกรองรับการสรรหาบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถสูงมาบริหารและขับเคลื่อนภารกิจที่มีความท้าทาย การบริหารทรัพยากรบุคคลในยุคใหม่ จะสามารถรองรับภารกิจที่มีการปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็วและไม่ยึดติดกับการบริหารแบบมุ่งเน้นวิธีการหรือกระบวนการ มากกว่าการมุ่งเน้นผลลัพธ์ ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายการจัดตั้งองค์การมหาชน (2) ลักษณะองค์กรและกำลังคนที่มีความสามารถในการรับการเปลี่ยนแปลง เช่น • มีการแสวงหาความคิดใหม่ ๆ จากสิ่งแวดล้อม เน้นการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นวัฒนธรรมองค์กร โดยไม่จำเป็นต้องใช้วิธีการเปลี่ยนแปลงอย่างสุดโต่ง • ระบบบุคลากรซึ่งต้องมีการกำหนดหน้าที่งานให้กว้าง (broad job definition) สร้างสมดุลระหว่างความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน (Specialization) และการมีทักษะที่หลากหลาย (diversification) มีการโยกย้ายสับเปลี่ยนหมุนเวียนคน เพื่อเผยแพร่วิธีการทำงานที่เป็นเลิศไปยังทุกส่วนขององค์กรคู่มือการประเมินความคุ้มค่าเพื่อพัฒนาองค์การมหาชน • มีการลงทุนในทักษะและสมรรถนะหลักที่สำคัญขององค์กร และแสวงหาโอกาสใหม่ ๆ ที่จะนำทักษะและสมรรถนะดังกล่าวไปใช้ประโยชน์ • ส่งเสริมให้เกิดความรู้สึกเป็นผู้ประกอบการภายใน (intrapreneurship : พนักงานที่มีทัศนคติแบบเจ้าของกิจการ ทุ่มเท กระตือรือร้น คิดอย่างสร้างสรรค์ เพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมและการเติบโตของบริษัท)1
 
5.9%
(1) การวิเคราะห์ผู้มีส่วนได้เสีย กำหนดกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในทุกระดับของภารกิจขององค์การมหาชน ซึ่งประกอบด้วย 4 กลุ่มหลัก ได้แก่ 1) หน่วยงานนโยบายหรือหน่วยงานที่องค์การมหาชนรับนโยบาย ทิศทางการขับเคลื่อนภารกิจงานมาสู่การปฏิบัติ 2) ผู้รับบริการ (ผู้รับบริการ/ได้รับผลประโยชน์ทางตรง (tier 1) และผู้รับบริการ/ได้รับผลประโยชน์ทางอ้อม (tier 2)) 3) หน่วยงานที่ทำงานร่วมกับองค์การมหาชนในระบบนิเวศ 4) หน่วยงานที่มีภารกิจเทียบเคียง ซ้ำเสริมหรือซ้ำซ้อน หรือเป็นคู่แข่ง (ในบางกรณี อาจเป็นหน่วยงานภาคเอกชนก็ได้) (2) การกำหนดประเด็นการสำรวจ เครื่องมือที่ใช้ในการสำรวจและการสัมภาษณ์ความคิดเห็นของผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้เสีย ได้แก่ แบบสอบถาม (questionnaires) ซึ่งเป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลเชิงปริมาณเพื่อวัดระดับความเชื่อมั่นของผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้เสียต่อการดำเนินงานขององค์การมหาชนในลักษณะมาตรประเมินค่า (rating scale) รวมทั้งมีข้อคำถามปลายเปิด (open-end) สำหรับให้ผู้รับบริการแสดงข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม โดยแบบสอบถามควรประกอบด้วยประเด็นหลักในการสำรวจ ดังต่อไปนี้ • ความเชื่อมั่นต่อนโยบายและวิธีการปฏิบัติงาน • ความเชื่อมั่นต่อผลสัมฤทธิ์ของการดำเนินงาน • ความเชื่อมั่นต่อบุคลากรขององค์การมหาชน • ความเชื่อมั่นต่อการดำเนินงานที่เปิดเผยโปร่งใส • ความเชื่อมั่นต่อการสื่อสารและภาพลักษณ์ • ความเชื่อมั่นในภาพรวม1
 
5.9%
การประเมินผลจะมีการวิเคราะห์เป้าหมายของยุทธศาสตร์ แผนพัฒนาประเทศในระดับต่าง ๆ นโยบายรัฐบาลในช่วงระยะเวลาที่ประเมินผล (ทุก 3 ปี) เพื่อพิจารณาถึงความเกี่ยวข้องกับองค์การมหาชน ซึ่งจะนำไปสู่การพิจารณาการดำเนินการขององค์การมหาชนว่า ได้ดำเนินการสนับสนุนการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศได้อย่างครอบคลุมตามภารกิจอย่างไร และครบถ้วนหรือไม่ โดยเบื้องต้นจะวิเคราะห์ผ่านแผนงานโครงการ ภารกิจการดำเนินงานต่าง ๆ ว่าเป้าหมายหรือประเด็นการพัฒนาประเทศ และนโยบายรัฐบาลเหล่านั้นองค์การมหาชนมีแผนงานโครงการรองรับอย่างไร เกิดผลสำเร็จตามเป้าหมายของยุทธศาสตร์ แผนพัฒนาประเทศในระดับต่าง ๆ และนโยบายรัฐบาลหรือไม่1
 
5.9%
(1) วิเคราะห์เป้าหมายการมีอยู่ขององค์การมหาชน ว่าหน่วยงานจัดตั้งขึ้นเพื่ออะไร มีเป้าหมายที่จะส่งผลต่อประเทศในเชิงผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญกับการพัฒนาประเทศอย่างไร เช่น การเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศในด้านต่าง ๆ การสร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจ การบริการประชาชน การสร้างความยั่งยืนในการพัฒนาด้านต่าง ๆ (2) วิเคราะห์ว่าจากเป้าหมายการมีอยู่ขององค์การมหาชนมีกลไกที่เกี่ยวข้องอย่างไร โดยกลไกระบบนิเวศอาจเป็นองค์ประกอบ เป็น supply chain ที่จะเป็นแกนในการนำบริบทที่เกี่ยวข้องไปสู่เป้าหมาย อาทิ เป้าหมายการยกระดับขีดความสามารถของ SME คือการสร้างระบบนิเวศของการดำเนินธุรกิจของ SME ตั้งแต่ต้นน้ำ (วัตถุดิบ ความรู้ กำลังแรงงาน เงินทุน) กลางน้ำ (การผลิต การค้า และการบริการ) จนไปถึงระดับปลายน้ำ (ด้านการตลาดและโลจิสติกส์) (3) วิเคราะห์บทบาท (intervention) ขององค์การมหาชนในระบบนิเวศ เป็นการวิเคราะห์ว่าแต่ละองค์ประกอบภายใต้กลไกระบบนิเวศองค์การมหาชน และหน่วยงานใด มีบทบาทหน้าที่เป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินการ โดยการวิเคราะห์ต้องอยู่บนภารกิจตามกฎหมายและยุทธศาสตร์ของหน่วยงาน และเมื่อประเมินผลจะสะท้อนได้ว่าแผนงานโครงการที่จัดสรรงบประมาณไปนั้น หน่วยงานที่ร่วมดำเนินการมีรูปแบบ/กลุ่มเป้าหมายเดียวกันและซ้ำซ้อนกันมากที่ห่วงโซ่กลไกใดหรือไม่ ผลของการวิเคราะห์จะสะท้อนได้ว่าหน่วยงานใดควรเป็นผู้ดำเนินการ งบประมาณควรลำดับความสำคัญ (priority) ไปที่หน่วยงานใด หรือบางหน่วยงานควรมุ่งเน้นในกลุ่มเฉพาะแทนการส่งเสริมครอบคลุมทุกกลุ่มหรือไม่ และหากการประเมินพบว่า บางเรื่องที่เป็นกลไกสำคัญที่รัฐบาลหรือเป้าหมายประเทศต้องการผลักดัน องค์การมหาชนยังมีหน้าที่หลักดังกล่าวหรือไม่ อย่างไร ทั้งนี้ การดำเนินการในบางเรื่องรัฐไม่ได้มีบทบาทเป็นผู้ดำเนินการ แต่เป็นผู้สนับสนุนหรือสร้างปัจจัยแวดล้อมเพื่อเอื้ออำนวย เช่น มาตรการกระตุ้นทางภาษีหรืออื่น ๆ เท่านั้น ดังนั้น เมื่อเข้าใจกระบวนการดังกล่าว ก็จะสามารถประเมินต่อได้ว่า การบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ มาตรการดังกล่าวส่งผลมากพอหรือไม่ ถ้าไม่พอควรผลักดันให้มีโครงการของหน่วยงานใดเข้าไปเสริมในการผลักดันต่อให้เกิดผล1
 
5.9%
(1) แผนดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง (BCP) แผน BCP คือ แผนที่กำหนดแนวทางการดำเนินการของหน่วยงานเมื่อเกิดสภาวะวิกฤตหรือภัยต่าง ๆ ที่จะส่งผลให้กระบวนการทำงานของหน่วยงานหยุดชะงัก ให้สามารถกลับมาดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะงานบริการภาครัฐที่สำคัญต่อประชาชน องค์การมหาชนจะต้องวิเคราะห์บริการ/กระบวนการหลักที่มีความสำคัญซึ่งหากเกิดการหยุดชะงักจากเหตุการณ์จะเกิดผลกระทบและความเสียหายต่อการดำเนินงานขององค์กร ตลอดจนการวางแผนทรัพยากรหลักที่จำเป็นต้องใช้ในภาวะวิกฤต(2) สภาวะวิกฤตที่มีโอกาสเกิดขึ้น อาทิ ภัยธรรมชาติ (เช่น แผ่นดินไหว อุทกภัย ดินถล่ม) ภัยจากอุบัติเหตุ/อัคคีภัย ภัยจากความมั่นคง/ความไม่สงบ (เช่น การชุมนุมประท้วง/จลาจล) ภัยด้านสาธารณสุข (เช่น โรคระบาด การเจ็บป่วยของพนักงานจำนวนมากพร้อมกัน) ภัยด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (เช่น ระบบคอมพิวเตอร์ล่ม การถูกโจมตีทางไซเบอร์ ข้อมูลรั่วไหล) โดยผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อองค์กร ได้แก่ • ผลกระทบด้านอาคาร/สถานที่ปฏิบัติงานหลัก หมายถึง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้สถานที่ปฏิบัติงานหลักได้รับความเสียหายหรือไม่สามารถใช้สถานที่ปฏิบัติงานหลักได้ และส่งผลให้บุคลากรไม่สามารถเข้าไปปฏิบัติงานได้ชั่วคราวหรือระยะยาว ซึ่งรวมทั้งการที่ผู้รับบริการไม่สามารถเข้าถึงสถานที่ให้บริการของหน่วยงานด้วย • ผลกระทบด้านวัสดุอุปกรณ์ที่สำคัญ/การจัดหาจัดส่งวัสดุอุปกรณ์ที่สำคัญ หมายถึง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ไม่สามารถใช้งานวัสดุอุปกรณ์ที่สำคัญ หรือไม่สามารถจัดหา/จัดส่งวัสดุอุปกรณ์ที่สำคัญได้ • ผลกระทบด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและข้อมูลที่สำคัญ หมายถึง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ระบบงานเทคโนโลยีหรือระบบสารสนเทศ หรือข้อมูลที่สำคัญไม่สามารถนำมาใช้ในการปฏิบัติงานได้ตามปกติ • ผลกระทบด้านบุคลากรหลัก หมายถึง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้บุคลากรหลักไม่สามารถมาปฏิบัติงานได้ตามปกติ • ผลกระทบด้านคู่ค้า/ผู้ให้บริการ/ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่สำคัญ หมายถึง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้คู่ค้า/ผู้ให้บริการ/ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ไม่สามารถติดต่อหรือให้บริการหรือส่งมอบงานได้ (3) การทดสอบการปฏิบัติตามแผน เพื่อให้มั่นใจว่าระบบการจัดการความพร้อมต่อสภาวะวิกฤตที่จัดเตรียมไว้ สามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิผลตามที่ต้องการ เพื่อประเมินความถูกต้องและครบถ้วนของข้อมูลในแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจ และเพื่อให้มั่นใจว่าหน่วยงานสามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ตลอดจนกอบกู้ทรัพยากรและกระบวนการทำงานต่าง ๆ และกลับสู่ภาวะการดำเนินธุรกิจตามปกติได้ภายในระยะเวลาและเงื่อนไขที่กำหนด รวมทั้งทดสอบและยืนยันสิ่งที่ได้มีการเตรียมการไว้สามารถทำให้ธุรกิจสามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อนำผลลัพธ์ที่ได้จากการทดสอบไปปรับปรุงแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น (4) ระยะเวลาเป้าหมายในการฟื้นคืนสภาพ ระยะเวลาภายหลังจากเกิดอุบัติการณ์ขึ้นที่ทำให้ผลิตภัณฑ์หรือบริการต้องกลับคืนสภาพเดิม กิจกรรมต้องกลับมาดำเนินการได้ และทรัพยากรต้องได้รับการฟื้นฟู โดยองค์การมหาชนต้องมีการกำหนดช่วงของระยะเวลาเป้าหมายในการฟื้นคืนสภาพตามความเหมาะสม1
 
5.9%
(1) การพิจารณากระบวนงานที่เป็นภารกิจหลักสำคัญ (core business) กระบวนงานตามภารกิจหลักสำคัญ จะต้องสอดรับกับเป้าหมาย ภารกิจ วัตถุประสงค์การจัดตั้ง และทิศทางขององค์การมหาชนที่ตั้งไว้ สำหรับกระบวนการสำคัญที่สร้างประโยชน์ให้แก่ผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียก็ถือว่าครอบคลุมอยู่ในกระบวนงานที่เป็นภารกิจหลักสำคัญ (core business) ด้วย (2) การนำเทคโนโลยีดิจิทัลที่เหมาะสมมาใช้ การนำเทคโนโลยีดิจิทัลที่เหมาะสมมาใช้หรือมีการพัฒนานวัตกรรมในกระบวนงานตามภารกิจหลักขององค์การมหาชนโดยมีเป้าหมายเพื่อส่งมอบคุณค่าต่อองค์กร ลูกค้า หรือผู้มีส่วนได้เสีย เช่น การใช้ประโยชน์จากปัญญาประดิษฐ์ (AI : Artificial Intelligence) ในการวิเคราะห์ผล การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อลดข้อผิดพลาดในการให้บริการ/ลดการใช้ทรัพยากร/ลดขั้นตอนการทำงาน รวมถึงการพัฒนาบริการภาครัฐใหม่ ๆ ให้มีคุณภาพมากขึ้น สามารถรองรับการบริการได้หลากหลาย สร้างโอกาสในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น (3) การพิจารณาความคุ้มค่า การพิจารณาความคุ้มค่าการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้หรือพัฒนานวัตกรรมจะเป็นการพิจารณาในภาพรวมการลงทุน/การใช้จ่ายงบประมาณ เทียบกับผลสัมฤทธิ์หรือความสำเร็จหลังการปรับปรุง/พัฒนา1
 
5.9%
(1) การศึกษาทำความเข้าใจกับการจัดทำห่วงโซ่ผลการดำเนินงาน (result chain) ขององค์การมหาชน การจัดทำแผนภาพห่วงโซ่ผลการดำเนินงาน (result chain) เป็นการแสดงการวิเคราะห์ให้เห็นถึง ความเชื่อมโยงและความสอดคล้องของวัตถุประสงค์การจัดตั้งองค์การมหาชนกับปัจจัยนำเข้า (input) กระบวนการ (process) ผลผลิต (output) ผลลัพธ์ (outcome) และผลกระทบ (impact) ตามลำดับ ทั้งนี้ การจัดทำห่วงโซ่ ผลการดำเนินงานดังกล่าวจะแสดงให้เห็นรายละเอียดการประเมินทรัพยากรที่เป็นปัจจัยนำเข้า วัตถุประสงค์ กระบวนการดำเนินกิจกรรมตามวัตถุประสงค์ ผลผลิต ผลลัพธ์ และผลกระทบหรือผลลัพธ์ขั้นสุดท้าย ซึ่งจะนำไปกำหนดเป็นตัวชี้วัด (KPI) และค่าเป้าหมายต่อไป (2) การศึกษาทำความเข้าใจกับการประเมินผลกระทบขององค์การมหาชน การประเมินผลกระทบจะเป็นเครื่องมือที่นำไปใช้ในการประเมินการดำเนินงานขององค์การมหาชนว่ามีประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อมในเชิงเศรษฐกิจและสังคมมากน้อยเพียงใด และจะนำผลการประเมินไปใช้กำหนดแนวทาง วิธีการ หรือกลไกใดในการเพิ่มผลประโยชน์ดังกล่าวให้สูงขึ้น การประเมินผลกระทบจะใช้หลักการห่วงโซ่ผลการดำเนินงาน (result chain) เนื่องจากเป็นวิธีการที่สามารถนำไปประเมินโครงการได้หลายประเภท แสดงผลการประเมินได้อย่างชัดเจน โดยเป็นการวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงผลไปตามปัจจัยและกระบวนการที่มีผลต่อประเด็นที่จะศึกษา โดยพิจารณาจากปัจจัยนำเข้า (input) กระบวนการ (process) และผลผลิต (output) ที่โครงการนั้นมีปฏิสัมพันธ์โดยตรง (responsible interacts) ซึ่งนำไปสู่ผลกระทบ (impact) ตามวัตถุประสงค์ของโครงการและภารกิจขององค์การมหาชน1
 
5.9%
การศึกษาทำความเข้าใจเกี่ยวกับสถานการณ์ที่อาจส่งผลต่อการปรับตัวขององค์การมหาชน เช่น 1) สถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจส่งผลต่อการดำเนินภารกิจ เช่น สถานการณ์ทางการเมือง การปิดล้อมสถานที่ราชการ ภัยพิบัติ โรคระบาด 2) แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงในอนาคต (disruption) ที่ส่งผลการเปลี่ยนแปลงภารกิจหรือการดำเนินการตามภารกิจ เช่น การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี การเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมหรือสังคมที่ส่งผลต่อการดำเนินภารกิจ รูปแบบแผนงาน/โครงการ หรือการให้บริการ การเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมหรือระบบนิเวศทั้งที่เกิดจากปัจจัยภายในและภายนอกส่งผลให้องค์การมหาชนจะต้องปรับตัวให้มีความคล่องตัวมากขึ้น (organizational agility) ดังนั้น องค์การมหาชนจะต้องวางแผนยุทธศาสตร์ กำหนดทิศทางกลยุทธ์ หรือวางแผนงานโครงการขององค์กรโดยคำนึงถึงปัจจัยหรือสถานการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อองค์การมหาชน องค์การมหาชนจะต้องมีขีดความสามารถในการปรับบทบาทภารกิจ (business model) ที่เหมาะสมทั้งในปัจจุบันและอนาคตและให้ความสำคัญกับการปรับการดำเนินงานขององค์กรให้มีความคล่องตัว รวมถึงการระบุโอกาสทางกลยุทธ์ (key strategic opportunities) และโอกาสที่ผ่านการคำนวณความเสี่ยงแล้ว (intelligent risk) ตามกรอบทิศทางการดำเนินงานขององค์กร เช่น องค์การมหาชนสามารถระบุโอกาสในการสร้างนวัตกรรมทั้งในด้านผลิตภัณฑ์บริการ หรือรูปแบบการดำเนินภารกิจขององค์การมหาชน เพื่อให้องค์กรสามารถสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันของประเทศ สร้างโอกาสหรือความได้เปรียบให้กับกลุ่มเป้าหมายหรือลูกค้าหรือสามารถสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน1
 
5.9%
(1) พิจารณางานบริการ/ภารกิจหลักขององค์การมหาชน พร้อมกับจำแนกรายการทรัพยากร/สินทรัพย์ในแต่ละงานบริการ/ภารกิจหลักนั้น ๆ (2) จำนวนรายการทรัพยากร/สินทรัพย์ที่อยู่ในรายการขององค์การมหาชน จะพิจารณาจากรายการสำคัญ เช่น มีการใช้งบลงทุนสูง มีค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาและค่าเสื่อมสูง โดยองค์การมหาชนจำเป็นต้องแสดงรายการค่าใช้จ่ายดังกล่าวเพื่อเป็นข้อมูลประกอบการประเมินผล (3) ในการประเมินประสิทธิภาพและความคุ้มค่าจะพิจารณาจากระดับการใช้ทรัพยากรขององค์การมหาชน ซึ่งหลักการนี้มุ่งเน้นการตรวจสอบปริมาณทรัพยากรที่องค์การมหาชนใช้ไปในการดำเนินงานตามภารกิจหลักเปรียบเทียบกับผลลัพธ์ที่ได้ เพื่อประเมินว่าองค์การมหาชนนั้นบริหารจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่ โดยมีหลักการพิจารณาที่หลากหลาย เช่น • เปรียบเทียบเงินทุนที่ใช้ไปกับผลลัพธ์ที่ได้ โดยผลลัพธ์ที่นำมาเปรียบเทียบจะเป็นตัวเลขทางการเงิน เช่น รายได้ กำไร หรือตัวชี้วัดอื่น ๆ เช่น ผลผลิต บริการ ซึ่งการประเมินเป็นตัวเงินต้องสามารถอ้างอิงข้อมูลที่สามารถนำมาใช้ได้ เช่น การวิจัยหรือข้อมูลที่มีอยู่เกี่ยวกับโครงการหรือสถานที่ที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน • เปรียบเทียบทรัพยากรที่ใช้ไปกับทรัพยากรที่มีอยู่ เป็นการวัดว่าองค์การมหาชนใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างเต็มประสิทธิภาพหรือไม่ • เปรียบเทียบความคุ้มค่าของตัวเลือกที่เป็นไปได้ เช่น การใช้วัสดุหรือเทคโนโลยีที่แตกต่างกัน หรือการออกแบบสถานที่ให้บริการต่อสาธารณะในแบบต่าง ๆ1
 
5.9%
(Missing)7
41.2%

Length

2026-09-09T11:18:48.599316image/svg+xmlMatplotlib v3.3.4, https://matplotlib.org/
Histogram of lengths of the category

Pie chart

2026-09-09T11:18:48.717519image/svg+xmlMatplotlib v3.3.4, https://matplotlib.org/
ValueCountFrequency (%)
เช่น19
 
4.0%
•18
 
3.8%
ๆ17
 
3.6%
111
 
2.3%
210
 
2.1%
37
 
1.5%
หมายถึง5
 
1.1%
chain4
 
0.8%
business3
 
0.6%
อาทิ3
 
0.6%
Other values (351)375
79.4%

Most occurring characters

ValueCountFrequency (%)
No values found.

Most occurring categories

ValueCountFrequency (%)
No values found.

Most frequent character per category

Most occurring scripts

ValueCountFrequency (%)
No values found.

Most frequent character per script

Most occurring blocks

ValueCountFrequency (%)
No values found.

Most frequent character per block

ข้อมูลประกอบ
Categorical

MISSING
UNIFORM

Distinct13
Distinct (%)100.0%
Missing4
Missing (%)23.5%
Memory size264.0 B
(1) แผนดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่องสำหรับการบริหารความพร้อมต่อสภาวะวิกฤต (Business Continuity Plan : BCP) ขององค์การมหาชน (2) เอกสารหลักฐานที่แสดงถึงผลการสอบทานแผนฯ (3) เอกสารหลักฐานที่แสดงถึงผลการทดสอบสถานการณ์วิกฤต และการดำเนินการเพื่อฟื้นคืนสภาพได้ตามเป้าหมาย
1 
สำนักงาน ก.พ.ร. จะพิจารณจากผลการสำรวจระดับความพร้อมรัฐบาลดิจิทัลหน่วยงานภาครัฐของประเทศไทย โดยสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน)
1 
(1) ผลการดำเนินงานตามองค์ประกอบที่ 1 องค์ประกอบที่ 2 และการศึกษาบทบาทขององค์การมหาชนในบริบทปัจจัยแวดล้อมการพัฒนาประเทศ (2) ผลการสัมภาษณ์สำรวจความคิดเห็นต่อบทบาทคุณค่าขององค์การมหาชน และความคิดเห็นต่อคุณค่าขององค์การมหาชน ความซ้ำซ้อนเมื่อเทียบเคียงกับหน่วยงานอื่น ๆ (3) ผลการศึกษาการดำเนินงานของหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องในปัจจัยแวดล้อมและบทบาทภารกิจ ผลการดำเนินงาน (ถ้ามี) ของหน่วยงานอื่น ๆ (4) ผลการสำรวจความเชื่อมั่นต่อการดำเนินงานขององค์การมหาชนที่สำรวจผู้มีส่วนได้เสีย
1 
(1) ยุทธศาสตร์ กลยุทธ์ แผนปฏิบัติการ/งานขององค์การมหาชนในปีที่ประเมินผล และแผนปฏิบัติการ/งาน ขององค์การมหาชนในระยะถัดไป รายงานผลการดำเนินงานประจำปี (2) ข้อมูลเพิ่มเติมจากผลการสัมภาษณ์คณะกรรมการ ผู้บริหารองค์การมหาชน ผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้รับผิดชอบในภารกิจต่าง ๆ
1 
(1) แผนปฏิบัติการ/งานขององค์การมหาชน กลยุทธ์ แผนงาน และความเชื่อมโยงกับการทบทวนปัจจัยตัวแปรที่องค์การมหาชนได้วิเคราะห์ไว้ (2) รายงานการประชุมหรือหลักฐานที่แสดงถึงบทบาทการมีส่วนร่วมของคณะกรรมการและผู้บริหารในการให้นโยบายกำหนดทิศทาง กลยุทธ์ เพื่อเพิ่มความสามารถในการปรับตัวรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต ตลอดจนการแสดงถึงการผลักดันวิสัยทัศน์หรือนโยบายไปสู่การปฏิบัติจนสำเร็จ/เกิดผลต่อองค์กรอย่างมีนัยสำคัญ
1 
Other values (8)
8 

Length

Max length568
Median length266
Mean length322.9230769
Min length135

Characters and Unicode

Total characters0
Distinct characters0
Distinct categories0 ?
Distinct scripts0 ?
Distinct blocks0 ?
The Unicode Standard assigns character properties to each code point, which can be used to analyse textual variables.

Unique

Unique13 ?
Unique (%)100.0%

Sample

1st row(1) ยุทธศาสตร์ กลยุทธ์ แผนปฏิบัติการ/งานขององค์การมหาชนในปีที่ประเมินผล และแผนปฏิบัติการ/งาน ขององค์การมหาชนในระยะถัดไป รายงานผลการดำเนินงานประจำปี (2) ข้อมูลเพิ่มเติมจากผลการสัมภาษณ์คณะกรรมการ ผู้บริหารองค์การมหาชน ผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้รับผิดชอบในภารกิจต่าง ๆ
2nd rowยุทธศาสตร์ประเทศที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งรายงานหรือบทวิเคราะห์ความสอดคล้องเชื่อมโยงขององค์การมหาชนกับยุทธศาสตร์ประเทศในระดับต่าง ๆ และรายงานผลการดำเนินงานตามแผนงานโครงการและภารกิจขององค์การมหาชน อาทิ (1) ยุทธศาสตร์ประเทศในระดับต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับองค์การมหาชน (2) ยุทธศาสตร์ กลยุทธ์ แผนปฏิบัติการ/งานขององค์การมหาชนในปีที่ประเมินผล และแผนปฏิบัติการ/งานขององค์การมหาชนในระยะถัดไป (3) แผนงานและแผนเงินในปีที่ประเมินผล (ครอบคลุมทั้งการใช้งบประมาณและเงินทุนสะสม) (4) รายงานผลการดำเนินงานประจำปีในปีที่ประเมินผล เช่น รายงานประจำปี รายงานสรุปผลการดำเนินงานที่นำเสนอคณะกรรมการ
3rd row(1) ผลการติดตามประเมินผลและการจัดเก็บข้อมูลผลการดำเนินงานตามตัวชี้วัดที่กำหนดไว้ โดยการจัดเก็บข้อมูลต้องเป็นไปตามหลักวิชาการและมีความน่าเชื่อถือ มีกระบวนการสอบทานข้อมูล (2) ข้อมูลปฐมภูมิ/เอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับผลการประเมิน
4th rowรายงานสรุปผลการสำรวจความเชื่อมั่นต่อการดำเนินงานขององค์การมหาชน โดยครอบคลุมกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียที่สำคัญต่อภารกิจการดำเนินงานขององค์การมหาชน
5th rowเอกสารรายงานสรุปผลการจัดสรรงบประมาณแต่ละประเภท และรายละเอียดงบประมาณที่จัดสรรในการขับเคลื่อนภารกิจตามยุทธศาสตร์แต่ละแผนงานโครงการ โดยเอกสารที่อาจนำมาประกอบการพิจารณา เช่น • แผนงานและแผนเงินในปีที่ประเมินผล (ครอบคลุมค่าใช้จ่ายตามแผนการใช้จ่ายเงิน) ที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ • ผลการใช้จ่ายงบประมาณรายไตรมาสแต่ละโครงการของปีที่ประเมินผล ที่มีการรายงานคณะกรรมการหรือผู้บริหาร • รายงานการประชุมคณะกรรมการ/อนุกรรมการที่เกี่ยวข้อง

Common Values

ValueCountFrequency (%)
(1) แผนดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่องสำหรับการบริหารความพร้อมต่อสภาวะวิกฤต (Business Continuity Plan : BCP) ขององค์การมหาชน (2) เอกสารหลักฐานที่แสดงถึงผลการสอบทานแผนฯ (3) เอกสารหลักฐานที่แสดงถึงผลการทดสอบสถานการณ์วิกฤต และการดำเนินการเพื่อฟื้นคืนสภาพได้ตามเป้าหมาย1
 
5.9%
สำนักงาน ก.พ.ร. จะพิจารณจากผลการสำรวจระดับความพร้อมรัฐบาลดิจิทัลหน่วยงานภาครัฐของประเทศไทย โดยสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน)1
 
5.9%
(1) ผลการดำเนินงานตามองค์ประกอบที่ 1 องค์ประกอบที่ 2 และการศึกษาบทบาทขององค์การมหาชนในบริบทปัจจัยแวดล้อมการพัฒนาประเทศ (2) ผลการสัมภาษณ์สำรวจความคิดเห็นต่อบทบาทคุณค่าขององค์การมหาชน และความคิดเห็นต่อคุณค่าขององค์การมหาชน ความซ้ำซ้อนเมื่อเทียบเคียงกับหน่วยงานอื่น ๆ (3) ผลการศึกษาการดำเนินงานของหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องในปัจจัยแวดล้อมและบทบาทภารกิจ ผลการดำเนินงาน (ถ้ามี) ของหน่วยงานอื่น ๆ (4) ผลการสำรวจความเชื่อมั่นต่อการดำเนินงานขององค์การมหาชนที่สำรวจผู้มีส่วนได้เสีย1
 
5.9%
(1) ยุทธศาสตร์ กลยุทธ์ แผนปฏิบัติการ/งานขององค์การมหาชนในปีที่ประเมินผล และแผนปฏิบัติการ/งาน ขององค์การมหาชนในระยะถัดไป รายงานผลการดำเนินงานประจำปี (2) ข้อมูลเพิ่มเติมจากผลการสัมภาษณ์คณะกรรมการ ผู้บริหารองค์การมหาชน ผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้รับผิดชอบในภารกิจต่าง ๆ1
 
5.9%
(1) แผนปฏิบัติการ/งานขององค์การมหาชน กลยุทธ์ แผนงาน และความเชื่อมโยงกับการทบทวนปัจจัยตัวแปรที่องค์การมหาชนได้วิเคราะห์ไว้ (2) รายงานการประชุมหรือหลักฐานที่แสดงถึงบทบาทการมีส่วนร่วมของคณะกรรมการและผู้บริหารในการให้นโยบายกำหนดทิศทาง กลยุทธ์ เพื่อเพิ่มความสามารถในการปรับตัวรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต ตลอดจนการแสดงถึงการผลักดันวิสัยทัศน์หรือนโยบายไปสู่การปฏิบัติจนสำเร็จ/เกิดผลต่อองค์กรอย่างมีนัยสำคัญ1
 
5.9%
(1) แผนปฏิบัติงานขององค์การมหาชนหรือแผนต่าง ๆ ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการปรับเปลี่ยนการพัฒนากระบวนงานตามภารกิจหลักโดยใช้ดิจิทัลเทคโนโลยี หรือการพัฒนานวัตกรรมหรือแผนอื่น ๆ (2) เอกสาร/หลักฐานการแสดงถึงความสำเร็จการทำงานหรือการให้บริการที่มากขึ้นตามเป้าหมายของการพัฒนาปรับเปลี่ยนที่กำหนดไว้อย่างเป็นรูปธรรม ตลอดจนการชี้แจงหรือแสดงหลักฐานผลการวิเคราะห์ความคุ้มค่า1
 
5.9%
รายงานสรุปผลการสำรวจความเชื่อมั่นต่อการดำเนินงานขององค์การมหาชน โดยครอบคลุมกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียที่สำคัญต่อภารกิจการดำเนินงานขององค์การมหาชน1
 
5.9%
ยุทธศาสตร์ประเทศที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งรายงานหรือบทวิเคราะห์ความสอดคล้องเชื่อมโยงขององค์การมหาชนกับยุทธศาสตร์ประเทศในระดับต่าง ๆ และรายงานผลการดำเนินงานตามแผนงานโครงการและภารกิจขององค์การมหาชน อาทิ (1) ยุทธศาสตร์ประเทศในระดับต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับองค์การมหาชน (2) ยุทธศาสตร์ กลยุทธ์ แผนปฏิบัติการ/งานขององค์การมหาชนในปีที่ประเมินผล และแผนปฏิบัติการ/งานขององค์การมหาชนในระยะถัดไป (3) แผนงานและแผนเงินในปีที่ประเมินผล (ครอบคลุมทั้งการใช้งบประมาณและเงินทุนสะสม) (4) รายงานผลการดำเนินงานประจำปีในปีที่ประเมินผล เช่น รายงานประจำปี รายงานสรุปผลการดำเนินงานที่นำเสนอคณะกรรมการ1
 
5.9%
เอกสารรายงานสรุปผลการจัดสรรงบประมาณแต่ละประเภท และรายละเอียดงบประมาณที่จัดสรรในการขับเคลื่อนภารกิจตามยุทธศาสตร์แต่ละแผนงานโครงการ โดยเอกสารที่อาจนำมาประกอบการพิจารณา เช่น • แผนงานและแผนเงินในปีที่ประเมินผล (ครอบคลุมค่าใช้จ่ายตามแผนการใช้จ่ายเงิน) ที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ • ผลการใช้จ่ายงบประมาณรายไตรมาสแต่ละโครงการของปีที่ประเมินผล ที่มีการรายงานคณะกรรมการหรือผู้บริหาร • รายงานการประชุมคณะกรรมการ/อนุกรรมการที่เกี่ยวข้อง1
 
5.9%
(1) ผลการติดตามประเมินผลและการจัดเก็บข้อมูลผลการดำเนินงานตามตัวชี้วัดที่กำหนดไว้ โดยการจัดเก็บข้อมูลต้องเป็นไปตามหลักวิชาการและมีความน่าเชื่อถือ มีกระบวนการสอบทานข้อมูล (2) ข้อมูลปฐมภูมิ/เอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับผลการประเมิน1
 
5.9%
Other values (3)3
17.6%
(Missing)4
23.5%

Length

2026-09-09T11:18:50.065436image/svg+xmlMatplotlib v3.3.4, https://matplotlib.org/
Histogram of lengths of the category
ValueCountFrequency (%)
111
 
7.5%
211
 
7.5%
ๆ8
 
5.4%
36
 
4.1%
กลยุทธ์4
 
2.7%
เช่น4
 
2.7%
43
 
2.0%
แผนงานและแผนเงินในปีที่ประเมินผล3
 
2.0%
•3
 
2.0%
แผนปฏิบัติการ/งานขององค์การมหาชนในปีที่ประเมินผล2
 
1.4%
Other values (86)92
62.6%

Most occurring characters

ValueCountFrequency (%)
No values found.

Most occurring categories

ValueCountFrequency (%)
No values found.

Most frequent character per category

Most occurring scripts

ValueCountFrequency (%)
No values found.

Most frequent character per script

Most occurring blocks

ValueCountFrequency (%)
No values found.

Most frequent character per block

Sample

First rows

ปีงบประมาณองค์ประกอบตัวชี้วัดน้ำหนักเป้าหมายการประเมินเกณฑ์การประเมินผลเกณฑ์การให้คะแนนการเตรียมความพร้อมข้อมูลประกอบ
02566-2568องค์ประกอบที่ 1 ความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์จัดตั้ง (coherence)1.1 ความครบถ้วนการดำเนินการตามเจตนารมณ์ของวัตถุประสงค์จัดตั้งองค์การมหาชน10.0เพื่อประเมินภารกิจที่องค์การมหาชนดำเนินการอยู่ว่าสอดคล้องและครบถ้วนตามวัตถุประสงค์การจัดตั้งหรือไม่ และยังคงสามารถตอบสนองกับสถานการณ์หรือความต้องการด้านการพัฒนาประเทศทั้งในปัจจุบันและอนาคตได้อย่างต่อเนื่อง หรือต้องยกเลิก หรือต้องเพิ่มเติมภารกิจใหม่เพื่อให้องค์การมหาชนยังคงเป็นหน่วยงานที่สามารถสนับสนุนการพัฒนาประเทศได้ในฐานะหน่วยงานของรัฐประเภทองค์การมหาชนซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีความยืดหยุ่น คล่องตัวการพิจารณาการดำเนินการตามภารกิจขององค์การมหาชนที่บรรลุตามเจตนารมณ์ของการจัดตั้งจะพิจารณาการดำเนินการตามบทบาท/ภารกิจที่กำหนดไว้ในกฎหมายจัดตั้งและกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง และการดำเนินการนั้นส่งผลให้องค์การมหาชนมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาประเทศหากพบว่าการดำเนินงานขององค์การมหาชนไม่ครบถ้วนตามวัตถุประสงค์ของการจัดตั้ง หรือไม่ส่งผลให้บรรลุเป้าหมายของเจตนารมณ์การจัดตั้ง จะได้รับคะแนนไม่เกิน ระดับ 2ระดับ 5 ดำเนินการครบถ้วนตามเจตนารมณ์ของวัตถุประสงค์จัดตั้ง ระดับ 4 ดำเนินการครบถ้วนตามเจตนารมณ์ของวัตถุประสงค์จัดตั้งร้อยละ 80 ระดับ 3 ดำเนินการครบถ้วนตามเจตนารมณ์ของวัตถุประสงค์จัดตั้งร้อยละ 70 ระดับ 2 ดำเนินการครบถ้วนตามเจตนารมณ์ของวัตถุประสงค์จัดตั้งร้อยละ 60 ระดับ 1 ดำเนินการครบถ้วนตามเจตนารมณ์ของวัตถุประสงค์จัดตั้งร้อยละ 50(1) ศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้งองค์การมหาชน เช่น เอกสารประกอบคำขอการจัดตั้ง กฎหมายจัดตั้งขององค์การมหาชน หรือเอกสารการขอแก้กฎหมายจัดตั้งองค์การมหาชน เพื่อให้เข้าใจถึงเจตนารมณ์ในการจัดตั้งหน่วยงาน กรณีที่วัตถุประสงค์การจัดตั้งองค์การมหาชน มีขอบเขตการทำงานที่กว้างและไม่ชัดเจนจนไม่สามารถระบุภารกิจหรือดำเนินภารกิจได้อย่างครอบคลุม อาทิ การส่งเสริมสนับสนุนภาคอุตสาหกรรม โดยไม่ได้มีการระบุขอบเขต กลุ่มเป้าหมาย หรือกลุ่มมุ่งเน้นที่ชัดเจน การดำเนินการขององค์การมหาชนจะต้องสามารถอธิบายเชิงยุทธศาสตร์หรือกลยุทธ์การดำเนินงานที่แสดงถึงกรอบแนวทางการดำเนินการให้ชัดเจนว่าทำไมถึงทำภารกิจเหล่านั้น และต้องสะท้อนให้เห็นได้ว่าภารกิจที่ดำเนินการส่งผลให้องค์การทำหน้าที่เป็นไปตามเจตนารมณ์การจัดตั้ง (2) ศึกษาแผนปฏิบัติงานขององค์การมหาชน ยุทธศาสตร์องค์กร ยุทธศาสตร์ต่าง ๆ ของประเทศที่เกี่ยวข้อง นโยบายของคณะกรรมการและผู้บริหารเกี่ยวกับการกำหนดเป้าหมายหรือภารกิจขององค์การมหาชน ในแต่ละวัตถุประสงค์จัดตั้ง โดยเฉพาะกรณีที่วัตถุประสงค์มีการกำหนดภารกิจที่มีขอบเขตกว้าง เพื่อให้สามารถวิเคราะห์ถึงความครบถ้วนและความครอบคลุมของการดำเนินงานตามวัตถุประสงค์การจัดตั้งให้ได้อย่างชัดเจน (3) ศึกษาเอกสาร ข้อมูลการดำเนินงานหรือภารกิจต่าง ๆ เพื่อนำไปสู่การวิเคราะห์ได้ว่าแผนงาน หรือโครงการต่าง ๆ มีความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์การจัดตั้งองค์กรและส่งผลให้บรรลุเจตนารมณ์การจัดตั้งหรือไม่(1) ยุทธศาสตร์ กลยุทธ์ แผนปฏิบัติการ/งานขององค์การมหาชนในปีที่ประเมินผล และแผนปฏิบัติการ/งาน ขององค์การมหาชนในระยะถัดไป รายงานผลการดำเนินงานประจำปี (2) ข้อมูลเพิ่มเติมจากผลการสัมภาษณ์คณะกรรมการ ผู้บริหารองค์การมหาชน ผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้รับผิดชอบในภารกิจต่าง ๆ
12566-2568องค์ประกอบที่ 1 ความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์จัดตั้ง (coherence)1.2 ความครบถ้วนของการสนับสนุนยุทธศาสตร์และแผนต่าง ๆ ของประเทศ10.0เพื่อประเมินบทบาทภารกิจขององค์การมหาชนว่า ภารกิจที่ดำเนินการอยู่มีส่วนสำคัญในการสนับสนุนการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาประเทศตามยุทธศาสตร์ชาติ แผนพัฒนาประเทศในระดับต่าง ๆ และนโยบายของรัฐบาลที่เกี่ยวข้องได้ครบถ้วน ทั้งนี้ แม้ในทางปฏิบัติองค์การมหาชนแต่ละแห่งจะมีภารกิจการดำเนินงานตามวัตถุประสงค์การจัดตั้งที่ชัดเจนแล้ว และภารกิจเหล่านั้นอาจไม่ได้ถูกกำหนดไว้โดยตรงในแผนระดับชาติ หรือแผนการพัฒนาประเทศ แต่หากพิจารณาถึงเจตนารมณ์การจัดตั้งองค์การมหาชน จะพบว่าทุกองค์การมหาชนมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศทั้งด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม ดังนั้น ความครบถ้วนของการดำเนินการสนับสนุนการพัฒนาประเทศตามแผนชาติระดับต่าง ๆ และการบรรลุเป้าหมาย จะเป็นปัจจัยสำคัญในการประเมินว่าการดำเนินภารกิจขององค์การมหาชนตามวัตถุประสงค์การจัดตั้ง ยังมีคุณค่า หรือความสำคัญต่อการดำรงอยู่ หรือควรพัฒนาไปเป็นอย่างไรการประเมินผลจะพิจารณาใน 2 ประเด็น ได้แก่ ความครบถ้วนของการดำเนินการสนับสนุนประเด็นการพัฒนาประเทศตามยุทธศาสตร์แผนพัฒนาประเทศในระดับต่าง ๆ รวมถึงนโยบายของรัฐบาล ที่เกี่ยวข้องกับองค์การมหาชน และบทบาทขององค์การมหาชนในฐานะเป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลัก (หน่วยงานรับผิดชอบหลัก หมายถึง เป็นหน่วยงานเจ้าภาพ หรือมีหน้าที่โดยตรงตามความประสงค์ หรือความมุ่งหมายของยุทธศาสตร์ หรือแผนการพัฒนาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องของประเทศ) กรณีการดำเนินการที่สนับสนุนประเด็นการพัฒนาประเทศที่วิเคราะห์แล้วพบว่า องค์การมหาชนเป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลัก แล้วองค์การมหาชนไม่ได้แสดงบทบาทหรือมีการดำเนินการให้สอดรับกับการเป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลัก ระดับคะแนนที่ได้จะไม่เกิน 2 คะแนนระดับ 5 ดำเนินการครบถ้วนทุกประเด็นร้อยละ 100 ระดับ 4 ได้ดำเนินการร้อยละ 80 ขึ้นไป ระดับ 3 ได้ดำเนินการร้อยละ 70 ขึ้นไป ระดับ 2 ได้ดำเนินการร้อยละ 60 ขึ้นไป ระดับ 1 ได้ดำเนินการต่ำกว่าร้อยละ 60การประเมินผลจะมีการวิเคราะห์เป้าหมายของยุทธศาสตร์ แผนพัฒนาประเทศในระดับต่าง ๆ นโยบายรัฐบาลในช่วงระยะเวลาที่ประเมินผล (ทุก 3 ปี) เพื่อพิจารณาถึงความเกี่ยวข้องกับองค์การมหาชน ซึ่งจะนำไปสู่การพิจารณาการดำเนินการขององค์การมหาชนว่า ได้ดำเนินการสนับสนุนการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศได้อย่างครอบคลุมตามภารกิจอย่างไร และครบถ้วนหรือไม่ โดยเบื้องต้นจะวิเคราะห์ผ่านแผนงานโครงการ ภารกิจการดำเนินงานต่าง ๆ ว่าเป้าหมายหรือประเด็นการพัฒนาประเทศ และนโยบายรัฐบาลเหล่านั้นองค์การมหาชนมีแผนงานโครงการรองรับอย่างไร เกิดผลสำเร็จตามเป้าหมายของยุทธศาสตร์ แผนพัฒนาประเทศในระดับต่าง ๆ และนโยบายรัฐบาลหรือไม่ยุทธศาสตร์ประเทศที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งรายงานหรือบทวิเคราะห์ความสอดคล้องเชื่อมโยงขององค์การมหาชนกับยุทธศาสตร์ประเทศในระดับต่าง ๆ และรายงานผลการดำเนินงานตามแผนงานโครงการและภารกิจขององค์การมหาชน อาทิ (1) ยุทธศาสตร์ประเทศในระดับต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับองค์การมหาชน (2) ยุทธศาสตร์ กลยุทธ์ แผนปฏิบัติการ/งานขององค์การมหาชนในปีที่ประเมินผล และแผนปฏิบัติการ/งานขององค์การมหาชนในระยะถัดไป (3) แผนงานและแผนเงินในปีที่ประเมินผล (ครอบคลุมทั้งการใช้งบประมาณและเงินทุนสะสม) (4) รายงานผลการดำเนินงานประจำปีในปีที่ประเมินผล เช่น รายงานประจำปี รายงานสรุปผลการดำเนินงานที่นำเสนอคณะกรรมการ
22566-2568องค์ประกอบที่ 2 ผลการปฏิบัติงาน (performance)2.1 ผลสัมฤทธิ์การดำเนินงานขององค์การมหาชนNaNNaNNaNNaNNaNNaN
32566-2568องค์ประกอบที่ 2 ผลการปฏิบัติงาน (performance)2.1.1 ผลการดำเนินงานตามตัวชี้วัดผลลัพธ์และผลกระทบ25.0เพื่อสะท้อนผลสัมฤทธิ์ที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงานตามภารกิจขององค์การมหาชน โดยมุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์ที่เกิดขึ้นในเชิงผลลัพธ์และผลกระทบจากการดำเนินงาน ซึ่งจะช่วยผลักดันให้องค์การมหาชนมุ่งเน้นการทำงานที่มุ่งผลสัมฤทธิ์มากขึ้น สำหรับการประเมินผลกระทบจากการดำเนินงานขององค์การมหาชนจะพิจารณาทั้งในเชิงเศรษฐกิจและสังคมให้เหมาะสมกับภารกิจขององค์การมหาชน การประเมินผลจะประเมินตามตัวชี้วัดที่ได้วิเคราะห์ไว้ในห่วงโซ่ผลการดำเนินงาน (result chain) ที่กำหนดในบันทึกข้อตกลงการประเมินความคุ้มค่าเพื่อพัฒนาองค์การมหาชน โดยจะพิจารณาผลการดำเนินงานตามเป้าหมายของตัวชี้วัดผลลัพธ์และผลกระทบที่กำหนดไว้NaNระดับ 5 จำนวนตัวชี้วัดบรรลุเป้าหมายร้อยละ 100 ระดับ 4 จำนวนตัวชี้วัดบรรลุเป้าหมายร้อยละ 80 ระดับ 3 จำนวนตัวชี้วัดบรรลุเป้าหมายร้อยละ 70 ระดับ 2 จำนวนตัวชี้วัดบรรลุเป้าหมายร้อยละ 60 ระดับ 1 จำนวนตัวชี้วัดบรรลุเป้าหมายร้อยละ 50(1) การศึกษาทำความเข้าใจกับการจัดทำห่วงโซ่ผลการดำเนินงาน (result chain) ขององค์การมหาชน การจัดทำแผนภาพห่วงโซ่ผลการดำเนินงาน (result chain) เป็นการแสดงการวิเคราะห์ให้เห็นถึง ความเชื่อมโยงและความสอดคล้องของวัตถุประสงค์การจัดตั้งองค์การมหาชนกับปัจจัยนำเข้า (input) กระบวนการ (process) ผลผลิต (output) ผลลัพธ์ (outcome) และผลกระทบ (impact) ตามลำดับ ทั้งนี้ การจัดทำห่วงโซ่ ผลการดำเนินงานดังกล่าวจะแสดงให้เห็นรายละเอียดการประเมินทรัพยากรที่เป็นปัจจัยนำเข้า วัตถุประสงค์ กระบวนการดำเนินกิจกรรมตามวัตถุประสงค์ ผลผลิต ผลลัพธ์ และผลกระทบหรือผลลัพธ์ขั้นสุดท้าย ซึ่งจะนำไปกำหนดเป็นตัวชี้วัด (KPI) และค่าเป้าหมายต่อไป (2) การศึกษาทำความเข้าใจกับการประเมินผลกระทบขององค์การมหาชน การประเมินผลกระทบจะเป็นเครื่องมือที่นำไปใช้ในการประเมินการดำเนินงานขององค์การมหาชนว่ามีประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อมในเชิงเศรษฐกิจและสังคมมากน้อยเพียงใด และจะนำผลการประเมินไปใช้กำหนดแนวทาง วิธีการ หรือกลไกใดในการเพิ่มผลประโยชน์ดังกล่าวให้สูงขึ้น การประเมินผลกระทบจะใช้หลักการห่วงโซ่ผลการดำเนินงาน (result chain) เนื่องจากเป็นวิธีการที่สามารถนำไปประเมินโครงการได้หลายประเภท แสดงผลการประเมินได้อย่างชัดเจน โดยเป็นการวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงผลไปตามปัจจัยและกระบวนการที่มีผลต่อประเด็นที่จะศึกษา โดยพิจารณาจากปัจจัยนำเข้า (input) กระบวนการ (process) และผลผลิต (output) ที่โครงการนั้นมีปฏิสัมพันธ์โดยตรง (responsible interacts) ซึ่งนำไปสู่ผลกระทบ (impact) ตามวัตถุประสงค์ของโครงการและภารกิจขององค์การมหาชน(1) ผลการติดตามประเมินผลและการจัดเก็บข้อมูลผลการดำเนินงานตามตัวชี้วัดที่กำหนดไว้ โดยการจัดเก็บข้อมูลต้องเป็นไปตามหลักวิชาการและมีความน่าเชื่อถือ มีกระบวนการสอบทานข้อมูล (2) ข้อมูลปฐมภูมิ/เอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับผลการประเมิน
42566-2568องค์ประกอบที่ 2 ผลการปฏิบัติงาน (performance)2.1.2 ความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้เสีย7.0เพื่อสะท้อนความสามารถในการตอบสนองต่อความต้องการและระดับของความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสีย โดยจะต้องมีการวิเคราะห์ผู้มีส่วนได้เสียในทุกระดับของภารกิจการดำเนินงาน และสัมภาษณ์ความคิดเห็นของผู้รับบริการ/ผู้มีส่วนได้เสียดังกล่าวเพื่อนำผลการสำรวจมาใช้NaNระดับ 5 ความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอยู่ในระดับสูงมาก 4.21 ขึ้นไป ระดับ 4 ความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอยู่ในระดับสูง 3.41- 4.20 ระดับ 3 ความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอยู่ในระดับปานกลาง 2.61-3.40 ระดับ 2 ความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอยู่ในระดับน้อย 1.81 - 2.60 ระดับ 1 ความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอยู่ในระดับน้อยที่สุด 1.00 – 1.80(1) การวิเคราะห์ผู้มีส่วนได้เสีย กำหนดกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในทุกระดับของภารกิจขององค์การมหาชน ซึ่งประกอบด้วย 4 กลุ่มหลัก ได้แก่ 1) หน่วยงานนโยบายหรือหน่วยงานที่องค์การมหาชนรับนโยบาย ทิศทางการขับเคลื่อนภารกิจงานมาสู่การปฏิบัติ 2) ผู้รับบริการ (ผู้รับบริการ/ได้รับผลประโยชน์ทางตรง (tier 1) และผู้รับบริการ/ได้รับผลประโยชน์ทางอ้อม (tier 2)) 3) หน่วยงานที่ทำงานร่วมกับองค์การมหาชนในระบบนิเวศ 4) หน่วยงานที่มีภารกิจเทียบเคียง ซ้ำเสริมหรือซ้ำซ้อน หรือเป็นคู่แข่ง (ในบางกรณี อาจเป็นหน่วยงานภาคเอกชนก็ได้) (2) การกำหนดประเด็นการสำรวจ เครื่องมือที่ใช้ในการสำรวจและการสัมภาษณ์ความคิดเห็นของผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้เสีย ได้แก่ แบบสอบถาม (questionnaires) ซึ่งเป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลเชิงปริมาณเพื่อวัดระดับความเชื่อมั่นของผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้เสียต่อการดำเนินงานขององค์การมหาชนในลักษณะมาตรประเมินค่า (rating scale) รวมทั้งมีข้อคำถามปลายเปิด (open-end) สำหรับให้ผู้รับบริการแสดงข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม โดยแบบสอบถามควรประกอบด้วยประเด็นหลักในการสำรวจ ดังต่อไปนี้ • ความเชื่อมั่นต่อนโยบายและวิธีการปฏิบัติงาน • ความเชื่อมั่นต่อผลสัมฤทธิ์ของการดำเนินงาน • ความเชื่อมั่นต่อบุคลากรขององค์การมหาชน • ความเชื่อมั่นต่อการดำเนินงานที่เปิดเผยโปร่งใส • ความเชื่อมั่นต่อการสื่อสารและภาพลักษณ์ • ความเชื่อมั่นในภาพรวมรายงานสรุปผลการสำรวจความเชื่อมั่นต่อการดำเนินงานขององค์การมหาชน โดยครอบคลุมกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียที่สำคัญต่อภารกิจการดำเนินงานขององค์การมหาชน
52566-2568องค์ประกอบที่ 2 ผลการปฏิบัติงาน (performance)2.2 ประสิทธิภาพการบริหารจัดการขององค์การมหาชนNaNNaNNaNNaNNaNNaN
62566-2568องค์ประกอบที่ 2 ผลการปฏิบัติงาน (performance)2.2.1 ระดับประสิทธิภาพการบริหารแผนงานและการใช้จ่ายงบประมาณNaNNaNNaNNaNNaNNaN
72566-2568องค์ประกอบที่ 2 ผลการปฏิบัติงาน (performance)2.2.1.1 สัดส่วนการจัดสรรงบประมาณ/เงินทุนไปใช้ในการขับเคลื่อนแผนงานโครงการตามภารกิจ3.0เพื่อสะท้อนประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรขององค์การมหาชน โดยประเมินจากสัดส่วนการจัดสรรงบประมาณและรายได้ขององค์การมหาชน (ถ้ามี) ไปยังยุทธศาสตร์ต่าง ๆ เพื่อวิเคราะห์ว่าในรอบการประเมินที่ผ่านมาองค์การมหาชนใช้งบประมาณหรือรายได้ในการขับเคลื่อนภารกิจงานหรือยุทธศาสตร์ด้านใด มากน้อยอย่างไร มีการวางแผนและเตรียมความพร้อมในการใช้จ่ายตามแผนหรือเป้าหมายการเบิกจ่ายงบประมาณ ตลอดจนการติดตามข้อมูลผลการดำเนินงาน และการรายงานผลให้ผู้บริหารทราบหรือไม่(1) สูตรการคำนวณ พิจารณาจากค่าเฉลี่ยของงบประมาณที่นำมาใช้ในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ภารกิจองค์กรเทียบกับงบประมาณทั้งหมด โดยไม่รวมงบลงทุน ในช่วงระยะเวลาของการประเมินผล (งบประมาณที่ใช้ไปสำหรับการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์องค์การ x 100) / (งบประมาณประจำปี + เงินทุนสะสม + รายได้ที่นำมาใช้ในการขับเคลื่อนงานทั้งหมด) (2) นิยาม > ค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร หมายถึง ค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรที่เป็นไปตามสิทธิของบุคคล ได้แก่ 1) เงินเดือน ค่าจ้าง 2) ค่าสวัสดิการ เช่น เงินช่วยเหลือการศึกษาบุตร ค่ารักษาพยาบาล เงินสมทบจ่ายเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เงินสงเคราะห์กรณีถึงแก่กรรม 3) ค่าตอบแทนพิเศษตามผลการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ (ถ้ามี) 4) เงินเดือนและค่าตอบแทนผันแปรผู้อำนวยการ > งบประมาณค่าใช้จ่ายตามแผนการใช้จ่ายเงินที่จัดสรรไปเพื่อการขับเคลื่อนภารกิจงานหรือยุทธศาสตร์ หมายถึง วงเงินงบประมาณขององค์การมหาชนที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการองค์การมหาชนให้ใช้ เพื่อดำเนินการในปีงบประมาณนั้น ๆ ซึ่งอาจมีที่มาของเงิน ประกอบด้วย 1) เงินอุดหนุน หมายถึง งบประมาณที่องค์การมหาชนได้รับการจัดสรรตามพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ โดยไม่รวมงบประมาณสำหรับการจัดซื้อครุภัณฑ์หรือสิ่งก่อสร้าง 2) เงินทุนสะสม หมายถึง กำไรสะสมตามมาตรฐานบัญชีหรือเงินรายได้สุทธิที่เหลือสะสมมาจนถึงปีงบประมาณก่อนหน้า ซึ่งได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการให้ใช้ในปีงบประมาณปัจจุบัน รวมกับเงินเหลือจ่ายจากปีงบประมาณที่แล้วที่ขอเปลี่ยนแปลงมาใช้ในปีงบประมาณปัจจุบัน โดยจำนวนเงินของ “เงินทุนสะสม” จะไม่รวมถึงจำนวนของ "เงินทุนสะสม" ที่ขออนุมัติเพื่อจัดซื้อครุภัณฑ์หรือสิ่งก่อสร้าง 3) เงินรายได้ หมายถึง ประมาณการรายได้ขององค์การมหาชนในปีงบประมาณนั้น ซึ่งคณะกรรมการให้ความเห็นชอบตามแผนการใช้จ่ายเงิน โดยแบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ (1) รายได้จากการดำเนินงาน เช่น ค่าธรรมเนียมการให้บริการ และ (2) รายได้อื่น ๆ เช่น ดอกเบี้ยเงินฝาก เงินค่าปรับ และเงินบริจาคต่าง ๆ โดยจำนวนเงินของ "เงินรายได้" จะไม่รวม "เงินรายได้" ที่ขออนุมัติเพื่อจัดซื้อครุภัณฑ์หรือสิ่งก่อสร้างระดับ 5 สัดส่วนการจัดสรรงบประมาณและรายได้ขององค์การมหาชน (ถ้ามี) เพื่อการขับเคลื่อนภารกิจงานหรือแผนปฏิบัติการเป้าหมายภารกิจขององค์กร ร้อยละ 60 ระดับ 4 สัดส่วนการจัดสรรงบประมาณและรายได้ขององค์การมหาชน (ถ้ามี) เพื่อการขับเคลื่อนภารกิจงานหรือแผนปฏิบัติการเป้าหมายภารกิจขององค์กร ร้อยละ 55 ระดับ 3 สัดส่วนการจัดสรรงบประมาณและรายได้ขององค์การมหาชน (ถ้ามี) เพื่อการขับเคลื่อนภารกิจงานหรือแผนปฏิบัติการเป้าหมายภารกิจขององค์กร ร้อยละ 50 ระดับ 2 สัดส่วนการจัดสรรงบประมาณและรายได้ขององค์การมหาชน (ถ้ามี) เพื่อการขับเคลื่อนภารกิจงานหรือแผนปฏิบัติการเป้าหมายภารกิจขององค์กร ร้อยละ 45 ระดับ 1 สัดส่วนการจัดสรรงบประมาณและรายได้ขององค์การมหาชน (ถ้ามี) เพื่อการขับเคลื่อนภารกิจงานหรือแผนปฏิบัติการเป้าหมายภารกิจขององค์กร ร้อยละ 40NaNเอกสารรายงานสรุปผลการจัดสรรงบประมาณแต่ละประเภท และรายละเอียดงบประมาณที่จัดสรรในการขับเคลื่อนภารกิจตามยุทธศาสตร์แต่ละแผนงานโครงการ โดยเอกสารที่อาจนำมาประกอบการพิจารณา เช่น • แผนงานและแผนเงินในปีที่ประเมินผล (ครอบคลุมค่าใช้จ่ายตามแผนการใช้จ่ายเงิน) ที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ • ผลการใช้จ่ายงบประมาณรายไตรมาสแต่ละโครงการของปีที่ประเมินผล ที่มีการรายงานคณะกรรมการหรือผู้บริหาร • รายงานการประชุมคณะกรรมการ/อนุกรรมการที่เกี่ยวข้อง
82566-2568องค์ประกอบที่ 2 ผลการปฏิบัติงาน (performance)2.2.1.2 ร้อยละของการเบิกจ่ายงบประมาณภาพรวม3.0องค์การมหาชนเป็นหน่วยงานของรัฐรูปแบบหนึ่งจึงต้องขับเคลื่อนการใช้จ่ายงบประมาณให้เป็นไปตามเป้าหมายการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้จ่ายงบประมาณของหน่วยงานของรัฐในภาพรวม เพื่อสะท้อนประสิทธิภาพการใช้จ่ายงบประมาณในการขับเคลื่อนภารกิจสูตรการคำนวณ พิจารณาจากผลการเบิกจ่ายงบประมาณทุกประเภทที่ได้รับจัดสรร ยกเว้นงบบุคลากร เพื่อสะท้อนประสิทธิภาพการใช้จ่ายงบประมาณในการขับเคลื่อนภารกิจ (งบประมาณภาพรวมที่เบิกจ่ายสะสม ณ ไตรมาส 4 x 100) / (งบประมาณประจำปี + เงินทุนสะสม + เงินรายได้ที่นำมาใช้ขับเคลื่อนภารกิจ)ระดับ 5 ร้อยละการเบิกจ่ายภาพรวมไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 ระดับ 4 ร้อยละการเบิกจ่ายภาพรวมไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ระดับ 3 ร้อยละการเบิกจ่ายภาพรวมไม่น้อยกว่าร้อยละ 85 ระดับ 2 ร้อยละการเบิกจ่ายภาพรวมไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ระดับ 1 ร้อยละการเบิกจ่ายภาพรวมไม่น้อยกว่าร้อยละ 75NaN(1) แผนงานและแผนเงินในปีที่ประเมินผล (ครอบคลุมค่าใช้จ่ายตามแผนการใช้จ่ายเงิน) ที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ (2) ผลการใช้จ่ายงบประมาณรายไตรมาสแต่ละโครงการของปีที่ประเมินผล ที่มีการรายงานคณะกรรมการหรือผู้บริหาร (3) รายงานการประชุมคณะกรรมการ/อนุกรรมการที่เกี่ยวข้อง
92566-2568องค์ประกอบที่ 2 ผลการปฏิบัติงาน (performance)2.2.2 การบริหารการใช้อุปกรณ์เครื่องมือและอาคารสถานที่2.0เพื่อสะท้อนประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรโดยพิจารณาจากการใช้ทรัพยากร เช่น อุปกรณ์เครื่องมือ อาคารสถานที่เทียบกับประโยชน์ที่เกิดขึ้น โดยอาจตรวจสอบปริมาณทรัพยากรที่องค์การมหาชนใช้ไปในการดำเนินงานตามภารกิจ เช่น รายการสินทรัพย์/พัสดุสำคัญ ค่าเสื่อม ค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุง เปรียบเทียบกับผลลัพธ์ที่ได้เพื่อประเมินว่าองค์การมหาชนนั้นบริหารจัดการทรัพยากรอย่างคุ้มค่าหรือมีประสิทธิภาพหรือไม่สูตรการคำนวณ (จำนวนรายการทรัพยากร/สินทรัพย์ที่มีการใช้ประโยชน์และแสดงถึงผลความคุ้มค่าได้ x 100) / (จำนวนรายการทรัพยากร/สินทรัพย์ที่อยู่ในรายการขององค์การมหาชน)ระดับ 5 มีการใช้ประโยชน์จากทรัพยากร/สินทรัพย์อย่างคุ้มค่ากับงบประมาณ ร้อยละ 100 ระดับ 4 มีการใช้ประโยชน์จากทรัพยากร/สินทรัพย์อย่างคุ้มค่ากับงบประมาณ ร้อยละ 80 ขึ้นไป ระดับ 3 มีการใช้ประโยชน์จากทรัพยากร/สินทรัพย์อย่างคุ้มค่ากับงบประมาณ ร้อยละ 70 ขึ้นไป ระดับ 2 มีการใช้ประโยชน์จากทรัพยากร/สินทรัพย์อย่างคุ้มค่ากับงบประมาณ ร้อยละ 60 ขึ้นไป ระดับ 1 มีการใช้ประโยชน์จากทรัพยากร/สินทรัพย์อย่างคุ้มค่ากับงบประมาณต่ำกว่าร้อยละ 60(1) พิจารณางานบริการ/ภารกิจหลักขององค์การมหาชน พร้อมกับจำแนกรายการทรัพยากร/สินทรัพย์ในแต่ละงานบริการ/ภารกิจหลักนั้น ๆ (2) จำนวนรายการทรัพยากร/สินทรัพย์ที่อยู่ในรายการขององค์การมหาชน จะพิจารณาจากรายการสำคัญ เช่น มีการใช้งบลงทุนสูง มีค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาและค่าเสื่อมสูง โดยองค์การมหาชนจำเป็นต้องแสดงรายการค่าใช้จ่ายดังกล่าวเพื่อเป็นข้อมูลประกอบการประเมินผล (3) ในการประเมินประสิทธิภาพและความคุ้มค่าจะพิจารณาจากระดับการใช้ทรัพยากรขององค์การมหาชน ซึ่งหลักการนี้มุ่งเน้นการตรวจสอบปริมาณทรัพยากรที่องค์การมหาชนใช้ไปในการดำเนินงานตามภารกิจหลักเปรียบเทียบกับผลลัพธ์ที่ได้ เพื่อประเมินว่าองค์การมหาชนนั้นบริหารจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่ โดยมีหลักการพิจารณาที่หลากหลาย เช่น • เปรียบเทียบเงินทุนที่ใช้ไปกับผลลัพธ์ที่ได้ โดยผลลัพธ์ที่นำมาเปรียบเทียบจะเป็นตัวเลขทางการเงิน เช่น รายได้ กำไร หรือตัวชี้วัดอื่น ๆ เช่น ผลผลิต บริการ ซึ่งการประเมินเป็นตัวเงินต้องสามารถอ้างอิงข้อมูลที่สามารถนำมาใช้ได้ เช่น การวิจัยหรือข้อมูลที่มีอยู่เกี่ยวกับโครงการหรือสถานที่ที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน • เปรียบเทียบทรัพยากรที่ใช้ไปกับทรัพยากรที่มีอยู่ เป็นการวัดว่าองค์การมหาชนใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างเต็มประสิทธิภาพหรือไม่ • เปรียบเทียบความคุ้มค่าของตัวเลือกที่เป็นไปได้ เช่น การใช้วัสดุหรือเทคโนโลยีที่แตกต่างกัน หรือการออกแบบสถานที่ให้บริการต่อสาธารณะในแบบต่าง ๆ(1) ผลจากการสังเกตการณ์ทรัพยากร ทรัพย์สิน อาคารสถานที่สำคัญขององค์การมหาชน (2) รายการการใช้ประโยชน์ เช่น เอกสารใบลงทะเบียนผู้ใช้งาน ผู้รับบริการ (3) งบการเงินและรายการค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการและการบำรุงดูแลรักษา (4) แผนการใช้ประโยชน์ แผนการจำหน่ายทรัพย์สิน (5) ผลการวิเคราะห์มูลค่าหรือความคุ้มค่าจากการใช้ประโยชน์ เช่น การประหยัดได้กับกรณีที่ต้องจัดจ้างหรือเช่าซื้อจากภายนอก จำนวนผู้รับบริการที่สามารถขยายฐานไปได้เพิ่มขึ้นจากการมีอุปกรณ์เครื่องมือในการบริการ

Last rows

ปีงบประมาณองค์ประกอบตัวชี้วัดน้ำหนักเป้าหมายการประเมินเกณฑ์การประเมินผลเกณฑ์การให้คะแนนการเตรียมความพร้อมข้อมูลประกอบ
72566-2568องค์ประกอบที่ 2 ผลการปฏิบัติงาน (performance)2.2.1.1 สัดส่วนการจัดสรรงบประมาณ/เงินทุนไปใช้ในการขับเคลื่อนแผนงานโครงการตามภารกิจ3.0เพื่อสะท้อนประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรขององค์การมหาชน โดยประเมินจากสัดส่วนการจัดสรรงบประมาณและรายได้ขององค์การมหาชน (ถ้ามี) ไปยังยุทธศาสตร์ต่าง ๆ เพื่อวิเคราะห์ว่าในรอบการประเมินที่ผ่านมาองค์การมหาชนใช้งบประมาณหรือรายได้ในการขับเคลื่อนภารกิจงานหรือยุทธศาสตร์ด้านใด มากน้อยอย่างไร มีการวางแผนและเตรียมความพร้อมในการใช้จ่ายตามแผนหรือเป้าหมายการเบิกจ่ายงบประมาณ ตลอดจนการติดตามข้อมูลผลการดำเนินงาน และการรายงานผลให้ผู้บริหารทราบหรือไม่(1) สูตรการคำนวณ พิจารณาจากค่าเฉลี่ยของงบประมาณที่นำมาใช้ในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ภารกิจองค์กรเทียบกับงบประมาณทั้งหมด โดยไม่รวมงบลงทุน ในช่วงระยะเวลาของการประเมินผล (งบประมาณที่ใช้ไปสำหรับการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์องค์การ x 100) / (งบประมาณประจำปี + เงินทุนสะสม + รายได้ที่นำมาใช้ในการขับเคลื่อนงานทั้งหมด) (2) นิยาม > ค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร หมายถึง ค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรที่เป็นไปตามสิทธิของบุคคล ได้แก่ 1) เงินเดือน ค่าจ้าง 2) ค่าสวัสดิการ เช่น เงินช่วยเหลือการศึกษาบุตร ค่ารักษาพยาบาล เงินสมทบจ่ายเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เงินสงเคราะห์กรณีถึงแก่กรรม 3) ค่าตอบแทนพิเศษตามผลการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ (ถ้ามี) 4) เงินเดือนและค่าตอบแทนผันแปรผู้อำนวยการ > งบประมาณค่าใช้จ่ายตามแผนการใช้จ่ายเงินที่จัดสรรไปเพื่อการขับเคลื่อนภารกิจงานหรือยุทธศาสตร์ หมายถึง วงเงินงบประมาณขององค์การมหาชนที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการองค์การมหาชนให้ใช้ เพื่อดำเนินการในปีงบประมาณนั้น ๆ ซึ่งอาจมีที่มาของเงิน ประกอบด้วย 1) เงินอุดหนุน หมายถึง งบประมาณที่องค์การมหาชนได้รับการจัดสรรตามพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ โดยไม่รวมงบประมาณสำหรับการจัดซื้อครุภัณฑ์หรือสิ่งก่อสร้าง 2) เงินทุนสะสม หมายถึง กำไรสะสมตามมาตรฐานบัญชีหรือเงินรายได้สุทธิที่เหลือสะสมมาจนถึงปีงบประมาณก่อนหน้า ซึ่งได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการให้ใช้ในปีงบประมาณปัจจุบัน รวมกับเงินเหลือจ่ายจากปีงบประมาณที่แล้วที่ขอเปลี่ยนแปลงมาใช้ในปีงบประมาณปัจจุบัน โดยจำนวนเงินของ “เงินทุนสะสม” จะไม่รวมถึงจำนวนของ "เงินทุนสะสม" ที่ขออนุมัติเพื่อจัดซื้อครุภัณฑ์หรือสิ่งก่อสร้าง 3) เงินรายได้ หมายถึง ประมาณการรายได้ขององค์การมหาชนในปีงบประมาณนั้น ซึ่งคณะกรรมการให้ความเห็นชอบตามแผนการใช้จ่ายเงิน โดยแบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ (1) รายได้จากการดำเนินงาน เช่น ค่าธรรมเนียมการให้บริการ และ (2) รายได้อื่น ๆ เช่น ดอกเบี้ยเงินฝาก เงินค่าปรับ และเงินบริจาคต่าง ๆ โดยจำนวนเงินของ "เงินรายได้" จะไม่รวม "เงินรายได้" ที่ขออนุมัติเพื่อจัดซื้อครุภัณฑ์หรือสิ่งก่อสร้างระดับ 5 สัดส่วนการจัดสรรงบประมาณและรายได้ขององค์การมหาชน (ถ้ามี) เพื่อการขับเคลื่อนภารกิจงานหรือแผนปฏิบัติการเป้าหมายภารกิจขององค์กร ร้อยละ 60 ระดับ 4 สัดส่วนการจัดสรรงบประมาณและรายได้ขององค์การมหาชน (ถ้ามี) เพื่อการขับเคลื่อนภารกิจงานหรือแผนปฏิบัติการเป้าหมายภารกิจขององค์กร ร้อยละ 55 ระดับ 3 สัดส่วนการจัดสรรงบประมาณและรายได้ขององค์การมหาชน (ถ้ามี) เพื่อการขับเคลื่อนภารกิจงานหรือแผนปฏิบัติการเป้าหมายภารกิจขององค์กร ร้อยละ 50 ระดับ 2 สัดส่วนการจัดสรรงบประมาณและรายได้ขององค์การมหาชน (ถ้ามี) เพื่อการขับเคลื่อนภารกิจงานหรือแผนปฏิบัติการเป้าหมายภารกิจขององค์กร ร้อยละ 45 ระดับ 1 สัดส่วนการจัดสรรงบประมาณและรายได้ขององค์การมหาชน (ถ้ามี) เพื่อการขับเคลื่อนภารกิจงานหรือแผนปฏิบัติการเป้าหมายภารกิจขององค์กร ร้อยละ 40NaNเอกสารรายงานสรุปผลการจัดสรรงบประมาณแต่ละประเภท และรายละเอียดงบประมาณที่จัดสรรในการขับเคลื่อนภารกิจตามยุทธศาสตร์แต่ละแผนงานโครงการ โดยเอกสารที่อาจนำมาประกอบการพิจารณา เช่น • แผนงานและแผนเงินในปีที่ประเมินผล (ครอบคลุมค่าใช้จ่ายตามแผนการใช้จ่ายเงิน) ที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ • ผลการใช้จ่ายงบประมาณรายไตรมาสแต่ละโครงการของปีที่ประเมินผล ที่มีการรายงานคณะกรรมการหรือผู้บริหาร • รายงานการประชุมคณะกรรมการ/อนุกรรมการที่เกี่ยวข้อง
82566-2568องค์ประกอบที่ 2 ผลการปฏิบัติงาน (performance)2.2.1.2 ร้อยละของการเบิกจ่ายงบประมาณภาพรวม3.0องค์การมหาชนเป็นหน่วยงานของรัฐรูปแบบหนึ่งจึงต้องขับเคลื่อนการใช้จ่ายงบประมาณให้เป็นไปตามเป้าหมายการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้จ่ายงบประมาณของหน่วยงานของรัฐในภาพรวม เพื่อสะท้อนประสิทธิภาพการใช้จ่ายงบประมาณในการขับเคลื่อนภารกิจสูตรการคำนวณ พิจารณาจากผลการเบิกจ่ายงบประมาณทุกประเภทที่ได้รับจัดสรร ยกเว้นงบบุคลากร เพื่อสะท้อนประสิทธิภาพการใช้จ่ายงบประมาณในการขับเคลื่อนภารกิจ (งบประมาณภาพรวมที่เบิกจ่ายสะสม ณ ไตรมาส 4 x 100) / (งบประมาณประจำปี + เงินทุนสะสม + เงินรายได้ที่นำมาใช้ขับเคลื่อนภารกิจ)ระดับ 5 ร้อยละการเบิกจ่ายภาพรวมไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 ระดับ 4 ร้อยละการเบิกจ่ายภาพรวมไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ระดับ 3 ร้อยละการเบิกจ่ายภาพรวมไม่น้อยกว่าร้อยละ 85 ระดับ 2 ร้อยละการเบิกจ่ายภาพรวมไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ระดับ 1 ร้อยละการเบิกจ่ายภาพรวมไม่น้อยกว่าร้อยละ 75NaN(1) แผนงานและแผนเงินในปีที่ประเมินผล (ครอบคลุมค่าใช้จ่ายตามแผนการใช้จ่ายเงิน) ที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ (2) ผลการใช้จ่ายงบประมาณรายไตรมาสแต่ละโครงการของปีที่ประเมินผล ที่มีการรายงานคณะกรรมการหรือผู้บริหาร (3) รายงานการประชุมคณะกรรมการ/อนุกรรมการที่เกี่ยวข้อง
92566-2568องค์ประกอบที่ 2 ผลการปฏิบัติงาน (performance)2.2.2 การบริหารการใช้อุปกรณ์เครื่องมือและอาคารสถานที่2.0เพื่อสะท้อนประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรโดยพิจารณาจากการใช้ทรัพยากร เช่น อุปกรณ์เครื่องมือ อาคารสถานที่เทียบกับประโยชน์ที่เกิดขึ้น โดยอาจตรวจสอบปริมาณทรัพยากรที่องค์การมหาชนใช้ไปในการดำเนินงานตามภารกิจ เช่น รายการสินทรัพย์/พัสดุสำคัญ ค่าเสื่อม ค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุง เปรียบเทียบกับผลลัพธ์ที่ได้เพื่อประเมินว่าองค์การมหาชนนั้นบริหารจัดการทรัพยากรอย่างคุ้มค่าหรือมีประสิทธิภาพหรือไม่สูตรการคำนวณ (จำนวนรายการทรัพยากร/สินทรัพย์ที่มีการใช้ประโยชน์และแสดงถึงผลความคุ้มค่าได้ x 100) / (จำนวนรายการทรัพยากร/สินทรัพย์ที่อยู่ในรายการขององค์การมหาชน)ระดับ 5 มีการใช้ประโยชน์จากทรัพยากร/สินทรัพย์อย่างคุ้มค่ากับงบประมาณ ร้อยละ 100 ระดับ 4 มีการใช้ประโยชน์จากทรัพยากร/สินทรัพย์อย่างคุ้มค่ากับงบประมาณ ร้อยละ 80 ขึ้นไป ระดับ 3 มีการใช้ประโยชน์จากทรัพยากร/สินทรัพย์อย่างคุ้มค่ากับงบประมาณ ร้อยละ 70 ขึ้นไป ระดับ 2 มีการใช้ประโยชน์จากทรัพยากร/สินทรัพย์อย่างคุ้มค่ากับงบประมาณ ร้อยละ 60 ขึ้นไป ระดับ 1 มีการใช้ประโยชน์จากทรัพยากร/สินทรัพย์อย่างคุ้มค่ากับงบประมาณต่ำกว่าร้อยละ 60(1) พิจารณางานบริการ/ภารกิจหลักขององค์การมหาชน พร้อมกับจำแนกรายการทรัพยากร/สินทรัพย์ในแต่ละงานบริการ/ภารกิจหลักนั้น ๆ (2) จำนวนรายการทรัพยากร/สินทรัพย์ที่อยู่ในรายการขององค์การมหาชน จะพิจารณาจากรายการสำคัญ เช่น มีการใช้งบลงทุนสูง มีค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาและค่าเสื่อมสูง โดยองค์การมหาชนจำเป็นต้องแสดงรายการค่าใช้จ่ายดังกล่าวเพื่อเป็นข้อมูลประกอบการประเมินผล (3) ในการประเมินประสิทธิภาพและความคุ้มค่าจะพิจารณาจากระดับการใช้ทรัพยากรขององค์การมหาชน ซึ่งหลักการนี้มุ่งเน้นการตรวจสอบปริมาณทรัพยากรที่องค์การมหาชนใช้ไปในการดำเนินงานตามภารกิจหลักเปรียบเทียบกับผลลัพธ์ที่ได้ เพื่อประเมินว่าองค์การมหาชนนั้นบริหารจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่ โดยมีหลักการพิจารณาที่หลากหลาย เช่น • เปรียบเทียบเงินทุนที่ใช้ไปกับผลลัพธ์ที่ได้ โดยผลลัพธ์ที่นำมาเปรียบเทียบจะเป็นตัวเลขทางการเงิน เช่น รายได้ กำไร หรือตัวชี้วัดอื่น ๆ เช่น ผลผลิต บริการ ซึ่งการประเมินเป็นตัวเงินต้องสามารถอ้างอิงข้อมูลที่สามารถนำมาใช้ได้ เช่น การวิจัยหรือข้อมูลที่มีอยู่เกี่ยวกับโครงการหรือสถานที่ที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน • เปรียบเทียบทรัพยากรที่ใช้ไปกับทรัพยากรที่มีอยู่ เป็นการวัดว่าองค์การมหาชนใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างเต็มประสิทธิภาพหรือไม่ • เปรียบเทียบความคุ้มค่าของตัวเลือกที่เป็นไปได้ เช่น การใช้วัสดุหรือเทคโนโลยีที่แตกต่างกัน หรือการออกแบบสถานที่ให้บริการต่อสาธารณะในแบบต่าง ๆ(1) ผลจากการสังเกตการณ์ทรัพยากร ทรัพย์สิน อาคารสถานที่สำคัญขององค์การมหาชน (2) รายการการใช้ประโยชน์ เช่น เอกสารใบลงทะเบียนผู้ใช้งาน ผู้รับบริการ (3) งบการเงินและรายการค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการและการบำรุงดูแลรักษา (4) แผนการใช้ประโยชน์ แผนการจำหน่ายทรัพย์สิน (5) ผลการวิเคราะห์มูลค่าหรือความคุ้มค่าจากการใช้ประโยชน์ เช่น การประหยัดได้กับกรณีที่ต้องจัดจ้างหรือเช่าซื้อจากภายนอก จำนวนผู้รับบริการที่สามารถขยายฐานไปได้เพิ่มขึ้นจากการมีอุปกรณ์เครื่องมือในการบริการ
102566-2568องค์ประกอบที่ 3 กลไกสำคัญในระบบนิเวศ (ecosystem)3.1 ระดับความสำเร็จของการสร้างคุณค่าขององค์การมหาชนในระบบนิเวศ20.0เพื่อสะท้อนการพัฒนาตนเอง การขับเคลื่อนภารกิจและสร้างผลกระทบที่สำคัญขององค์การมหาชน และเพื่อให้องค์กรที่มีความจำเป็นต่อระบบนิเวศของการพัฒนาประเทศต่อยอดและสร้างคุณค่าจากงานNaNระดับ 5 1) เป็นไปตามวัตถุประสงค์การจัดตั้งองค์การมหาชนทั้งหมด 2) มีความสำคัญจำเป็นในระบบนิเวศของการพัฒนา 3) ไม่มีความซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่น ระดับ 4 1) เป็นไปตามวัตถุประสงค์การจัดตั้งองค์การมหาชนทั้งหมด 2) มีความสำคัญจำเป็นในระบบนิเวศของการพัฒนา 3) มีความซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่นแต่ผลงานและได้รับความเชื่อมั่นจากกลุ่มเป้าหมายที่สูงกว่าเมื่อเทียบกับหน่วยงานอื่นที่มีการซ้ำซ้อนกัน ระดับ 3 กรณีที่ 1 1) มีการดำเนินการในบางด้านที่นอกเหนือจากวัตถุประสงค์การจัดตั้งองค์การมหาชน 2) มีความสำคัญจำเป็นในระบบนิเวศของการพัฒนา 3) มีความซ้ำซ้อนแต่มีผลงานและได้รับความเชื่อมั่นของกลุ่มเป้าหมายที่สูงกว่าเมื่อเทียบกับหน่วยงานอื่นที่มีการดำเนินการซ้ำซ้อนกัน กรณีที่ 2 1) มีการดำเนินการในบางด้านที่นอกเหนือจากวัตถุประสงค์การจัดตั้งองค์การมหาชน 2) มีความสำคัญจำเป็นในระบบนิเวศของการพัฒนา 3) ไม่มีความซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่น ระดับ 2 1) เป็นไปตามวัตถุประสงค์การจัดตั้งองค์การมหาชน 2) มีความสำคัญจำเป็นในระบบนิเวศของการพัฒนา 3) มีความซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่นและมีผลงานได้รับความเชื่อมั่นของกลุ่มเป้าหมายที่ต่ำกว่าเมื่อเทียบกับหน่วยงานอื่นที่มีการดำเนินการซ้ำซ้อนกัน ระดับ 1 กรณีที่ 1 1) มีการดำเนินการไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์การจัดตั้งองค์การมหาชน 2) มีความจำเป็นในระบบนิเวศของการพัฒนา 3) มีความซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่นและมีผลงานและได้รับความเชื่อมั่นของกลุ่มเป้าหมายที่ต่ำกว่าเมื่อเทียบกับหน่วยงานอื่นที่มีการดำเนินการซ้ำซ้อนกัน กรณีที่ 2 1) มีการดำเนินการไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์การจัดตั้งองค์การมหาชน 2) ไม่มีความจำเป็นในระบบนิเวศของการพัฒนา 3) ไม่มีความซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่น(1) วิเคราะห์เป้าหมายการมีอยู่ขององค์การมหาชน ว่าหน่วยงานจัดตั้งขึ้นเพื่ออะไร มีเป้าหมายที่จะส่งผลต่อประเทศในเชิงผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญกับการพัฒนาประเทศอย่างไร เช่น การเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศในด้านต่าง ๆ การสร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจ การบริการประชาชน การสร้างความยั่งยืนในการพัฒนาด้านต่าง ๆ (2) วิเคราะห์ว่าจากเป้าหมายการมีอยู่ขององค์การมหาชนมีกลไกที่เกี่ยวข้องอย่างไร โดยกลไกระบบนิเวศอาจเป็นองค์ประกอบ เป็น supply chain ที่จะเป็นแกนในการนำบริบทที่เกี่ยวข้องไปสู่เป้าหมาย อาทิ เป้าหมายการยกระดับขีดความสามารถของ SME คือการสร้างระบบนิเวศของการดำเนินธุรกิจของ SME ตั้งแต่ต้นน้ำ (วัตถุดิบ ความรู้ กำลังแรงงาน เงินทุน) กลางน้ำ (การผลิต การค้า และการบริการ) จนไปถึงระดับปลายน้ำ (ด้านการตลาดและโลจิสติกส์) (3) วิเคราะห์บทบาท (intervention) ขององค์การมหาชนในระบบนิเวศ เป็นการวิเคราะห์ว่าแต่ละองค์ประกอบภายใต้กลไกระบบนิเวศองค์การมหาชน และหน่วยงานใด มีบทบาทหน้าที่เป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินการ โดยการวิเคราะห์ต้องอยู่บนภารกิจตามกฎหมายและยุทธศาสตร์ของหน่วยงาน และเมื่อประเมินผลจะสะท้อนได้ว่าแผนงานโครงการที่จัดสรรงบประมาณไปนั้น หน่วยงานที่ร่วมดำเนินการมีรูปแบบ/กลุ่มเป้าหมายเดียวกันและซ้ำซ้อนกันมากที่ห่วงโซ่กลไกใดหรือไม่ ผลของการวิเคราะห์จะสะท้อนได้ว่าหน่วยงานใดควรเป็นผู้ดำเนินการ งบประมาณควรลำดับความสำคัญ (priority) ไปที่หน่วยงานใด หรือบางหน่วยงานควรมุ่งเน้นในกลุ่มเฉพาะแทนการส่งเสริมครอบคลุมทุกกลุ่มหรือไม่ และหากการประเมินพบว่า บางเรื่องที่เป็นกลไกสำคัญที่รัฐบาลหรือเป้าหมายประเทศต้องการผลักดัน องค์การมหาชนยังมีหน้าที่หลักดังกล่าวหรือไม่ อย่างไร ทั้งนี้ การดำเนินการในบางเรื่องรัฐไม่ได้มีบทบาทเป็นผู้ดำเนินการ แต่เป็นผู้สนับสนุนหรือสร้างปัจจัยแวดล้อมเพื่อเอื้ออำนวย เช่น มาตรการกระตุ้นทางภาษีหรืออื่น ๆ เท่านั้น ดังนั้น เมื่อเข้าใจกระบวนการดังกล่าว ก็จะสามารถประเมินต่อได้ว่า การบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ มาตรการดังกล่าวส่งผลมากพอหรือไม่ ถ้าไม่พอควรผลักดันให้มีโครงการของหน่วยงานใดเข้าไปเสริมในการผลักดันต่อให้เกิดผล(1) ผลการดำเนินงานตามองค์ประกอบที่ 1 องค์ประกอบที่ 2 และการศึกษาบทบาทขององค์การมหาชนในบริบทปัจจัยแวดล้อมการพัฒนาประเทศ (2) ผลการสัมภาษณ์สำรวจความคิดเห็นต่อบทบาทคุณค่าขององค์การมหาชน และความคิดเห็นต่อคุณค่าขององค์การมหาชน ความซ้ำซ้อนเมื่อเทียบเคียงกับหน่วยงานอื่น ๆ (3) ผลการศึกษาการดำเนินงานของหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องในปัจจัยแวดล้อมและบทบาทภารกิจ ผลการดำเนินงาน (ถ้ามี) ของหน่วยงานอื่น ๆ (4) ผลการสำรวจความเชื่อมั่นต่อการดำเนินงานขององค์การมหาชนที่สำรวจผู้มีส่วนได้เสีย
112566-2568องค์ประกอบที่ 4 ความสามารถในการปรับตัวเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต (resilience & agility)4.1 ด้านวิสัยทัศน์และภาวะผู้นำ (vision & leadership)5.0เป็นการพิจารณาบทบาทของคณะกรรมการองค์การมหาชนและผู้บริหารต่อการรองรับการเปลี่ยนแปลงการเข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทาง กลยุทธ์ รองรับเหตุการณ์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นที่อาจส่งผลต่อองค์การมหาชนทั้งเชิงบวกและเชิงลบ และสามารถนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติได้สำเร็จ จนองค์กรมีความพร้อมหรือมีความสามารถในการปรับตัวสูง พร้อมใช้โอกาสให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาและเพิ่มขีดความสามารถ และมีความพร้อมในการบริหารความเสี่ยงจากสถานการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินภารกิจNaNระดับ 5 1) คณะกรรมการองค์การมหาชนมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทาง กลยุทธ์ โดยมีการให้ข้อสังเกตและข้อเสนอแนะที่นำไปสู่การริเริ่มกลยุทธ์หรือแผนงานโครงการใหม่ ๆ รองรับโอกาส หรือสถานการณ์ฉุกเฉินหรือเหตุการณ์ที่ทำให้องค์กรหยุดชะงัก หรือปัจจัยที่ทำให้กระทบภารกิจ (disruption) 2) ผู้บริหารได้ผลักดันนำนโยบายทั้งหมดไปสู่การปฏิบัติสำเร็จ 3) องค์กรมีความพร้อมหรือมีความสามารถในการปรับตัวสูง จนเกิดผลต่อองค์กรอย่างมีนัยสำคัญ ระดับ 4 1) คณะกรรมการองค์การมหาชนมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทาง กลยุทธ์ โดยมีการให้ข้อสังเกตและข้อเสนอแนะที่นำไปสู่การริเริ่มกลยุทธ์หรือแผนงานโครงการใหม่ ๆ รองรับโอกาส หรือสถานการณ์ฉุกเฉินหรือเหตุการณ์ที่ทำให้องค์กรหยุดชะงัก หรือปัจจัยที่ทำให้กระทบภารกิจ (disruption) 2) ผู้บริหารได้ผลักดันนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติ 3) มีแผนและนำไปปฏิบัติสำเร็จร้อยละ 80ขึ้นไป ระดับ 3 1) คณะกรรมการองค์การมหาชนมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทาง กลยุทธ์ โดยมีการให้ข้อสังเกตและข้อเสนอแนะที่นำไปสู่การริเริ่มกลยุทธ์หรือแผนงานโครงการใหม่ ๆ รองรับโอกาส หรือสถานการณ์ฉุกเฉินหรือเหตุการณ์ที่ทำให้องค์กรหยุดชะงัก หรือปัจจัยที่ทำให้กระทบภารกิจ (disruption) 2) ผู้บริหารได้ผลักดันนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติ 3) มีแผนและนำไปปฏิบัติสำเร็จร้อยละ 60 ขึ้นไป ระดับ 2 1) คณะกรรมการองค์การมหาชนมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทาง กลยุทธ์ โดยมีการให้ข้อสังเกตและข้อเสนอแนะ รองรับโอกาส หรือสถานการณ์ฉุกเฉินหรือเหตการณ์ที่ทำให้องค์กรหยุดชะงัก หรือปัจจัยที่ทำให้กระทบภารกิจ (disruption) 2) ผู้บริหารได้ผลักดันนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติ 3) มีแผนงานแต่นำไปปฏิบัติสำเร็จน้อยกว่าร้อยละ 60 ระดับ 1 มีแผนงานแต่ไม่ได้ผลักดันนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติการศึกษาทำความเข้าใจเกี่ยวกับสถานการณ์ที่อาจส่งผลต่อการปรับตัวขององค์การมหาชน เช่น 1) สถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจส่งผลต่อการดำเนินภารกิจ เช่น สถานการณ์ทางการเมือง การปิดล้อมสถานที่ราชการ ภัยพิบัติ โรคระบาด 2) แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงในอนาคต (disruption) ที่ส่งผลการเปลี่ยนแปลงภารกิจหรือการดำเนินการตามภารกิจ เช่น การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี การเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมหรือสังคมที่ส่งผลต่อการดำเนินภารกิจ รูปแบบแผนงาน/โครงการ หรือการให้บริการ การเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมหรือระบบนิเวศทั้งที่เกิดจากปัจจัยภายในและภายนอกส่งผลให้องค์การมหาชนจะต้องปรับตัวให้มีความคล่องตัวมากขึ้น (organizational agility) ดังนั้น องค์การมหาชนจะต้องวางแผนยุทธศาสตร์ กำหนดทิศทางกลยุทธ์ หรือวางแผนงานโครงการขององค์กรโดยคำนึงถึงปัจจัยหรือสถานการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อองค์การมหาชน องค์การมหาชนจะต้องมีขีดความสามารถในการปรับบทบาทภารกิจ (business model) ที่เหมาะสมทั้งในปัจจุบันและอนาคตและให้ความสำคัญกับการปรับการดำเนินงานขององค์กรให้มีความคล่องตัว รวมถึงการระบุโอกาสทางกลยุทธ์ (key strategic opportunities) และโอกาสที่ผ่านการคำนวณความเสี่ยงแล้ว (intelligent risk) ตามกรอบทิศทางการดำเนินงานขององค์กร เช่น องค์การมหาชนสามารถระบุโอกาสในการสร้างนวัตกรรมทั้งในด้านผลิตภัณฑ์บริการ หรือรูปแบบการดำเนินภารกิจขององค์การมหาชน เพื่อให้องค์กรสามารถสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันของประเทศ สร้างโอกาสหรือความได้เปรียบให้กับกลุ่มเป้าหมายหรือลูกค้าหรือสามารถสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน(1) แผนปฏิบัติการ/งานขององค์การมหาชน กลยุทธ์ แผนงาน และความเชื่อมโยงกับการทบทวนปัจจัยตัวแปรที่องค์การมหาชนได้วิเคราะห์ไว้ (2) รายงานการประชุมหรือหลักฐานที่แสดงถึงบทบาทการมีส่วนร่วมของคณะกรรมการและผู้บริหารในการให้นโยบายกำหนดทิศทาง กลยุทธ์ เพื่อเพิ่มความสามารถในการปรับตัวรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต ตลอดจนการแสดงถึงการผลักดันวิสัยทัศน์หรือนโยบายไปสู่การปฏิบัติจนสำเร็จ/เกิดผลต่อองค์กรอย่างมีนัยสำคัญ
122566-2568องค์ประกอบที่ 4 ความสามารถในการปรับตัวเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต (resilience & agility)4.2 ด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม และธรรมาภิบาลข้อมูล (technology innovation & data governance)NaNNaNNaNNaNNaNNaN
132566-2568องค์ประกอบที่ 4 ความสามารถในการปรับตัวเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต (resilience & agility)4.2.1 การนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ในการยกระดับขีดความสามารถองค์กรและการบริการภาครัฐ2.5เป็นการประเมินผลขีดความสามารถขององค์การมหาชนในการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ในองค์กร และภารกิจหลักขององค์กร ทั้งในส่วนของกระบวนการทำงาน การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และการบริการ เพื่อสร้างคุณค่าให้กับองค์กร เช่น การเกิดผลิตภัณฑ์/งานบริการใหม่ ๆ การเพิ่มประสิทธิภาพงานบริการ การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารโครงการ/การบริหารจัดการภายใน การประหยัดได้ของทรัพยากร การบริหารจัดการทรัพยากรบุคลากรอย่างมีประสิทธิภาพNaNระดับ 5 กระบวนงานที่เป็นภารกิจหลักสำคัญ (core business) ทั้งหมด เปลี่ยนเป็นดิจิทัล หรือนำเทคโนโลยีมาใช้หรือพัฒนานวัตกรรมแล้วส่งผลต่อประสิทธิภาพ หรือความสำเร็จการทำงานหรือการให้บริการมากขึ้นอย่างคุ้มค่า ระดับ 4 กระบวนงานที่เป็นภารกิจหลักสำคัญ (core business) ร้อยละ 70 ขึ้นไป เปลี่ยนเป็นดิจิทัล หรือนำเทคโนโลยีมาใช้หรือพัฒนานวัตกรรมแล้วส่งผลต่อประสิทธิภาพ หรือความสำเร็จการทำงานหรือการให้บริการมากขึ้นอย่างคุ้มค่า ระดับ 3 กระบวนงานที่เป็นภารกิจหลักสำคัญ (core business) ร้อยละ 50 ขึ้นไป เปลี่ยนเป็นดิจิทัล หรือนำเทคโนโลยีมาใช้หรือพัฒนานวัตกรรมแล้วส่งผลต่อประสิทธิภาพ หรือความสำเร็จการทำงานหรือการให้บริการมากขึ้นอย่างคุ้มค่า ระดับ 2 กระบวนงานที่เป็นภารกิจหลัก (core business) ร้อยละ 30 ขึ้นไป เปลี่ยนเป็นดิจิทัล หรือนำเทคโนโลยีมาใช้หรือพัฒนานวัตกรรมแล้วส่งผลต่อประสิทธิภาพ หรือความสำเร็จการทำงานหรือการให้บริการมากขึ้นอย่างคุ้มค่า ระดับ 1 มีการดำเนินการบางกระบวนงาน แต่พบว่ายังไม่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานหรือความสำเร็จในการทำงานใด ๆ(1) การพิจารณากระบวนงานที่เป็นภารกิจหลักสำคัญ (core business) กระบวนงานตามภารกิจหลักสำคัญ จะต้องสอดรับกับเป้าหมาย ภารกิจ วัตถุประสงค์การจัดตั้ง และทิศทางขององค์การมหาชนที่ตั้งไว้ สำหรับกระบวนการสำคัญที่สร้างประโยชน์ให้แก่ผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียก็ถือว่าครอบคลุมอยู่ในกระบวนงานที่เป็นภารกิจหลักสำคัญ (core business) ด้วย (2) การนำเทคโนโลยีดิจิทัลที่เหมาะสมมาใช้ การนำเทคโนโลยีดิจิทัลที่เหมาะสมมาใช้หรือมีการพัฒนานวัตกรรมในกระบวนงานตามภารกิจหลักขององค์การมหาชนโดยมีเป้าหมายเพื่อส่งมอบคุณค่าต่อองค์กร ลูกค้า หรือผู้มีส่วนได้เสีย เช่น การใช้ประโยชน์จากปัญญาประดิษฐ์ (AI : Artificial Intelligence) ในการวิเคราะห์ผล การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อลดข้อผิดพลาดในการให้บริการ/ลดการใช้ทรัพยากร/ลดขั้นตอนการทำงาน รวมถึงการพัฒนาบริการภาครัฐใหม่ ๆ ให้มีคุณภาพมากขึ้น สามารถรองรับการบริการได้หลากหลาย สร้างโอกาสในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น (3) การพิจารณาความคุ้มค่า การพิจารณาความคุ้มค่าการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้หรือพัฒนานวัตกรรมจะเป็นการพิจารณาในภาพรวมการลงทุน/การใช้จ่ายงบประมาณ เทียบกับผลสัมฤทธิ์หรือความสำเร็จหลังการปรับปรุง/พัฒนา(1) แผนปฏิบัติงานขององค์การมหาชนหรือแผนต่าง ๆ ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการปรับเปลี่ยนการพัฒนากระบวนงานตามภารกิจหลักโดยใช้ดิจิทัลเทคโนโลยี หรือการพัฒนานวัตกรรมหรือแผนอื่น ๆ (2) เอกสาร/หลักฐานการแสดงถึงความสำเร็จการทำงานหรือการให้บริการที่มากขึ้นตามเป้าหมายของการพัฒนาปรับเปลี่ยนที่กำหนดไว้อย่างเป็นรูปธรรม ตลอดจนการชี้แจงหรือแสดงหลักฐานผลการวิเคราะห์ความคุ้มค่า
142566-2568องค์ประกอบที่ 4 ความสามารถในการปรับตัวเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต (resilience & agility)4.2.2 การจัดการข้อมูลเพื่อยกระดับขีดความสามารถองค์กรและการบริการภาครัฐ2.5เป็นการวัดผลการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำแผนปฏิบัติการหรือแผนงานสำหรับธรรมาภิบาลข้อมูลภาครัฐ (data governance) การเปิดเผยข้อมูล (open data) และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (personal data protection act) รวมถึงการวัดผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการด้านข้อมูล เช่น ธรรมาภิบาลข้อมูลภาครัฐ การนำข้อมูลมาใช้ประโยชน์ภายในองค์กร (internal use)พิจารณาจากผลสำรวจระดับความพร้อมรัฐบาลดิจิทัลหน่วยงานภาครัฐของประเทศไทย โดยสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) ประจำปีงบประมาณที่ประเมินผล โดยมุ่งเน้นเฉพาะผลการประเมินระดับความพร้อมการพัฒนาด้านดิจิทัล (maturity model) ในหัวข้อ data policies และ data governanceNaNNaNสำนักงาน ก.พ.ร. จะพิจารณจากผลการสำรวจระดับความพร้อมรัฐบาลดิจิทัลหน่วยงานภาครัฐของประเทศไทย โดยสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน)
152566-2568องค์ประกอบที่ 4 ความสามารถในการปรับตัวเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต (resilience & agility)4.3 ด้านการบริหารความพร้อมต่อสภาวะวิกฤต (business continuity management)3.0เป็นการประเมินความพร้อมขององค์การมหาชนต่อความพร้อมในการรับมือกับสภาวะวิกฤต และลดผลกระทบจากการหยุดชะงักในการดำเนินงานหรือการให้บริการ เพื่อบรรเทาความเสียหายให้อยู่ระดับที่ยอมรับได้ เพื่อให้ประชาชน เจ้าหน้าที่ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (stakeholders) มีความเชื่อมั่นในศักยภาพของหน่วยงานNaNระดับ 5 1) มีแผนบริหารความพร้อมต่อสภาวะวิกฤต (BCP : Business Continuity Plan) โดยครอบคลุมทุกสภาวะวิกฤตที่มีโอกาสเกิดขึ้นกับองค์กร 2) มีการทบทวนและทดสอบการปฏิบัติตามแผนครบทุกสภาวะวิกฤตในรอบ 3 ปี ระดับ 4 1) มีแผนบริหารความพร้อมต่อสภาวะวิกฤต (BCP) โดยครอบคลุมทุกสภาวะวิกฤตที่มีโอกาสเกิดขึ้นกับองค์กร 2) มีการทบทวนและทดสอบการปฏิบัติตามแผนทุกปีแต่ไม่ครอบคลุมทุกสภาวะวิกฤต ระดับ 3 1) มีแผนบริหารความพร้อมต่อสภาวะวิกฤต (BCP) โดยครอบคลุมทุกสภาวะวิกฤตที่มีโอกาสเกิดขึ้นกับองค์กร 2) มีการทบทวนและทดสอบการปฏิบัติตามแผนในรอบ 3 ปีแต่ไม่ครอบคลุมทุกสภาวะวิกฤต ระดับ 2 1) มีแผนบริหารความพร้อมต่อสภาวะวิกฤต (BCP) แต่ไม่ครอบคลุมทุกสภาวะวิกฤต 2) มีการทบทวนและทดสอบการปฏิบัติตามแผนทุกปี ระดับ 1 1) มีแผนบริหารความพร้อมต่อสภาวะวิกฤต (BCP) 2) ไม่มีการทบทวนและทดสอบการปฏิบัติตามแผน(1) แผนดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง (BCP) แผน BCP คือ แผนที่กำหนดแนวทางการดำเนินการของหน่วยงานเมื่อเกิดสภาวะวิกฤตหรือภัยต่าง ๆ ที่จะส่งผลให้กระบวนการทำงานของหน่วยงานหยุดชะงัก ให้สามารถกลับมาดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะงานบริการภาครัฐที่สำคัญต่อประชาชน องค์การมหาชนจะต้องวิเคราะห์บริการ/กระบวนการหลักที่มีความสำคัญซึ่งหากเกิดการหยุดชะงักจากเหตุการณ์จะเกิดผลกระทบและความเสียหายต่อการดำเนินงานขององค์กร ตลอดจนการวางแผนทรัพยากรหลักที่จำเป็นต้องใช้ในภาวะวิกฤต(2) สภาวะวิกฤตที่มีโอกาสเกิดขึ้น อาทิ ภัยธรรมชาติ (เช่น แผ่นดินไหว อุทกภัย ดินถล่ม) ภัยจากอุบัติเหตุ/อัคคีภัย ภัยจากความมั่นคง/ความไม่สงบ (เช่น การชุมนุมประท้วง/จลาจล) ภัยด้านสาธารณสุข (เช่น โรคระบาด การเจ็บป่วยของพนักงานจำนวนมากพร้อมกัน) ภัยด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (เช่น ระบบคอมพิวเตอร์ล่ม การถูกโจมตีทางไซเบอร์ ข้อมูลรั่วไหล) โดยผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อองค์กร ได้แก่ • ผลกระทบด้านอาคาร/สถานที่ปฏิบัติงานหลัก หมายถึง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้สถานที่ปฏิบัติงานหลักได้รับความเสียหายหรือไม่สามารถใช้สถานที่ปฏิบัติงานหลักได้ และส่งผลให้บุคลากรไม่สามารถเข้าไปปฏิบัติงานได้ชั่วคราวหรือระยะยาว ซึ่งรวมทั้งการที่ผู้รับบริการไม่สามารถเข้าถึงสถานที่ให้บริการของหน่วยงานด้วย • ผลกระทบด้านวัสดุอุปกรณ์ที่สำคัญ/การจัดหาจัดส่งวัสดุอุปกรณ์ที่สำคัญ หมายถึง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ไม่สามารถใช้งานวัสดุอุปกรณ์ที่สำคัญ หรือไม่สามารถจัดหา/จัดส่งวัสดุอุปกรณ์ที่สำคัญได้ • ผลกระทบด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและข้อมูลที่สำคัญ หมายถึง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ระบบงานเทคโนโลยีหรือระบบสารสนเทศ หรือข้อมูลที่สำคัญไม่สามารถนำมาใช้ในการปฏิบัติงานได้ตามปกติ • ผลกระทบด้านบุคลากรหลัก หมายถึง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้บุคลากรหลักไม่สามารถมาปฏิบัติงานได้ตามปกติ • ผลกระทบด้านคู่ค้า/ผู้ให้บริการ/ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่สำคัญ หมายถึง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้คู่ค้า/ผู้ให้บริการ/ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ไม่สามารถติดต่อหรือให้บริการหรือส่งมอบงานได้ (3) การทดสอบการปฏิบัติตามแผน เพื่อให้มั่นใจว่าระบบการจัดการความพร้อมต่อสภาวะวิกฤตที่จัดเตรียมไว้ สามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิผลตามที่ต้องการ เพื่อประเมินความถูกต้องและครบถ้วนของข้อมูลในแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจ และเพื่อให้มั่นใจว่าหน่วยงานสามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ตลอดจนกอบกู้ทรัพยากรและกระบวนการทำงานต่าง ๆ และกลับสู่ภาวะการดำเนินธุรกิจตามปกติได้ภายในระยะเวลาและเงื่อนไขที่กำหนด รวมทั้งทดสอบและยืนยันสิ่งที่ได้มีการเตรียมการไว้สามารถทำให้ธุรกิจสามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อนำผลลัพธ์ที่ได้จากการทดสอบไปปรับปรุงแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น (4) ระยะเวลาเป้าหมายในการฟื้นคืนสภาพ ระยะเวลาภายหลังจากเกิดอุบัติการณ์ขึ้นที่ทำให้ผลิตภัณฑ์หรือบริการต้องกลับคืนสภาพเดิม กิจกรรมต้องกลับมาดำเนินการได้ และทรัพยากรต้องได้รับการฟื้นฟู โดยองค์การมหาชนต้องมีการกำหนดช่วงของระยะเวลาเป้าหมายในการฟื้นคืนสภาพตามความเหมาะสม(1) แผนดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่องสำหรับการบริหารความพร้อมต่อสภาวะวิกฤต (Business Continuity Plan : BCP) ขององค์การมหาชน (2) เอกสารหลักฐานที่แสดงถึงผลการสอบทานแผนฯ (3) เอกสารหลักฐานที่แสดงถึงผลการทดสอบสถานการณ์วิกฤต และการดำเนินการเพื่อฟื้นคืนสภาพได้ตามเป้าหมาย
162566-2568องค์ประกอบที่ 4 ความสามารถในการปรับตัวเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต (resilience & agility)4.4 ด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล (human resource management)7.0เพื่อสะท้อนความสำเร็จของการบริหารทรัพยากรบุคคลที่เหมาะสมกับบริบทที่เปลี่ยนแปลงไป โดยมีระบบการบริหารจัดการและพัฒนาทรัพยากรบุคคลที่มีความพร้อมในการขับเคลื่อนภารกิจในอนาคต เช่น โครงสร้างที่ยืดหยุ่น สมรรถนะบุคลากรสอดคล้องกับ strategic foresight มีการวิเคราะห์และทบทวนการจ้างงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ส่งเสริมและพัฒนาคนเก่ง talent management วางแผนการบริหารทรัพยากรบุคคล โดยคำนึงถึงความสมดุลระหว่าง productivity และความสุขของบุคลากรในองค์กร ความผูกพันของบุคลากรต่อองค์กร เป็นต้นระดับดีมาก 1) ดำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์การบริหารทรัพยากรบุคคลที่รองรับการเปลี่ยนแปลงครบถ้วน ร้อยละ 100 2) ประเด็นความเห็นคนในองค์กรสอดคล้องร้อยละ 90 ขึ้นไป 3) ผลสำรวจความเชื่อมั่นลูกค้าและผู้มีส่วนได้เสียจากองค์ประกอบ 2 ร้อยละ 80 ขึ้นไป 4) ความผูกพันต่อองค์กรดี 4.21 ขึ้นไป (คะแนนเต็ม 5) ระดับที่ดี 1) ดำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์การบริหารทรัพยากรบุคคลที่รองรับการเปลี่ยนแปลงครบถ้วน ร้อยละ 70 ขึ้นไป 2) ประเด็นความเห็นคนในองค์กรสอดคล้องร้อยละ 80 ขึ้นไป 3) ผลสำรวจความเชื่อมั่นลูกค้าและผู้มีส่วนได้เสียจากองค์ประกอบ 2 ร้อยละ 75 ขึ้นไป 4) ความผูกพันต่อองค์กรดี 3.41-4.20 (คะแนนเต็ม 5) ระดับปานกลาง 1) ดำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์การบริหารทรัพยากรบุคคลที่รองรับการเปลี่ยนแปลงครบถ้วน ร้อยละ 60 ขึ้นไป 2) ประเด็นความเห็นคนในองค์กรสอดคล้องร้อยละ 70 ขึ้นไป 3) ผลสำรวจความเชื่อมั่นลูกค้าและผู้มีส่วนได้เสียจากองค์ประกอบ 2 ร้อยละ 70 ขึ้นไป 4) ความผูกพันต่อองค์กรดี 2.61-3.40 (คะแนนเต็ม 5) ระดับน้อย 1) ดำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์การบริหารทรัพยากรบุคคลที่รองรับการเปลี่ยนแปลงครบถ้วน ร้อยละ 50 ขึ้นไป 2) ประเด็นความเห็นคนในองค์กรสอดคล้องร้อยละ 60 ขึ้นไป 3) ผลสำรวจความเชื่อมั่นลูกค้าและผู้มีส่วนได้เสียจากองค์ประกอบ 2 ร้อยละ 60 ขึ้นไป 4) ความผูกพันต่อองค์กรดี 1.81-2.60 (คะแนนเต็ม 5) ระดับน้อยมาก 1) ไม่มีแผนยุทธศาสตร์การบริหารทรัพยากรบุคคลที่รองรับการเปลี่ยนแปลง 2) ประเด็นความเห็นคนในองค์กรสอดคล้องต่ำกว่าร้อยละ 60 3) ผลสำรวจความเชื่อมั่นลูกค้าและผู้มีส่วนได้เสียจากองค์ประกอบ 2 ต่ำกว่าร้อยละ 60 4) ความผูกพันต่อองค์กรดี 1.80 ลงไป (คะแนนเต็ม 5)ระดับ 5 มีระบบการบริหารจัดการและพัฒนาทรัพยากรบุคคลให้มีความพร้อมในการขับเคลื่อนภารกิจในอนาคตอยู่ในระดับที่ดีมาก ระดับ 4 มีระบบการบริหารจัดการและพัฒนาทรัพยากรบุคคลให้มีความพร้อมในการขับเคลื่อนภารกิจในอนาคตอยู่ในระดับที่ดี ระดับ 3 มีระบบการบริหารจัดการและพัฒนาทรัพยากรบุคคลให้มีความพร้อมในการขับเคลื่อนภารกิจในอนาคตอยู่ในระดับปานกลาง ระดับ 2 มีระบบการบริหารจัดการและพัฒนาทรัพยากรบุคคลให้มีความพร้อมในการขับเคลื่อนภารกิจในอนาคตอยู่ในระดับน้อย ระดับ 1 มีระบบการบริหารจัดการและพัฒนาทรัพยากรบุคคลให้มีความพร้อมในการขับเคลื่อนภารกิจในอนาคตอยู่ในระดับน้อยมาก(1) การบริหารทรัพยากรบุคคลในยุคใหม่ จำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนบทบาทของผู้เกี่ยวข้องทั้งพนักงาน หัวหน้างาน ผู้บริหาร และนักทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งต้องมีภารกิจร่วมกันมากขึ้นแทนการแบ่งแยกหน้าที่ชัดเจน และการบริหารจะให้ความสำคัญต่อบุคลากรที่มีศักยภาพมากขึ้น ซึ่งทำให้การจัดการด้านบริหารทรัพยากรมนุษย์ถูกออกแบบเพื่อให้มีความยืดหยุ่นและปรับเปลี่ยนได้ง่าย องค์การมหาชนเป็นองค์กรภาครัฐที่ถูกตั้งขึ้นด้วยการออกแบบระบบการทำงาน ตลอดจนการสร้างกลไกรองรับการสรรหาบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถสูงมาบริหารและขับเคลื่อนภารกิจที่มีความท้าทาย การบริหารทรัพยากรบุคคลในยุคใหม่ จะสามารถรองรับภารกิจที่มีการปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็วและไม่ยึดติดกับการบริหารแบบมุ่งเน้นวิธีการหรือกระบวนการ มากกว่าการมุ่งเน้นผลลัพธ์ ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายการจัดตั้งองค์การมหาชน (2) ลักษณะองค์กรและกำลังคนที่มีความสามารถในการรับการเปลี่ยนแปลง เช่น • มีการแสวงหาความคิดใหม่ ๆ จากสิ่งแวดล้อม เน้นการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นวัฒนธรรมองค์กร โดยไม่จำเป็นต้องใช้วิธีการเปลี่ยนแปลงอย่างสุดโต่ง • ระบบบุคลากรซึ่งต้องมีการกำหนดหน้าที่งานให้กว้าง (broad job definition) สร้างสมดุลระหว่างความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน (Specialization) และการมีทักษะที่หลากหลาย (diversification) มีการโยกย้ายสับเปลี่ยนหมุนเวียนคน เพื่อเผยแพร่วิธีการทำงานที่เป็นเลิศไปยังทุกส่วนขององค์กรคู่มือการประเมินความคุ้มค่าเพื่อพัฒนาองค์การมหาชน • มีการลงทุนในทักษะและสมรรถนะหลักที่สำคัญขององค์กร และแสวงหาโอกาสใหม่ ๆ ที่จะนำทักษะและสมรรถนะดังกล่าวไปใช้ประโยชน์ • ส่งเสริมให้เกิดความรู้สึกเป็นผู้ประกอบการภายใน (intrapreneurship : พนักงานที่มีทัศนคติแบบเจ้าของกิจการ ทุ่มเท กระตือรือร้น คิดอย่างสร้างสรรค์ เพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมและการเติบโตของบริษัท)(1) แผนยุทธศาสตร์การบริหารทรัพยากรบุคคล (2) ผลการวิเคราะห์การเชื่อมโยงปัญหาอุปสรรคการดำเนินงานที่ผ่านมากับการจัดโครงสร้างและอัตรากำลังขององค์กร (3) ผลการสำรวจความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย/ความผูกพันของบุคลากร